ดอกไม้ที่บานอยู่บนหัวเรา...
     ...มีการ์ตูนญี่ปุ่นอยู่เรื่องหนึ่งที่เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ไม่ว่าจะคนแก่ลูกเล็กเด็กแดง อย่างเรื่องราวของเด็กแว่นป.5ที่ไม่ได้เรื่องคนหนึ่งกับหุ่นยนต์รูปร่างแมวไม่มีหูซึ่งมักจะโดนเข้าใจผิดว่าเป็นทานุกิ ซึ่งพอคนบ้านเราพอเจอมุกนี้เข้าไปก็จะงงกันทั้งบ้านทั้งเมืองว่า เอ๊ะ ทานุกินี่มันตัวอะไร? 
     ทุกคนคงพอจะนึกออกอยู่แล้วแหละว่าเป็นเรื่อง"โดราเอมอน" ...ครับ แต่ผมก็ไม่ได้จะมาพูดถึงเรื่องโดราเอมอนหรอก แต่เกริ่นให้พอรู้คร่าวๆว่า มีการ์ตูนอีกเรื่องหนึ่งซึ่งพล็อตเรื่องคล้ายๆกัน ย้อนไปซักเมื่อ8ปีที่แล้ว ถ้าเราตื่นมาเปิดทีวีช่อง9ในวันเสาร์อาทิตย์จะเจอการ์ตูนเรื่อง"เท็นเท็น เทวดาหัวโต โอ้โหกวน ...จัง!!"(ฉบับการ์ตูนจะใช้ชื่อ"เท็นเท็น เทวดาตกสวรรค์")

     เราจะข้ามความบันเทิงในเซนส์การตั้งชื่อเรื่องของทีมการตลาดสื่อไทยที่ไม่รู้ว่าไปตีจุดไหนของผู้บริโภค แล้วมาในส่วนของเนื้อเรื่องเลยละกัน ...เริ่มจากพระเอกของเรื่องนี้ เป็นเด็กประถมใส่แว่น เสื้อฮู้ดเหลืองรูปแมว กางเกงน้ำเงิน และทำอะไรก็ไม่ได้เรื่องเหมือนกับโนบิตะ(แต่ไม่ขี้แย)
     ...แล้ววันหนึ่ง "เท็นเท็น"เทวดาตัวเล็กหัวโตหน้าตาโง่ๆองค์(?)หนึ่งทำผิดกฎสวรรค์ พระเจ้าเลยลงโทษด้วยการให้มาดูแลตัวเอก เพราะว่าที่พระเอกของเราเป็นคนบ่มิไก๊แบบนี้นั้น มันมีสาเหตุอยู่! นั่นก็คือพระเจ้าจะประทานสิ่งๆหนึ่งบนหัวไว้ก่อนที่จะลงเด็กๆมาเกิดในท้องแม่ นั่นก็คือ...
เมล็ดพรสวรรค์     คุณสมบัติก็ตามชื่อของมัน เป็นเมล็ดที่จำให้มนุษย์เรามีความสามารถที่จะทำอะไรได้ดีได้พิเศษกว่าคนอื่น เมื่อเราเติบโตขึ้นเมล็ดก็จะเติบโตขึ้นตาม ยิ่งเมล็ดเติบโตเป็นดอกบานเท่าไหร่ เจ้าของก็ยิ่งฉายแววความสามารถด้านนั้นได้มากขึ้นตาม
     ซึ่งพระเอกของเราโชคร้าย พระเจ้าดันลืมมอบให้ซะงั้น(พระเจ้านี่ก็ชอบสะเพร่าให้มนุษย์ด่าอยู่เป็นประจำเลยจริงๆนะ) ก็เลยต้องให้เท็นเท็นมาคอยดูแล มอบเมล็ดพรสวรรค์ต่างๆให้กับพระเอกใช้จนกว่าจะเจอเมล็ดที่เค้ากับพระเอกได้จริงๆ...

