12ครั้งของมาสด้า...บนสังเวียนเลอมังส์

เลอมังส์ 24 ชั่วโมง (Le-mans 24 Hrs.) คือการแข่งรถที่ได้ชื่อว่าเปรียบเหมือนจุดยอดเขาสูงสุดของวงการมอเตอร์สปอร์ต หากผู้ใดพิชิตมันได้ มันคือความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ที่จะจดจำไปชั่วชีวิต

การแข่งเลอมังส์คือ การต่อสู้ที่นักแข่ง และ ทีมจะต้องสู้ความกดดันตลอด24ชั่วโมง และเป็นการโชว์ศักยภาพในเรื่องเทคโนโลยีของแต่ละทีมที่จะงัดออกมาใช้ ซึ่งการแข่งเลอมมังส์ เปรียบดั่งกำแพงที่สูงสุดที่คนในวงการใฝ่ฝันจะพิชิตให้จงได้

ปอร์เช่,ฟอร์ด,เฟอร์รารี่ ที่มีชื่อเสียงในวันนี้ก็เพราะเคยได้สัมผัสการแข่งมหาโหดทำให้กลายเป็นจุดขายจนเป็นรถที่มีชื่อเสียงมาจนถึงปัจจุบัน

รวมถึงแบรนด์สัญชาติแดนปลาดิบนามว่า "มาสด้า"

เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้คือ ตำนานแห่งความพยายาม12ครั้ง ก่อนจะประกาศศักดาในการแข่งประจำปี1991 ซึ่งเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของบริษัทที่ยังคงภาคภูมิใจมาจนถึงทุกวันนี้

แต่กว่าจะมีวันนี้ได้ก็ต้องเจออุปสรรคมากมาย ที่พวกเขาเกือบถอดใจมาแล้วหลายครั้ง

จุดเริ่มต้น...ในปี1979 ทีมมาสด้า ออโต้ โตเกียว ที่มีทาคาโยชิ โอฮาชิ เป็นโต้โผความคิด เพราะเขาเชื่อว่าถ้านำรถมาสด้าเข้าลงแข่ง จะเป็นการโชว์ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์โรตารี่ให้โลกได้ประจักษ์ ซึ่งโยชิโร่ เทราดะ นักแข่งของทีมก็สนใจความคิดนี้ด้วยเช่นกัน จึงติดต่อบริษัทแม่เพื่อของบสำหรับการแข่ง แต่ก็ได้รับการปฏิเสธเพราะว่า กลัวภาพลักษณ์จะตกต่ำ ช่วงนั้นมาสด้าเพิ่งก้าวข้ามเหตุการณ์วิกฤตน้ำมันเมื่อหลายปีก่อน

ในที่สุดโอฮาชิจึงตัดสินใจขอสปอนเซอร์ โดยลงแข่งในนามทีมอิสระ แต่เพราะในช่วงวิกฤติน้ำมันการขอสปอนเซอร์เป็นเรื่องที่ลำบากพอสมควร แต่ในที่สุดก็ได้บริษัทผลิดรถของเล่นชื่อดังแห่งหนึ่ง สนับสนุนเงินทุนในการแข่งขัน

แล้วโอฮาชิพร้อมลูกทีมอีก10ชีวิต ก็เหิรฟ้ามุ่งสู่เลอมังส์ ด้วยจิตใจที่หึกเหิม

แต่พวกเขาก็ถูกรับน้องแบบไม่ทันตั้งตัว...โดยที่พวกเขาคาดไม่ถึง !!!

ด้วยความที่พวกเขาเป็นหน้าใหม่  ทำให้เขาไม่ได้เตรียมตัวเรื่องอื่นๆ ผลก็คือตกรอบคัดเลือกครั้งแรก เป็นการเปิดตัวที่อับอายที่สุดที่พวกเขาไม่สามารถแสดงพลังออกมาได้อย่างเต็มที่

หลังจากที่พวกเขาเข้าใจโครงสร้างของการแข่งขัน  จึงฟอร์มทีมอีกครั้งในปี1981 และส่งรถแข่งเข้าร่วมชิงชัยถึงสามคัน แต่ท้ายสุดก็เหมือนเทปม้วนเดิมคือไม่ผ่านคัดเลือกอีกครั้ง

ปี1982 โยชิโร่ เทราดะ ลงแข่งขันจนสามารถวิ่งผ่าตัรอบคัดเลือกได้สำเร็จ และลงแข่งจริงจนจบรายการก่อนจะคว้าอันดับที่14 ซึ่งเขาวิ่งด้วยคติประจำใจว่า

ไปดูพระอาทิตย์ยามเช้ากัน

และเขาก็ได้เห็นพระอาทิตย์จนจบรายการ ซึ่งเขาให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าดีใจยิ่งกว่าตอนชนะเลิศอีก จนในปี1983 หรือปีที่4ของการแข่งขัน พวกเขาฟอร์มทีมใหม่ที่ชื่อ "มาสด้าสปีด" ซึ่งครั้งนี้ทางบริษัทแม่ก็ได้ร่วมช่วยเหลือ กับการที่โอฮาชิดึงตัว คุนิโอะ มัตสึมุระ 1ใน47 นักพัฒนาโรตารี่ในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายเทคนิคของทีม และส่งรถเข้าร่วม3คัน ซึ่งมีสองคันวิ่งจบรายการด้วยอันดับ12 และ 18 ตามลำดับ

