คงไม่มีใครแก่เกินกว่าการแสดงออกของความรัก
 


บาร์เหล้าแห่งหนึ่งบนถนนคนเดินพัทยา หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้นๆของประเทศไทย 

เราคงเจอบาร์โปรดในการเดินทางไปเยือนสถานที่ใดในครั้งแรกไม่บ่อยนักหรอก อาจเป็นเพราะจังหวะดนตรีที่ถูกใจ หรือเป็นเพราะไฟสีชมพูสลัวของร้านขับกล่อมให้เราอบอุ่น และไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเงียบเหงาเกินไปในการเดินทางคนเดียว

เวลาผ่านไปชั่วโมงกว่ากับเบียร์ขวดที่สอง ผู้คนเริ่มเดินเข้ามาเติมเต็มความว่างเปล่าของเก้าอี้ในร้านพอสมควร หากร้านไหนมีบาร์และผมมาคนเดียว เก้าอี้สูงกลมหน้าบาร์มักเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ  ด้วยเหตุผลที่ว่ามันคงเหงาน้อยกว่าการนั่งคนเดียวในโต๊ะใหญ่ ไม่นาน มีนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งเดินมาถึงร้านนี้ และนั่งลงตรงโต๊ะที่อยู่ไม่ไกลจากผมมากนัก ภาพของผู้สูงวัยชายหญิงคู่หนึ่งนั่งรวมโต๊ะกันกับวัยรุ่นอีกสี่คนเป็นภาพที่ดูแปลกตา และเชื่อว่าคงเป็นภาพที่ผมพบเห็นไม่บ่อยนักในชีวิตปัจจุบัน 

ดนตรีจังหวะ Hiphop R&B กำลังได้ที่ ผู้มาก่อนหลายคนเริ่มโยกตัวตามจังหวะ ดนตรีดำเนินไปอยู่พักใหญ่ก่อนชายหนุ่มคนหนึ่งในโต๊ะตัวนั้นจะกวักมือเรียกนักร้องและกระซิบอะไรบางอย่าง ไม่นานหลังจากเพลงที่กำลังเล่นอยู่จบลง ท่อนอินโทรเพลงใหม่ดังขึ้นมา แผ่วความร้อนแรงของท่วงทำนอง และเติมจังหวะนุ่มนวลชวนให้โยกตามอย่างช้าๆ ชายชราโต๊ะตรงหน้าจับมือหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันก่อนจะพาเดินขึ้นไปบนเวที

นักร้องผู้ถือครองไมค์ในตอนนี้ส่งเสียงให้เราได้รับรู้ว่านี่คือวันครบรอบการแต่งงานของพวกเขา และเพลงที่กำลังจะร้อง เป็นเพลงโปรดของทั้งคู่ ส่วนรายละเอียดมากกว่านั้นยากเกินกว่าที่สมองของผมจะประมวณผลทางภาษาได้ทัน

เสียงปรบมือผู้คนในร้านเป็นสัญญาณให้ทั้งคู่โอบเอวกันและกันและโยกตัวพร้อมกันอย่างช้าๆ 

ผมจำไม่ได้แล้วว่าในวินาทีนั้น นักดนตรีกำลังเล่นเพลงอะไร แต่สิ่งที่เห็นมันช่างดูอบอุ่นเสียเหลือเกิน มองไปรอบตัว หลายคนกุมมือคนข้างๆและโยกตัวตามช้าๆ เพียงชั่วขณะ ผมรู้สึกว่าในตอนนี้มีมวลสารแห่งความรักลอยปกคลุมบาร์แห่งนี้โดยไม่ต้องรอให้ถึงวันวาเลนไทน์ อาจเป็นเพราะไม่มีใครให้กุมมือ หรือช่วงเวลานั้นมันไม่เหมาะกับการปล่อยให้มืออยู่ว่าง ผมหยิบขวดเบียร์มาถือไว้ในมือซ้าย และเลือนหน้าจอให้โทรศัพท์ในมือขวาอยู่ในโหมดกล้องถ่ายรูป ไม่ใช่แค่ผมคนเดียวหรอก หลายคนที่ยืนดูอยู่ต่างหยิบยกอุปกรณ์ถ่ายรูปประจำตนขึ้นมาบันทึกช่วงเวลาต้องมนต์นั้นไว้

