"ความฝันในชามก๋วยจั๊บ"
         ผมถือหนังสือนวนิยายแปลที่ติดพันออกจากที่ทำงานเดินผ่าแดดเที่ยงตรงไปกินข้าว โดยปกติผมจะกินร้านติดที่ทำงานซึ่งเป็นร้านขายอาหารครบวงจร ทั้งก๋วยเตี๋ยว ข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู อาหารตามสั่ง และความโชคดีคือเป็นร้านที่มีชื่อเสียงและรสชาติอร่อยแบบกินไม่เบื่อ แม่ค้าน่ารักเป็นอาหารตาให้อาหารที่กินกลมกล่อมลงตัวอย่างที่สุด  เมนูที่ผมกินได้กินดีกินทุกวันไม่กลัวคำทัดทานคือ ก๋วยเตี๋ยวเส้นมาม่าไม่รู้จะเรียกยังไงที่สั่งก็สั่งแบบนี้อะ ผมเป็นโรคติดมาม่ามาตั้งแต่เรียนมหาลัย (เป็นโรคที่แลดูอาภัพไงไม่รู้)

           แต่วันนี้เป็นกรณีพิเศษผมเดินผ่านร้านเจ้าประจำไปอีกร้อยเมตร สาเหตุไม่เกี่ยวกับการบริการ รสชาด หรือความบกพร่องอะไรของร้านประจำ แต่ผมเห็นว่ามี"ร้านก๋วยจั๊บญวณ"มาเปิดใหม่ ที่บ้านเกิดผมนั้นก๋วยจั๊บญวณหากินง่ายมากและอร่อย แต่ที่นี่ถือว่าเป็นของหายากแถมที่มีก็ไม่ถูกปากเลย-บั๊บว่าไม่ออริจินอลเบย- การได้มาลองก๋วยจั๊บญวณที่ขึ้นป้ายอย่างมั่นใจว่า"ก๋วยจั๊บอุบล"คงทำให้ผมได้ลิ้มรสชาดที่ห่างหายไปนาน

          ผมเดินมาถึงหน้าร้านพบว่ามีลูกค้าคับคั่ง สายตาผมสอดส่องหาที่นั่ง ปรากฏว่าไม่มี แต่เนื่องด้วยผมไม่ได้หิวมาก ผมยืนรอและดูบรรยากาสร้านไปด้วย  ในร้านมีพนักงานสองคนเข้าใจโดยบริบทได้ว่าเป็นสามี ภรรยากัน ฝ่ายชายอยู่หน้าเตา กำลังกระเหี้ยนกระหือรือง่วนกับการลวกเส้น จัดถ้วยเติมซุป เนื้อ ผัก หมูยอ ให้สวยงาม แต่จากอาการก็คงเดาได้อีกว่านี้คือร้านอาหารร้านแรกที่เค้าสร้างขึ้น

  ช้าไปไหม๊ถ้าวันนี้จะพูดถึงเรื่องความฝัน?           ผมรู้สึกดีมากกับการที่เห็นเจ้าของธุรกิจมือใหม่สนุกกับการขายสินค้าและบริการของตน แววตาที่ลุกโชนด้วยไฟของความฝัน เป็นขับดันให้ร่างกายส่งสัญญาณแห่งความหวัง การจัดการสิ่งที่อยู่ตรงหน้าด้วยใบหน้าที่สดชื่น เราไม่มีทางรู้เลยว่า พรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร ปัจจัยต่างๆที่ศึกษามาไม่ได้มีผลเท่ากับจำนวนลูกค้าที่อยู่ตรงหน้า ความตื่นเต้นที่เห็นผลผลิตจากต้นฝัน ออกรวงผลให้เก็บเกี่ยว รสชาดของความหวังมันหอมหวลและน่าหลงไหล

                  ผมเคยผ่านจุดนี้และทุกครั้งเมื่อนึกถึงมันก็พบแต่ความสวยงาม 
"ความรักที่แท้จริงแม้วันนึงต้องจากกัน 
แต่ทุกครั้งที่หวนคิดถึงก็จะพบแต่ช่วงเวลาที่ดีเสมอ" 
 
             ผมยิ้มเล็กๆกับความเงอะงะของชายที่ยืนลวกเส้น มันยากนะกว่าจะกล้าลงมือเริ่มต้นทำอะไรสักอย่าง ยิ่งเป็นการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ มันก็ไม่ต่างอะไรกับเลี้ยงทารกคนนึงเลยทีเดียว โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหาร ที่ต้องพิถีพิถันอย่างมาก การเลือกวัตถุดิบ การตบแต่งร้าน คัดสรรค์อุปกรณ์ รายละเอียด การประกอบอาหาร การพบปะลูกค้าที่เกือบจะตลอดเวลา และอื่นๆที่ยากจะบรรยายให้รู้สึกตามได้

            การก้าวออกจากสิ่งที่เราทำมาทั้งชีวิต พลิกผันตัวเองเข้าสู่การทำธุรกิจ ยิ่งหากเป็นการออกจากระบบเงินเดือนด้วยแล้ว โซ่ตรวนที่เรียกกันอย่างสวยงามว่า "คอมฟอร์ดโซน" มันช่างหนักหนาสาหัส กุญแจที่ใช้ปลดนั้นคือหัวใจที่แข็งแกร่งและแน่วแน่

