เรื่องของฉันและคนข้างทาง : ลี
ในทุกการเดินทางมีเรื่องเล่าและคนเดินทาง



ลีคือเพื่อนชาวเขมรคนแรกและคนเดียวที่ฉันมี เรารู้จักกันผ่านลอล่า เพื่อนสาวชาวอังกฤษของฉัน ผู้ซึ่งเคยไปเยือนนครวัดมาก่อนหน้า เมื่อลีเป็นคนขับรถตุ๊กตุ๊กพาลอล่าและคุณพ่อของเธอเที่ยวชมนครที่เคยสาบสูญแห่งนี้



คราวนี้ ฉันจึงติดต่อจองตัวลีล่วงหน้า ผ่านทางโซเชียลเน็ทเวิคอย่างเฟซบุ๊ค เพื่อมาเป็นคนขับรถให้ฉันเช่นกัน



เมื่อรถโดยสารจากปอยเปตใช้เวลาเนิ่นนานเกินคาดกว่าจะมาถึงเสียมเรียบ ฉันติดต่อลีทันทีเมื่อเก็บของเข้าที่พักเสร็จผ่านโทรศัพท์ของโฮสเทล

"ไอพยายามติดต่อยูตลอด แวะเข้าร้านเน็ทหลายรอบเพื่อติดต่อยู..."

"...ขอโทษที่ ฉันไม่มีซิมที่นี่ ใช้เน็ทไม่ได้เลย"

ในประเทศนี้ ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถครอบครองสมาร์ทโฟน ไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าถึงโลกออนไลน์ได้แค่เพียงปลายนิ้ว ขอบคุณที่พยายามทำเพื่อคนไม่รู้จักอย่างฉัน



"เจอกันพรุ่งนี้นะ..."



หากแต่...



"ขอโทษนะ รถไอเสีย วันนี้พี่ชายไอจะเป็นคนดูแลยูเองนะ"

วันแรก ตุ๊กตุ๊กที่พาฉันเดินทางชมนครวัดรอบในจึงไม่ใช่ลี



"แต่ยูไม่ต้องห่วง ตอนนี้ยูคือเพื่อนไอแล้ว..."



ในวันที่สอง หลังจากมีเรื่องผิดแผน สุดท้ายแล้ว ฉันก็ไม่เคยได้ใช้บริการรถตุ๊กตุ๊กของลี



"ลี พรุ่งนี้ฉันจะกลับไทยแล้วนะ ยูมากินข้าวเย็นกับฉันมั๊ย..."



แล้วฉันก็เป็นสาวแว๊น ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์หนุ่มเขมรไปกินข้าว (ฮา)



ลีพาฉันไปสวนอาหารอารมณ์ลานเบียร์ของชาวท้องถิ่น ห่างไกลจากย่านท่องเที่ยวที่ฉันพักอาศัย ตกแต่งแบบผสมผสานหลากวัฒนธรรม (มั่ว) โดยมีทั้งโคมไฟจีน น้ำพุตรงกลาง เปิดเพลงเขมรทีฝรั่งที น่าจะตั้งใจทำแสงสลัวจนสลัวเกิน แต่ก็มีลูกค้าแน่นร้าน คงเป็นร้านดังของที่นี่



เราสื่อสารกันทุกอย่างด้วยภาษาอังกฤษ ทักษะภาษาอังกฤษของลี นับได้ว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับคนที่ต้องทำมาหากินในเมืองท่องเที่ยว แต่เท่าที่ัสัมผัสมา ลีดีกว่าคนอื่นๆที่นี่



"ไอเคยเรียนโรงเรียนอินเตอร์อยู่สามเดือน มีสตรีสูงวัยชาวออสเตรเลียส่งเงินสนับสนุนให้ แต่ตอนนี้ไอติดต่อเธอไม่ได้แล้ว ไอไม่อยากคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ"

"ไอชอบไปเป็นอาสาสมัคร ไอโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ไอรุ้ดีว่ามันรู้สึกยังไง"



ฉันอยากรู้ถึงชีวิตของคนที่นี่ มันคงแตกต่างจากมหานครบ้านเกิดของฉันมาก

"ยูรู้มั๊ย รายได้คนที่นี่ ถ้าเป็นแค่เด็กเสิร์ฟ อยู่ที่ 80 USD ต่อเดือน ส่วนใหญ่ก็มาจากเมืองอื่นกัน ก็ต้องจ่ายค่าที่พัก อย่างต่ำก็ 50 USD"

ลีเล่าพลางมองไปทางพนักงานเสร์ฟแถวนั้น นี่เป็นเพียงข้อมูลจากลีที่ฉันยังไม่ได้ตรวจเช็ค แต่ถ้ามันเป็นจริงอย่างที่ลีว่า ฉันก็นึกไม่ออกว่า คนเราจะใช้ชีวิตให้อยู่ได้ทั้งเดือนยังไง กับเงินแค่ 30USD แถมค่าอาหารที่นี่แพงกว่ากรุงเทพ (นะจ๊ะ)



"กัมพูชาเป็นประเทศที่จนมากเลยนะ ทั้งๆที่มีหลายประเทศส่งเงินมาช่วยเรา แต่ก็ไม่รู้ว่ารัฐบาลเอาเงินไปทำอะไร...."

