ก้าวที่ : 1 จุดเริ่มต้น !
 หลังจากที่ผ่านเหตุการ์ณร้ายๆมา ที่เหมือนจะเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน

เย็นวันหนึ่งข้างสนามบาส

"ไอ่สัตว์โบ๊ท มันมากเกินไปละ" ผมได้พูดออกไปพร้อมกับผลักอกมัน โบ๊ท เด็กหนุ่มวัยรุ่น

รูปร่างกำยำ ชอบมีเรื่องเป็นประจำ เป็นคนที่ผมยกย่องให้ว่า เรื่องการทะเลาะวิวาท ชกต่อย นี่ต้องยกให้มันเป็นอันดับต้นๆในโรงเรียน ที่หนึ่งเลยก็ว่าได้ แต่เสียอยู่อย่าง มันดันเป็นลูกไล่คนที่ตัวเล็กกว่ามัน แถมต้องต่อท้ายคำว่ามากด้วย สาเหตุที่ผมต้องทำแบบนั้น ก็เพราะว่าวันนี้ทั้งวัน ไอ่โบ๊ทมันเอาแต่แกล้งผมอย่างเดียว "ต่อยกับกูป่าว" เป็นประโยคถัดมา ที่ได้เอ่ยจากปากวัยรุ่นที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความแค้นและโทสะอย่างผม "มาดิ่ไอ่ต้น มึงจะแน่สักแค่ไหนกันวะ" เมื่อตกลงกันเรียบร้อย ก็ต้องหาสถานที่กันต่อ เวลาเลิกเรียน ในโรงเรียนเวลานี้คนพลุกพล่านกันเต็มไปหมด ทั้งผู้ปกครองที่มารับนักเรียนเอง นักเรียนเดินกันอย่างกับในตลาดสด แต่ที่เด็ดก็ต้องเป็นคุณครู ที่เมื่อเลิกการสอน ก็ต้องไปยังห้องพักครู หรือทำธุระส่วนตัวอันใดก็ตามแต่ ทว่า ที่สุดจริงๆ ก็ต้องเป็นครูฝ่ายปกครอง

ที่ออกมาเดินดูนักเรียน ออกมาตรวจตรากันบ้างเป็นครั้งคราว จนสุดท้าย เป็นอันตกลงกันได้ว่าเราจะไปมีเรื่องกันที่ตึกอนุบาล เพราะในตอนนี้เด็กและคุณครูคงกลับกันไปหมดแล้ว (อนุบาลเลิกเร็วกว่ามัธยม) เมื่อพอถึงที่หมาย ต่างฝ่ายต่างจ้องหน้ากัน บนใบหน้านั้น นึกภาพถึงความโกรธ

ความแค้น ที่สะสมมานาน เมื่อถึงเวลาที่ต่างฝ่ายต่างจะปะทุนั้น เสียงที่คุ้นเคย ที่เหมือนกำลังเหนื่อยหอบ วิ่งมาห้ามผมและโบ๊ทเอาไว้ "ไอ่โบ๊ท พอๆไม่ต้องต่อยแล้ว คนแม่งเยอะ เดี๋ยวครูมา"

เป็นที่แน่นอนอยู่แล้ว ว่าเมื่อเวลามีการทะเลาะวิวาทแบบนี้เช่นไร ก็ต้องมีผู้ชมกันอย่างเนืองแน่น

ส่วนเสียงนั้น เป็นเสียงของ จิม เด็กหนุ่มร่างเล็ก ที่นิสัยนั้นห้าวเกินตัว แถมผมนั้นยังคงต้องบอกอีกอย่างหนึ่งว่า นี่แหล่ะครับ หัวหน้าแก๊งของไอ่โบ๊ทมัน เมื่อได้ยินดังนั้น ความสงสัย งุนงง ได้เข้ามาครอบคลุมทั้งสองฝ่าย แต่ท้ายที่สุดแล้ว ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไป ในขณะที่เดินลงมา ปาล์ม

เพื่อนข้างห้องที่เล่นบาสด้วยกันตอนเย็นเป็นประจำ ถามผมว่า มึงไม่ไปขอบใจมันหน่อยล่ะ

"ขอบใจใครวะ ไอ่จิมอ่ะนะ จะไปขอบใจมันทำไม" ผมตอบกลับไปด้วยความฉุนเฉียว ที่ไม่ได้ระบายอารมณ์โกรธออกมา และถึงแม้ว่าจะได้ชกต่อยกันจริงๆ ฝ่ายที่แพ้ก็ต้องเป็นผมแน่แท้ ถึงแม้ว่าขนาดตัวของผมจะเล็กกว่ามันประมาณสามในสี่ก็ตาม แต่พละกำลังนั้นไอ่เจ้าโบ๊ทนั้นกินขาด แถมด้วยกับการมีเรื่องกับมัน ทุกครั้งที่ผ่านมา ผมก็เป็นฝ่ายแพ้ตลอด "ไม่ใช่ ไอ่บูมต่างหาก ก็ตอนนั้นมันล๊อค

คอไอ่จิม ถือก้อนหินจะทุบเข้าหน้าให้" ความสงสัยเกิดขึ้นในหัวเป็นครั้งที่สอง จะช่วยกูทำไมวะ ต้องไปถามให้รู้เรื่อง "เออขอบใจมึงมากปาล์ม เดี๋ยวกูไปคุยกับมันเอง" ..... 
SHARE
Writer
Roadlife
Writer
Butterfly effect : แค่หนึ่งการกระทำ สามารถเปลี่ยนอนาคตไปอีกแบบหนึ่งได้ ปล.รูปทุกรูป ผมหามาในgoogleนะครับ ถ้าเจ้าของไม่อนุญาติ รบกวนติดต่อมาทีนะครับ

Comments