ชีวิตไร้แก่นสาร
หลายๆคนคงเคยมีวันทีรู้สึกว่าตัวเองเป็นสสารที่ว่างเปล่า ว่างเปล่าตั้งแต่ท้องที่ปราศจากอาหาร ว่างเปล่าทางความคิด ว่างเปล่าคนข้างกาย และ ปราศจากเงินสักบาทในกระเป๋าสตางค์ 

หลายๆคนเลยเลือกใช้ชีวิตปราศจาคสิ่งเหล่านั้นบนที่นอน จมอยู่บนเตียงเดิมๆ มองเพดานเดิม และอ่านหนังสือเรื่องเดิมๆซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายครั้ง เมื่อถึงเวลาอันสมควรก็ลุกทั้งๆที่ยังไม่หวีผม ไปทำกับข้าวง่ายๆมาประทังชีวิต แล้วกลับมานอนบนที่นอนพร้อมมือถือในมือ นอนอุตุเหมือนแมวขี้เกียจตัวนึงรอให้เวลามันผ่านพ้นไป

ทั้งๆที่ในช่วงเวลาที่นอนตีสามตื่นเที่ยงวันนั้นสามารถนำไปจัดการปัญหาต่างๆที่กองสุมไว้อย่างซักผ้าหรือล้างจาน หนักๆหน่อยก็เป็นเอาขยะไปทิ้งหรือเริ่มทำงานที่ตัวเองยังทำไม่เสร็จ หรืออาบน้ำแต่งตัวไปตามนัดที่ใครบางคนให้ไว้เพื่อไม่ให้เลทและแก้ตัวว่า รถติด หรือ ตื่นสาย

บางทีชีวิตไร้แก่นสารนั้นมันเหมือนเป็นช่วงเวลาที่เราได้นั่งเทศน์ตัวเองในใจ หรือบางคนก็พร้อมที่จะเปล่งคำพูดออกมา(คนดียวนะ)บอกกับตัวเองว่าควรจะทำอะไร หรือมองดูสิ่งที่ยังไม่ได้ทำแล้วกระตุ้นให้ตัวเองลุกขึ้นมาทำสิ่งนั้นๆให้ลุล่วง แต่คนส่วนใหญ่มักจะพลัดมันออกไปและเริ่มเข้าสู่ความไร้แก่นสารอันมีความขี้เกียจเป็นประมุข อุตุบนเตียงไม่ออกไปรับวิตตามิน E นอกบ้าน ปล่อยให้ดอกไม้ที่ระเบียงกับหน้าบ้านเฉาตายไปตามๆกัน

เลวร้ายที่สุดอาจเป็นการถูกทวงงานที่ตัวเองยังไม่ได้เริ่มหรือทำไม่เสร็จ แต่เกือบทุกคนก็มักพูดไปว่า มันจะเสร็จแล้ว หรือ แน่นอนว่าเสร็จแล้วรอรับได้เลย แล้วก็ขอภาวนาให้ตัวเองลุกไปทำงาน หรือขอให้เจ้าของงานเลื่อนการรับงานออกไปยิ่งดี เพื่อให้ความไร้แก่นสาร เสียงเพลง หนังสือ ที่นอน และเพดานเดิมคงอยู่กับเราไปอีกนานๆ

และเมื่อเวลาแห่งความไร้แก่นสารจบลง เราก็มักจะพูดกันว่า เวลานั้นมันผ่านไปเร็วจริงๆ กลับกัน เมื่อเราอยู่ในห้วงเวลานั้นมันกลับเชื่องช้าจนประมุขท่านนั้นเข้ามาเยี่ยมเยือนบ่อยครั้ง และครั้งแล้วครั้งเล่าที่เราพลัดวันและดำเนินชีวิตไร้แก่นสารต่อไป


SHARE
Written in this book
บางทีความคิดก็ทำให้คุณเป็นบ้าได้
แค่ 1 ในร้อยสิ่ง ที่ทำให้คุณเป็นบ้า
Writer
Open
etc.
มันเหมือนเรื่องบ้าๆในชีวิตมันมากมายเกินกว่าที่เราจะวิ่งหนี ผมเลยเลือกที่จะยืนเผชิญหน้ากับมัน และแล้ว...ผมก็กลายเป็นบ้า เรื่องมันน่าเศร้ามากเลยนะครับ

Comments

Tonsai
4 years ago
อย่าเอาชีวิตจริงของผมมาเขียนเล่นสิครับ 555
Reply