สิ่งที่ได้จากการเขียน Storylog ครบ 1 เดือน
ครบรอบหนึ่งเดือนเต็ม 
นับตั้งแต่ไปงานเสวนา 
"เขียนยังไง ไม่ให้ไส้แห้ง" 
ซึ่งจัดขึ้นโดย Storylog
(เวลาผ่านไปไวเหลือเกิน)

ก่อนหน้านี้ ขอบอกตามตรงว่า
ผมไม่รู้จัก Storylog มาก่อน
Storylog คืออะไร?
ในใจคิดว่า คงเป็นเว็บสำหรับนักเขียนมั้ง?

พอระยะหลัง เริ่มมีบทความดีๆ
ถูกแชร์จาก Storylog เยอะ 
เลยได้เข้ามาอ่านมากขึ้น

จนกระทั่งได้มาเข้าร่วมงานเสวนาฯ
แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์
แง่มุมต่างๆของการเป็นนักเขียน
ทั้งพี่ปิ๊ปโป้ พี่บักหนอม พี่ปองวุฒิ
บวกกับคำชักชวนของพี่ๆหลายท่าน 
เลยได้มาลองขีดๆเขียนๆ 
ถ่ายทอดเรื่องราวผ่าน Storylog ดู 
พบว่า "เออ มันก็สนุกดีแฮะ"

นอกเหนือจากเป็น Platform 
ให้ลองฝึกหัดเขียนแล้ว
Storylog ยังเป็นแหล่งรวม
บทความดีๆ เนื้อหาโดนๆ
สำหรับคนทุกกลุ่ม ทุกเพศ ทุกวัย
ให้เราได้ตกตะกอนทางความคิด
เปิดโลกทัศน์ มุมมองใหม่ๆ
ที่เราไม่เคยคิดถึงมาก่อน
(หลายๆบทความกระแทกจิตใจผม
เหลือเกิน เฮ้ย แบบว่ามันโดนนน)

แนะนำจากใจจริง สำหรับ
คนที่ชอบอ่านและชอบเขียน

ผมเลยถือโอกาสนี้
สรุปข้อคิด ประสบการณ์ที่ได้
จากการฝึกเล่าเรื่อง
สำหรับคนที่อยากก้าวขึ้นไป
เป็น "นักเขียนอาชีพ" 
และคนที่เริ่มจากการเป็น 
"นักอยากเขียน" อย่างผม


1. งานเขียน สามารถช่วยเหลือผู้คนได้จริง

อย่างบทความนึงของผมที่เกี่ยวกับ
"การเรียนต่อก่อนทำงาน/ทำงานก่อนเรียนต่อ"
ถูกแชร์ออกไปเยอะมาก 
จนผมรู้สึกแปลกใจอยู่เหมือนกัน
หลายคนเข้ามาพูดคุย บอกกับผมว่า 
มันช่วยเลือกเส้นทางเดินชีวิตของเขาได้

อย่าไปคิดว่า บทความธรรมดาๆ
ที่เราเขียน มันไม่มีประโยชน์ 
ไม่มีคนสนใจ ไม่มีคนมาอ่าน
ไม่แน่นะครับ มันอาจเปลี่ยนชีวิตใครบางคนได้

ขอหยิบยืมคำพูดจากนักเขียนชื่อดัง
พี่บอย วิสูตร แสงอรุณเลิศ
มาดัดแปลงคร่าวๆประมาณนี้

เป้าหมายที่อยากทำเพื่อคนอื่น
จะสร้างแรงบันดาลใจมากกว่า
ทำเพื่อตัวเองเสมอ และงานเขียนที่ดี
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงโลกทั้งใบ
แค่เปลี่ยนแปลงโลกทั้งใบของใครบางคนก็พอ

ผมเห็นด้วยกับคำกล่าวนี้สุดหัวใจ



2. การเขียนช่วยต่อยอดไปยังทักษะการพูดได้

สิ่งที่ผมสังเกตได้จากพี่ๆทั้งสามคน 
คือ นอกเหนือจากสกิลการเขียน
ที่หาตัวจับได้ยากแล้ว 
พวกเขายังถ่ายทอดออกมา
เป็นคำพูดได้ดีไม่แพ้กัน

ผมคิดว่า... 
การเขียน คือ 
การคิดนำไปก่อนหนึ่งรอบ 
ก่อนถ่ายทอดออกมา
ไม่เหมือนกับการพูด 
ที่ต้องคิดสด ด้นสดเลย
บางทีอาจทำให้เรา
เก็บประเด็นได้ไม่หมด 

การเขียนช่วยให้เราอธิบาย
เรื่องราวได้เป็นขั้นเป็นตอน
ครอบคลุมทุกเนื้อหา
เพราะเนื้อเรื่องถูกวางเป็น
โครงสร้างไว้ก่อนแล้ว
เวลาพูด ก็แค่เล่าไปตามสเต็ปที่วางไว้
และการได้กลับมาอ่านทบทวนอีกรอบ
ก็ยิ่งทำให้เรามั่นใจในข้อมูล
ที่เราต้องการสื่อสารออกไปมากกว่าเดิม