ตั้งแต่นั้นมามาสด้าก็เป็นขาประจำรายการเลอมังส์ โดยเฉพาะเทราดะที่แฟนๆรถแข่งเรียกเขาว่า Mr.Le Mans แต่กำแพงระดับโลกแห่งนี้ยังคงตั้งตระหง่านให้พวกเขาได้ก้าวข้าม แต่ก็ยังไปไม่ถึงเป้าหมายเลย

ในการแข่งครั้งที่ 9 หรือช่วงปี1989 จบลงอันดับที่ 7,9,12 วันนั้นในงานเลี้ยงฉลองหลังการแข่งขันจบ คุณยาสึโอะ ทัตสึโทมิ ตัวแทนจากบริษัทแม่ ได้ประกาศลั่นวาจาในงานว่า

ถ้าคิดว่าปีนี้แรงม้ายังไม่พอ...ปีหน้าเราจะเพิ่มอีก100แรงม้าเพื่อชัยชนะ
ห้ามพูดว่า ไม่ได้หรือไม่ไหว เราจะสู้จนกว่าจะชนะ

พวกเขาเชื่อว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน...ความสำเร็จอยู่ที่นั่น บัดนี้จิตใจที่มุ่งสู่ชัยนะเริ่มฉายแววได้อย่างชัดเจน แต่ในปี1990 เทราดะกลับพาทีมจบลงอันดับที่20 และข่าวร้ายที่ตามมาคือ ปีนี้จะเป็นปีสุดท้ายที่เครื่องยนต์โรตารี่จะไดลงแข่งขัน

ข่าวนี้ทำเอาลูกทีมถึงกับนั่งไหล่ตก หรือร้องให้ เพราะคิดว่าความพยายามที่ผ่านมาสูญเปล่าจริงๆ บางคนคิดว่าเราก็ทำได้แค่นี้แหละ ซึ่งเวลานั้นทีมนิสสันทำอันดับสูงสุดตลอดการในการแข่งเลอมังส์อยู่ที่อันดับ5

แต่แล้วสวรรค์ได้เห็นความพยายาม เมื่อมีการเลื่อนกฏออกไปอีก1ปี...หมายความว่านี่คือโอกาสสุดท้ายที่มาสด้าจะต้องชนะให้ได้ เมื่อข่าวนี้ถึงทีมและบริษัท ทำให้จิตใจพวกเขากลับมาคึกคักอีกครั้ง และพวกเขาพร้อมจะไปด้วยการจนถึงเส้นชัย

ปี1991นี่คือวันที่ชาวมาสด้ารอคอยมานาน และเป็นการตัดสินครั้งสุดท้าย วันนั้นมาสด้า ได้เจอคู๋ต่อกรชั้นอ๋อง อย่าง เบนซ์,จากัวร์ ซึ่งขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือด แต่แล้วเบนซ์ที่วิ่งนำมาตลอด เครื่องยนต์เกิดนน้ำมันรั่ว และดูเหมือนว่าจะไม่สามารถวิ่งต่อได้

ทำให้มาสด้าที่มี 787B วิ่งส่งเสียคำรามราวกับเสียงหมาหอนของหมาป่า ก่อนจะทะยานเป็นจ่าฝูง จนถึงรอบสุดท้ายและก็คว้าธงตราหมากรุกได้สำเร็จ!!!

มันจบแล้ว...ความพยายามมาตลอด12ครั้ง พวกเขาพิชิตยอดเขาของวงการรถแข่งได้สำเร็จ หลังการแข่งขันจบลง ทุกคนร้องให้ด้วยความปลามปลื้มปิติยินดี นี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่พวกเขารอคอยมานาน

เพราะพระเจ้าเห็นความพยายามที่ไม่ยอมแพ้...จึงประทานความสำเร็จให้กับพวกเขา

นี่คือช่วงเวลาแห่งความยินดี หลังจากที่โรตารี่ได้พัฒนาวิจัยมาเกือบ30ปี และได้แสดงให้โลกได้ประจักษ์ถึงประสิทธิภาพของโรตารี่

นี่คือสิ่งที่พิสูจน์ว่า "ความพยายามอยู่ที่ไหน...ความสำเร็จอยู่ที่นั่น" ยังคงเป็นจริงแก่คนที่ไม่ยอมแพ้และสู็จนประสบความสำเร็จ

ก็เหมือนชาวมาสด้า ที่พยายามจนสร้างชื่อเสียงในระดับโลก และเป็นเรื่องราวที่น่าจดจำมาจนถึงทุกวันนี้

ไม่แปลกใจที่เมื่อใดได้เห็นรถมาสด้าวิ่งผ่าน

เสียงของมันช่างราวกับเสียงหอนของหมาป่าเหลือเกิน....

จากหนังสือ: MAZDA กำเนิดเครื่องยนต์โรตารี่ในฝัน

SHARE
Written in this book
คนพันธุ์แอล (L-PEOPLE)
เรื่องราวของคนธรรมดา...ที่กลายเป็นตำนานบนโลกใบนี้
Writer
DreamerWriter25
Rookie Writer
นักเขียน / นักฝัน (สมัครเล่น)

Comments

Pippo
4 years ago
สุดยอดดดด อ่านแล้วขนลุก
Reply
DreamerWriter25
4 years ago
ขอบคคุณครับ ผมเองขนาดเขียนยังขนลุกยิ่งกว่า 555