             "ผมก็เคยมีวันที่แข็งแกร่งแบบนี้นะ"ผมยิ้มรื่นภูมิใจอยู่คนเดียวภายใน

            การที่ผมเคยประสบความล้มเหลวในธุรกิจอาหารมันเจ็บปวดมากตอนที่เราอยู่ท่ามกลางปัญหา ทั้งจากภาระด้านการเงิน ครอบครัว คำดูแคลน 
"ก็เตรียมใจเพื่อจะเจ็บนะ แต่ไม่คิดว่ามันจะมากขนาดนี้"             กำแพงก่อตัวปิดกันประสาทสัมผัส โลกสีดำรอบด้านมองไม่เห็นความสวยงามใดๆ สลดหดหู่ดูกลายเป็นคำที่ดีไปเลยเมื่อเทียบกับความรู้สึกในห้วงเวลานั้น ผมจ่อมจมกับเหตุการณ์ โทษโชคชะตาฟ้าลิขิต กระฟัดกระเฟียด ระรานไปทั่ว จนกระทั่งครอบครัวและคนที่รักเรายื่นมือแหวกม่านหมอกกระชากเราออกจากความหม่นหมอง กลับมายืนอยู่ตรงนี้ ตรงที่เรายิ้มได้อีกครั้ง

             ผมสัญญากับตัวเองว่าหากมีแรงและปัจจัยเกื้อหนุนพอ จะขอกลับไประเริงกับบรรยากาสแบบนี้อีกครั้ง ผมก็ไม่รู้ว่าโชคชะตาร้านก๋วยจั๊บตรงหน้า ที่ผมยืนดูอยู่จะเป็นเช่นไรต่อไป แต่วันนี้ผมเห็นใบหน้าปิติของทั้งสองผ่านกิริยางุ่มง่าม มือใหม่ ผมก็พลอยยินดีและเอาใจช่วยกับเขาด้วย
                   " จะว่าไปการเดินออกมากินอาหารร้านใหม่ๆก็เป็นการออกจาก 
                                      คอมฟอร์ดโซน ได้เหมือนกันนะ "

         "พี่สั่งหรือยังคะ?" 
         หญิงสาวเดินเข้ามาถามผมให้ภาพความคิดระเหิดลอยล่องออกจากหัว 
         "เอ่อ.อ.. ยังครับ" 

         "ทานนี่หรือกลับบ้านคะ? ถ้าทานที่นี่โต๊ะด้านในว่างนะคะ"เธอยิ้มพิมพ์ใจ
         "ทานที่นี่ครับ"  ผมเดินผ่านเธอเข้าไปนั่ง สูดดมความอบอวลจากผลผลิตฝันของคนอื่น นั่งแล้ววางนิยายเล่มหนาลง 

         "ทานอะไรดีคะวันนี้?"
         "ก๊วยจั๊บพิเศษใส่ทุกอย่างครับ" 
         เมนูก้าวแรกปลดล็อกคอมฟอร์ดโซนของผมทั้งทีต้องพิเศษสิ!!!!
เธอจดรายการที่สั่งลงกระดาษพร้อมหันไปหาชายที่อยู่หน้าเตา

.

.

.

                            "เดี๋ยวก่อนครับ!!!! .....เอาเส้นมาม่านะ"

                                                  ^ ^ 

Credit Picture: http://ed.files-media.com/ud/gal/dcp/26/77089/WIN_7030-525x350-wk.jpg
SHARE
Written in this book
Monkey Story
เรื่องราวความเป็นอยู่ นึกคิด และจิตวิญญาณแห่งลิงน้อย
Writer
imonkey7
ขี้เกียจ
มีเรื่องมากมายจะเขียนแต่ก็เขียนไม่เสร็จ Blog : https://imonkey.blog/ และ https://bookster.blog/

Comments

lalajinx
4 years ago
ถ้าเค้าบอกไม่มีมาม่าล่ะ ทำไง
Reply
imonkey7
4 years ago
แฮร่เห็นอยู่ในตู้....ไม่มีพลาด
woodpen
4 years ago
ยังคงมีเอกลักษณ์มาม่า5555
Reply
imonkey7
4 years ago
มาม่าสู้ตาย หัวล้านอยู่ที่กรรมพันธุ์....
woodpen
4 years ago
สะเทือนใจ
chakkritgames
4 years ago
มาม่านี่แหละที่อยู่กับเรายามทุกข์

Reply
imonkey7
4 years ago
นั่นสิพึ่งซัดมาถ้วยนึงตะกี้
chakkritgames
4 years ago
555
Panggy
4 years ago
เรื่องราวสนุกดีนะคะ ^^ ว่าแต่เขาทำเส้นมาม่าให้จิงๆเหรอคะ
Reply
imonkey7
4 years ago
ทำสิครับ...ไม่เคยกินจิงงิ....ต้องลองๆ
Panggy
4 years ago
ไม่เคยอ่ะค่ะ สงสัยต้องไปลอง..
Silencewaltz
4 years ago
เห็นเฮียบอกว่ารออยู่รีบมาเลย ว่าแต่มาแล้วทำร้ายกันด้วยภาพปกงี้เหรอหะะะะะ > - < เมื่อวานหนูก็กินมาม่า วันนี้หนูก็กินหมูหยอง T-T

ปล. เคยไปกินก๋วยจั๊บญวณที่เชียงคานอร่อยมากเลยง่ะ แต่ยังไม่เคยลองของอุบลฯเลย !
Reply
imonkey7
4 years ago
เชียงคานอันนั้นมันเด็กๆกินกัน....