เจ้าทุยอยู่ไหน
     ...ตอนเด็กเวลาที่ผมไม่อยากไปโรงเรียนนั้น อาป๊าอาม้าของผมมักจะขู่ผมด้วยเรื่องเดิมๆ ซึ่งมารู้ภายหลังว่าลูกบ้านอื่นก็โดนมาเหมือนกัน ไม่เว้นแม่แต่รุ่นของอาป๊าอาม้าเอง นั่นก็คือถ้าไม่อยากเรียนหนังสือจะให้ไปเลี้ยงควายนะ      คำกล่าวนี้มีพลังมาก ทำให้เด็กขี้เกียจตัวเป็นขนอย่างผมรีบอาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียนให้ไวเลย เพราะไม่อยากเลี้ยงควาย
...ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจ ขนาดโตจนมาถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่เคยใจเลยสักนิด ว่าทำไมต้องไปเลี้ยงควาย?

     ตอนเด็กผมนั่งคิดทบทวนอยู่นานมาก ว่าถ้าอาป๊าซื้อควายมาให้เลี้ยงจริงๆ ผมจะเอาไว้เลี้ยงไว้ตรงไหนวะ? บ้านผมมีลานหน้าบ้านไว้พอให้คนเดินเล่นได้นิดหน่อย แต่ถ้าเอาควายมาวิ่งเล่นคง
อึดอัดน่าดู แล้วเวลามันร้อน ผมจะเอาบ่อโคลนที่ไหนให้มันเล่น?
     ไหนจะเรื่องกินอีก เวลามันหิวผมก็ไม่ต้องไปป้อนมันนี่หว่า เดี๋ยวมันก็กินหญ้าของมันเอง ...แล้วอย่างงี้ผมจะไปเลี้ยงมันทำไม...
     เอาล่ะ เราลองมาวิเคราะห์กันดีกว่าว่าเจตนาที่แท้จริงของคำกล่าวข้างต้นมันจะสื่ออะไรมาให้เรากันแน่
     ผมคาดว่าในสมัยก่อนนั้น อย่างที่รู้ๆกันว่าอาชีพหลักของประชากรไทยของเราก็คือชาวนา ลักษณะของครอบครัวแต่ละบ้านนั้น มักจะมีลูกหลายคน บางบ้านอาจจะมีลูก9-10คนเลยทีเดียว เพราะว่าต้องช่วยกันทำนา
     ซึ่งคนที่มีหน้าที่ดำนานั้นก็คือผู้ใหญ่ที่มีพละกำลังมากพอนั่นเอง ในขณะที่เด็กๆก็จะเล่นกันไปตามภาษาของเด็กๆและก็มีหน้าที่ไปเรียนหนังสือตามวัด
     การเรียนถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะทำให้อ่านออกเขียนได้ มีโอกาสที่จะไปรับงานราชการหรืออื่นๆ ในสมัยนั้นงานราชการถือว่ามีมีเกียรติมีศักดิ์ศรีมากและมีความเป็นอยู่ที่ดี
     แน่นอนว่าลูกๆคือความภูมิใจของพ่อแม่ ใครๆก็ต่างอยากให้ลูกได้ดีกว่าตนเอง จึงใช่คำขู่ว่า"ให้ไปเลี้ยงควาย"เพื่อเป็นการบอกกลายๆว่า... ถ้าไม่เรียนก็ต้องมาช่วยทำนาอย่างพ่อแม่นี่แหละ
     แต่เพราะยังเด็กอยู่ ไม่มาพละกำลังที่มากพอที่จะช่วยทำนา ก็เคยให้ไปเลี้ยงควาย เพราะไม่ต้องออกแรงอะไรมาก

     ดังนั้น เราจะเห็นว่าสิ่งที่พ่อแม่บอก(ต่อ)เรามานั้น ไม่ใช่การตำหนิอะไร แต่เป็นการสอนให้เรามองไปถึงข้างหน้า ว่าเรายังมีโอกาสที่จะพัฒนาตัวเราเองอยู่นะ ไปทำให้เต็มที่ซะเลยสิ...


     น่าเสียดายที่ผมเข้าใจช้าไปหน่อย ผมปล่อยโอกาสที่จะพยายามทำอะไรอย่างเต็มที่ไปเยอะพอตัวเหมือนกัน  แต่ผมก็ไม่เสียดายมันหรอกนะ เพราะว่าผมมีความสุขดีที่ได้ใช้เวลาไปเรื่อยๆตามที่ผมอยากใช้ ได้ทำอะไรที่ผมอยากทำ
     แต่นั่นก็ยิ่งทำให้ผมคิดถึงควายตัวนั้น ตัวที่เตือนสติให้ผมพยายามอย่างเต็มที่เมื่อมีโอกาส...

     บางคนอาจจะคิดว่าเลยวัยเรียนมาแล้ว แต่อย่าลืมไปนะครับว่าทุกลมหายใจที่บ่งบอกว่าเรายังมีชีวิต เรายังมีโอกาสที่จะได้เรียนรู้อะไรในชีวิตอีกมากมาย
     ไม่ว่าจะเจอปัญหาหรืออุปสรรคอะไรเข้ามาในชีวิต อย่าไปท้อแท้เหมือนเด็กขี้เกียจ... ลองไปตามเจ้าทุยตัวเดิมของเรากลับมาสิครับ ตัวที่คุณพ่อคุณแม่เอามาขู่เราเมื่อตอนยังเด็ก ตัวที่ทำให้เราพร้อมลุยไปข้างหน้า แล้วเต็มที่กับทุกโอกาสเรียนรู้ในชีวิตของเรา : )
SHARE
Writer
E-C-G-O
Your friend.
May I tell you some story?

Comments