ในฐานะคนในประเทศ ข้างในลึกๆ ผมแอบดีใจที่เขาเลือกถนนเส้นหนึ่งในประเทศของเราสำหรับวันแห่งความทรงจำในชีวิต แม้ Walking street มันอาจไม่ได้มีความโรแมนติกเหมือนปารีส แต่มันคงเพราะความมีชีวิตชีวาบางอย่างของมันที่ผลักดันให้ผู้คนทั้งหลายเดินทางมาสัมผัส
 
แม้ไม่รู้ว่าเป็นระยะเวลายาวนานเพียงใดกว่าสามีภรรยาคู่หนึ่งจะใช้ชีวิตร่วมกันมาได้จนถึงทุกวันนี้ และคงไม่รู้ด้วยว่าอะไรคือเคล็ดลับในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันของพวกเขา แต่คิดว่ามากกว่าความเข้าใจกันและกัน ผมเชื่อว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้น เพียงแต่รอยยิ้มตรงหน้าขณะนี้คงเป็นสิ่งยืนยันได้ว่าพวกเขากำลังมีความสุข

กับถนนบางเส้นแม้ภายนอกจะดูเหมือนว่าเต็มไปด้วยคาวโลกีย์ แต่ในขณะเดียวกัน ถนนเส้นเดียวกันนี้ก็เป็นสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยความรัก นี่กระมังคงเป็นข้ออ้างในการพาตัวเองพาตัวเองมายังสถานที่เหล่านี้บ่อยๆ พาตัวเองมาเป็นสักขีพยานการกระทำของคนที่เราไม่รู้จัก เก็บเกี่ยวความอิ่มเอมใจและความเมามาย ปลอบประโลมตัวเองว่าโลกมันไม่ได้ย่ำแย่เสมอไป

ดนตรีจบลงแล้ว เสียงปรบมือดังลั่นก่อนทั้งคู่จะพากันกลับมายังโต๊ะตัวเดิมโดยยังไม่คลายมือที่เกาะกุมกันไว้

ผมเกรงใจเกินกว่าจะเดินเข้าไปทักทาย สิ่งที่ทำได้คงมีเพียงรอยยิ้มที่ส่งไปให้ 
ในใจทำได้เพียงขอบคุณพวกเขาที่ส่งต่อความสุขเหล่านั้นลงมาถึงผม

จังหวะนั้นอยู่ดีๆ ผมนึกถึงคนที่บ้าน 
และอยากรู้ว่าตัวเองจะมีวันนั้นไหม

วันที่ได้เป็นชายคนที่กระซิบข้อความเดียวกันกับนักดนตรีบนเวที
วันที่ได้เห็นพ่อและแม่เต้นรำด้วยกันอย่างมีความสุขในวันครบรอบแต่งงาน
โดยมีเรานั่งเป็นสักขีพยานความทรงจำอยู่ห่างๆ

และมีคนข้างกายให้กุมมือ

SHARE
Writer
khaikung
storylog reader
เป็นคนธรรมดาที่ชอบหาเรื่องใส่ตัว ยินดีที่ได้รู้จักครับ IG : khaikung_journey , Ask.fm : @khaikung

Comments

Micky306
3 years ago
เรานับถือความรักของคนสมัยก่อนมากเลยนะ มันดูมีอะไรมากกว่าความรักของคนในยุคสมัยนี้ 
Reply
Peariby
3 years ago
อ่านเพลินดีคะ
Reply
Panjawat
3 years ago
ชอบครับ อบอุ่นดี
Reply
rainnycool
3 years ago
จะรอวันทีได้เป็นสักขีพยานอีกครั้ง :)
Reply
Paloyy
3 years ago
โรแมนติกจัง
ต้องทำบุญมากขนาดไหน ถึงจะได้พบเจอคู่ชีวิต ที่พร้อมจะอยู่ด้วยทั้งชีวิต โดยยังรักไม่จืดจาง
5555
Reply