     ผมไม่ได้ชอบการ์ตูนเรื่องนี้อะไรมากมายหรอกครับ พล็อตเรื่องก็เอามาจากโดราเอมอนนี่เอง แต่ที่ผมชอบมากคือคอนเซปของเรื่องในการพูดถึงเมล็ดพรสวรรค์นี่แหละครับ  ถ้าเรามองในชีวิตจริงเราจะพบว่าพรสวรรค์ทางด้านใดด้านหนึ่งเป็นสิ่งที่สามารถพบในทุกคนได้จริงๆ หากพบว่าตัวเองไม่มี ลองอ่านต่อครับ...

     ใครที่เคยผ่านวิชาHuman Resourceมาบ้าง คงจะคุ้นเคยกันดีกับคำว่าcompetency ...ใครไม่คุ้นไม่เป็นไรครับ มันคือ"สมรรถนะ"หรือความสามารถในการทำงาน ซึ่งประกอบมาจาก ความรู้(knowledge) ทักษะ(skill) และทัศนคติ(attitude) ซึ่งสามารถสร้างและพัฒนาได้

     เมื่อตอนที่เราเกิดมาในท้องแม่ เราดิ้นไปดิ้นมา คุณแม่ก็ปลอบโยนด้วยการร้องเพลงกล่อมให้เราฟังเพลินๆ เราเริ่มจดจำเสียง คำศัพท์ ทำนองต่างๆ สร้างแพทเทิร์นกลายเป็นความรู้เก็บไว้ในสมอง(ถ้าคุณแม่ร้องเพลงกล่อมเพี้ยน โตมาลูกก็จะร้องเพลงเพี้ยนๆด้วยเหมือนกัน) และจะเพิ่มพูนอีกมากขึ้นเรื่อยๆผ่านประสบการณ์ที่เราเรียนรู้
     พอเราออกมาจากท้องคุณแม่ เริ่มโต ร่างกายเริ่มพัฒนา เราเริ่มพัฒนาทักษะในการใช้อวัยวะต่างๆ คลาน จับ หยิบ ฉวย นั่ง เดิน วิ่ง ติดกระดุม ปั่นจักรยาน วาดรูป กระโดดยางระดับหัว แก้โจทย์คณิตศาสตร์ จับหางแมลงปอ ปั่นลูกฟรีคิก ยิงปืน ขับรถ จัดเอกสาร วิเคราะห์โครงการ ทำไวเบรโต้ไวโอลิน ลีดกีต้าร์ด้วยฟัน ทำหน้าโปกเฟซตอนแกล้งๆไม่รู้ แฮกระบบโรงเรียนไปแก้เกรด ลอกข้อสอบให้คนคุมไม่รู้ตัว เป็นนายกโดยไม่ต้องเลือกตั้ง(//พอๆเริ่มดาร์กละ) ทักษะต่างจะค่อยๆสั่งสมไปเรื่อยๆตามการฝึกฝนของเรา
     และตัวสุดท้ายสำคัญที่สุดก็คือทัศนคติ ซึ่งเกี่ยวข้องกับแรงขับภายในตัวเรา ว่าเรามีมุมมองยังไง ต้องการอะไร อยากให้อะไรเกิดขึ้น จะเป็นตัวกำหนดทิศทางว่าเราจะนำพาชีวิตของเราไปด้านไหนดี

     ทั้งสามอย่างนี้ทำงานสัมพันธ์กันครับ ถ้าทัศนคติของเรามีความสนใจต่ออะไรสักอย่าง ก็จะทำให้เรามีความตั้งใจที่จะเรียนรู้และพัฒนาทักษะของสิ่งๆนั้นด้วย ในขณะเดียวกัน ถ้าเรามีความรู้หรือทักษะที่ดีในด้านหนึ่งๆเราก็จะมีทัศนคติที่ดีต่อมันด้วย

     เอาละ กลับมาที่พรสวรรค์กันบ้าง... มาถึงตรงนี้มีใครเดาได้บ้างไหมครับว่าพรสวรรค์คืออะไร? พรสวรรค์ก็คือ"ความสามารถที่จะพัฒนาสมรรรถนะ ณ จุดๆหนึ่ง ไปสู่อีกจุดๆหนึ่งซึ่งแสดงผลงานได้มากกว่า" นั่นก็หมายความว่าการที่แต่ละวันที่เราใช้ชีวิตของเรา เราก็มีการพัฒนาประสบการณ์ชีวิตของเราไปด้วย นั่นก็นับเป็นการใช้พรสวรรค์แล้ว
    แล้วก็อย่างที่บอกไปครับว่าพรสวรรค์นั้นแต่ละคนแตกต่างกันไป เพราะในหนึ่งชีวิตคนเรามีช่วงเวลาที่จำกัด จึงมีส่วนที่สนใจจนชำนาญอยู่คนละเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้นเอง...

