นิทานก่อนนอน
สวัสดีครับ เพื่อนๆ
วันนี้แวะมาเล่านิทานก่อนนอนสั้นๆ ให้ฟังกันหน่อยครับ :D

    สำหรับนิทานก่อนนอนในวันนี้ ที่ผมจะมาเล่าให้เพื่อนๆ ได้ฟังกันนั้น เป็นนิทานก่อนนอนเกี่ยวกับเรื่องรายได้ครับ ผมเชื่อว่า หลายๆ คนคงจะเข้าใจกันดีใช่ไหมล่ะครับ? ว่า รายได้ของเรามีอยู่ 2 แบบ คือ แบบ Active กับ แบบ Passive ซึ่งนิทานก่อนนอนในวันนี้ ก็จะเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยตรงเลยครับ โดยเนื้อเรื่องมีอยู่ว่า...
    ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งครับ มีเด็กหนุ่มไฟแรงอยู่ 2 คน ที่จะคอยไปตักน้ำเอามาขายให้ชาวบ้านได้ซื้อไปดื่มกินกัน ซึ่งเด็กหนุ่ม 2 คนนี้ ก็เป็นเพื่อนสนิทครับ ทุกๆ วันทั้งคู่จะเดินไปที่บ่อน้ำแต่เช้าตรู่ เพื่อไปตักน้ำมาขาย โดยแรกๆ พวกเขาก็เดินไปตักน้ำทุกวันครับ ทำอย่างนี้เรื่อยไปจากวันเป็นเดือนจากเดือนเป็นแรมปี จนมาหนึ่งเด็กหนุ่มคนแรกเกิดฉุดคิดขึ้นมาได้ครับ ว่า "เฮ้ย นี่เราต้องทำแบบนี้ไปจนแก่เลยเหรอวะ? แล้วถ้าเกิดวันใดวันนึงไปไม่ไหวล่ะ?" เมื่อเด็กหนุ่มคนนั้นคิดได้เช่นนี้ครับ เขาก็เริ่มคิดจะสร้างท่อส่งน้ำขึ้นมา...
    แต่ทั้งนี้ แรกๆ เขาเพียงแค่คิดอย่างเดียวครับ จากนั้นก็เริ่มวางแผนจนพอแบบแผนเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว เขาก็เอาไปบอกเด็กหนุ่มอีกคนหนึ่ง ซึ่งเพื่อนของเขาก็ไม่สนใจ เพราะคิดเพียงว่า ทุกวันนี้ยังตักน้ำไหว (ชีวิตดี๊ดีอยู่) เพราะฉะนั้น เขาเลยไม่เห็นด้วยกับแผนที่เด็กหนุ่มคนแรกนำไปเสนอเขา แถมยังตัดพ้อด้วยว่า "มันเป็นเรื่องไร้สาระ" แต่เด็กหนุ่มคนแรกไม่ถอดใจครับ เพราะเขามองเห็นผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นกับเขาในอนาคต ถ้าเกิดเขาสร้างเจ้าท่อส่งน้ำนี้เสร็จแล้ว เขาจะสบาย ดังนั้น หลังจากที่เขาโดนเพื่อนตัดพ้อกลับมา เขาก็เลยเดินหน้าตามแผนของเขาทันทีอย่างเต็มเป็นแรมเดือนแรมปี โดยไม่สนใจเสียงรอบข้างอะไรทั้งนั้น...
    จนในที่สุด...เขาก็สร้างมันเสร็จ..ตอนนี้เขาไม่ต้องตื่นแต่เช้า เพื่อเดินไปตักน้ำอีกแล้ว ผิดกับเพื่อนของเขา ซึ่งเพื่อนของเขาก็ไม่ได้แยแสหรือสนใจอะไร ก็ยังคงตื่นแต่เช้า เพื่อออกไปตักน้ำอยู่ แต่แล้ว...เมื่อเวลาค่อยๆ เดินผ่านไป ชีวิตมันชอบเล่นตลก พวกเขาทั้งคู่เริ่มอายุเยอะขึ้น เด็กหนุ่มคนแรกชีวิตดี๊ดี มีชีวิตอยู่อย่างสุขสบาย ขายน้ำได้ทุกวัน โดยไม่ต้องเหนื่อยมากนัก ส่วนเพื่อนของเขากลับขายน้ำไม่ได้ เพราะล้มป่วย ร่างกายอ่อนล้า เนื่องจากใช้แรงงานมาตลอดทั้งชีวิต...
    เหตุที่ชีวิตของพวกเขาทั้งคู่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหวแบบนี้ เพราะเด็กหนุ่มคนแรกยอมเหนื่อยเพียงชั่วคราว เพื่อสบายไปตลอดชีวิต (Passive Income) ซึ่งผิดกับเด็กหนุ่มคนที่สองที่เขายอมทำงานเหนื่อยไปทั้งชีวิต (Active Income) เพียงเพื่อเอาเงินมาใช้สนองความอยากไปวันๆ ไม่คิดเผื่อถึงอนาคต...

    ปล. ผมไม่ได้จะมาว่า งานประจำไม่ดีนะครับ เพียงแต่อยากจะบอกว่า มนุษย์เราไม่ได้เครื่องจักรกลนะครับ เราทุกคนมีขีดจำกัด ไม่มีใครสามารถทำงานไปตลอดทั้งชีวิตได้หรอกครับ..เมื่อถึงจุดๆ หนึ่ง ยังไงเราทุกคนก็ล้วนที่จะต้องรีไทร์ (เกษียณ) ตัวเองออกมาด้วยกันทั้งนั้น นอกเสียจากว่า อยู่ๆ ไปแล้ว เกิดขี้เกียจหายใจ ไม่อยากหายใจขึ้นมาในระหว่างทำงานไปซะก่อน อันนี้ก็อีกเรื่องนึง...ฝากไว้เท่านี้แหละครับ สวัสดีครับ!
SHARE
Writer
BankKhwanchai
Mindset by Bank
สวัสดีครับ เพื่อนๆ หากเพื่อนๆ เป็นคนหนึ่งที่อยากหาคนที่มีแนวคิดดีๆ เหมือนกับเพื่อนๆ สักคนนึง... อย่าลืมถึงผมนะครับ! :D ยินดีที่ได้รู้จักครับ! ^_^ แบงค์ ขวัญชัย ศรีดาบัณฑิต

Comments