3. การจดบันทึกคือขุมทรัพย์ทางความคิด

ความคิดหรือไอเดียดีๆเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา 
แต่มันมักจะแล่นผ่านเข้ามาในหัว แล้วก็จากไป
และถ้าเราไม่เขียนลงไปหรือจดบันทึกเก็บไว้
มันจะอันตรธานหายไปตลอดกาล
ซึ่งไอเดียดีๆเหล่านั้นที่อุตส่าห์คิดได้
จะดูไร้ค่าขึ้นมาทันที

ผมคิดว่าเป็นปัญหาที่ใครหลายคนเจออยู่
รวมถึงตัวผมเองด้วย

ทางแก้ คือ พยายามเอาไอเดียดีๆเหล่านั้น
ออกมาจากหัวให้ได้มากที่สุดครับ

ถ้าจดในสมุดไม่ได้... 
ให้พิมพ์ใส่มือถือเก็บไว้
ถ้าขี้เกียจพิมพ์ใส่มือถือ... 
ให้พูดแล้วอัดเสียงเก็บไว้

แล้วถ้าอยู่ในห้องน้ำล่ะ
แล้วถ้าขับรถอยู่ล่ะ ทำยังไง?
หลังจากเสร็จธุระ 
ถ้าหาโอกาสจดได้ ให้รีบจดโดยเร็ว
จดเป็นหัวข้อ Bullet Point
หรือแค่ Keyword 
ก็ถือว่ามีประโยชน์มากๆแล้ว
หากได้กลับมาอ่านซ้ำ สิ่งที่คิดเก็บไว้
จะหวนกลับคืนมาทั้งหมด
เหมือนนั่งไทม์แมชชีนกลับไปตอนนั้นเลย

ความคิดที่ฝังอยู่ในหัว 
ทำให้สมองทำงานหนักเกินไป
ลองให้มือข้างที่ถนัดทำงานบ้าง
แล้วละเลงออกมาเป็นงานเขียนสิครับ


บทส่งท้าย...ขอขอบคุณ Storylog 
ที่เปิดโอกาสให้ผมรู้จักผู้คนมากมาย
ที่มีนิสัยรักการอ่าน ชอบการเขียน
ดึงดูดผู้คนที่มีแนวคิด ทัศนคติคล้ายๆกัน 
และอยากสรรค์สร้างสิ่งดีๆ
ให้กับโลกออนไลน์ในบ้านเรา
หวังว่าชุมชนแห่งนี้จะเติบโตต่อไปเรื่อยๆครับ ^^
SHARE
Writer
thetouristdiary
Traveler
แบ่งปันประสบการณ์ การใช้ชีวิต แนวคิด ทัศนคติ ต่อสิ่งรอบตัวของผม วิศวกร ตากล้อง นักเดินทาง Personal Blog >> www.thetouristdiary.com

Comments

imonkey7
4 years ago
การเขียนคือการกำจัดสิ่งที่คั่งค้างในหัวได้ดีที่สุดเขียนเสร็จโล่งเบย....เตรียมหาเรื่องใหม่^^
Reply
thetouristdiary
4 years ago
เหมือนถ่ายโอนข้อมูลลงฮาร์ดดิสก์ 555
Pippo
4 years ago
ขอบคุณมากๆคราบบบ ไว้เจอกันอีกทีงานหน้า : )
จะติดตามอ่านไปตลอดเช่นกัน
Reply
thetouristdiary
4 years ago
ยินดีมากๆคร้าบ ไว้เจอกันนน
Pukina
4 years ago
เห็นด้วยค่ะ บางทีคิดโน่นนี่ หรือเห็นอะไรสักอย่าง มากระแทกตาและใจ ต้องเขียนจดไว้ ไม่งั้นจะลืมได้ ปล. เป็นคนชอบเขียนเหมือนกันค่ะ

Reply
thetouristdiary
4 years ago
แต่บางทียุ่งๆ คิดโน่นคิดนี่ แล้วก็ลืมจดเก็บไว้ 555
SorSin
4 years ago
มีแรงขึ้นเยอะเลยครับ
Reply
thetouristdiary
4 years ago
สู้ๆครับ
Jingjosailaway
4 years ago
ผมก็ไปมาครับ

ทีแรกผมก็บอกตัวเอง ณ ตอนฟังบรรยายในงานนั้นว่า
วันนี้กูกลับไปอัพแน่ๆ และ จะอัพเดททุกวัน 
แบบที่น้าเล็กคาราบาวทำในFB

แต่เวลาก็ผ่านไปเกือบเดือนแหนะกว่าจะได้เริ่มเขียน 

ตอนนี้ผมเขียนมาได้สิบกว่าวันแล้วครับ เขียนได้เกือบทุกวัน มีบางวันหลุดๆไป 
แต่จะพยายามเขียนให้ได้ทุกวันในหนึ่งเดือนแรกครับ


Reply
thetouristdiary
4 years ago
ดีครับ กลับกันกะผม ช่วงแรกผมเขียนบ่อยมาก ตอนนี้ดรอปลงมาหน่อย แต่พยายามจะเขียนให้ได้อย่างน้อยอาทิตย์ละหนึ่งบทความ เป็นกำลังใจให้ครับ