     ...หลายคนคงมีคำถามว่าผลสับสนระหว่าง "พรสวรรค์" กับ "พรแสวง" รึเปล่า?

     ผมไม่ได้สับสนอะไรครับ แล้วคุณล่ะครับรู้จักความแตกต่างของ"พรสวรรค์"กับ"พรแสวงรึเปล่า"?   ...สิ่งที่แตกต่างกันนั่นก็คือ"ทัศนคติที่มีต่อตัวเอง"ครับ

     การรับรู้ของคนเราไม่เหมือนกันนะครับ... บางคนเกิดในครอบครัวที่รักสนับสนุน เชื่อมั่นในตัวลูก หรืออยู่ท่ามกลางการยอมรับจากผู้อื่น ทำให้มีการรับรู้ตัวเองว่าตัวเองเป็นคนที่มีค่า มีความสามารถ ดังนั้นการพัฒนาของคนประเภทนี้จึงมาจากแรงผลักของการสนับสนุนจากผู้อื่น
     ในขณะที่คนอีกประเภทหนึ่ง อาจจะอยู่ในครอบครัวที่ชอบบังคับกะเกณฑ์ หรือสังคมที่ชอบตีตราว่าเขาเป็นคนแบบนั้นแบบนี้ ทำให้เกิดปมในใจว่าตัวเองไม่ค่อยมีค่า สามารถทำอะไรได้จำกัด ดังนั้นการพัฒนาจึงค่อนข้างช้า เพราะว่าเป็นการพัฒนาจากแรงต้านของการขีดเส้นจากผู้อื่น

     "พรแสวง"เป็นคำที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อลดทอนคุณค่าจากพรสวรรค์ลง เพื่อใช้กับคนกลุ่มหลังครับ เป็นความพยายามที่จะรักษาเส้นที่ถูกขีดจำกัดไว้ว่ามันมีจริงๆ และเห็นการก้าวข้ามเส้นมาได้เป็นสิ่งที่ไม่ปกติเอาซะเลย

     เรามักจะมองว่า พรสวรรค์คือ"ส่วนต่าง"จากสิ่งที่ได้รับมอบให้มาไม่เท่ากัน แต่จริงๆแล้วส่วนต่างที่ว่ามันเกิดจากตีตราของคนอื่นต่างหาก


     จากที่ร่ายยาวมาทั้งหมด เราคงเห็นแล้วใช่ไหมครับ ว่า"พรสวรรค์"ไม่ใช่สิ่งพิเศษอะไรอย่างที่หลายๆคนเข้าใจ มันเป็นสิ่งที่เรามีอยู่ในตัวเราเสมอมา  เหมือนกับในเรื่อง"เท็นเท็น เทวดาหัวโต โอ้โหกวน ...จัง!!"ที่เราได้รับมอบเมล็ดพรสวรรค์มาแล้ว

     อย่าให้ใครมาสั่งให้เราหยุดรดน้ำเมล็ดพรสวรรค์ของเรา!! ไม่ต้องสนใครจะว่าต้นอ่อนของเราไม่มีทางโตได้!! ไม่ต้องห่วงว่าต้นมันจะตายตราบใดที่เรายังไม่ตาย!!

    ขอเพียงเราหาตัวเองให้พบ ทำสิ่งที่เราตั้งใจไว้อย่างเต็มที่ ค่อยๆเก็บเกี่ยวประสบการณ์ไปเรื่อยๆไม่ย่อท้อ ...ดอกไม้บนหัวเราก็จะบานสวยงามจนตัวเราและคนอื่นประทับใจเชียวล่ะ
SHARE
Writer
E-C-G-O
Your friend.
May I tell you some story?

Comments