ฉันสายตาล๊อกแล๊กมองคนรอบข้าง ประเด็นนี้ไม่น่าใช่เรื่องที่จะพูดได้ในที่สาธารณะ

"ไม่เป็นไรหรอก ระยะหลังมานี่เราเปิดกว้างมากขึ้น สามารถพูดถึงรัฐบาลได้อย่างเปิดเผย..."



กัมพูชาเป็นประเทศซึ่งปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

"อ๋อ พระนโรดมสีหนุใช่มั๊ย?"

"นี่ยูไม่รู้หรอ ท่านสิ้นไปตั้งนานแล้ว ตอนนี้เป็นองค์ลูกแล้ว"

ฉันต้องยอมรับว่า นอกจากกรณีพิพาทเขาพระวิหารแล้ว ฉันแทบไม่รู้อะไรเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านนี้เลย (กษัตริยองคปจจุบันคือ พระบาทสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี ขึ้น

ครองราชยเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2547)



ดินแดงจากในอาณาบริเวณนครวัดนครธมยังติดอยู่ที่รองเท้า สำหรับ 1 ในสิ่งมหัศจรรย์ทั้ง 7 ของโลก สถานที่ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกที่แทบไม่มีใครไม่รู้จัก สถานที่ที่เป็นที่ถ่ายทำของภาพยนตร์ชื่อดัง สถานที่ที่คนในชาติภาคภูมิใจที่สุดจนถูกประทับลงบนธงชาติ แต่ว่ากันตามจริงแล้ว หากไม่นับความงามของโบราณสถาน สภาพแวดล้อมอื่นๆก็ไม่ต่างจากพื้นที่แถบต่างจังหวัดของต่างจังหวัดที่กันดารที่สุดของบ้านเรา

"ยูดูสิ รัฐบาลเก็บค่าเข้าชมแพงลิบจากชาวต่างชาติ วันวันมีนักท่องเที่ยวมาตั้งกี่คน แต่ไม่รู้เอาเงินไปทำอะไรหมด..."



เสื้อผ้าแบรนด์หลายตัวที่ฉันใช้อยู่ ผลิตในกัมพูชา ฉันเล่าถึงเรื่องนี้ให้เพื่อนท้องถิ่นฟัง

"ไอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าที่นี่เป็นผู้ผลิตเสื้อผ้าให้แบรนด์ชั้นนำ ยี่ห้อพวกนั้น ไอก็ไม่เคยได้ยิน"

มันน่าเศร้าแค่ไหน ที่สินค้าที่ถูกผลิตด้วยแรงงานจากที่ใดที่หนึ่ง เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ในราคาที่ถูกจนใครๆก็มีโอกาศครอบครองได้ แต่ไม่ใช่สำหรับชนชาติที่เป็นผู้ผลิตเสียเอง



"ไออยากไปเที่ยวเมืองไทยบ้าง"

"ยูมาสิ เดี๋ยวฉันพายูเที่ยว smile emoticon"

"มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก ค่าทำหนังสือเดินทางที่นี่ 150 USD สำหรับรายได้ของคนที่นี่แล้ว มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้ไปไหนเลย"



ความไม่สมเหตุสมผลหลายอย่าง ความไม่สมดุลระหว่างรายรับและรายจ่ายของคนท้องถิ่น ได้ปิดกั้นโอกาสหลายอย่างของคนในชาติ



ฉันโชคดีแค่ไหนที่อากงอาม่าโล้สำเภามาลงเมืองไทย ไม่ใช่กัมพูชา



ลีอยากเป็นไกด์นำเที่ยว รายได้จากการเป็นไกด์นับว่าดี แต่หนทางของความฝันของลีไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องผ่านการเรียนและทดสอบ ซึ่งค่าใช้จ่ายโดยรวมแล้ว ราว 2000 USD มันไม่ใช่ตัวเลขที่ฟังดูมากมายสำหรับคนไทย แต่สำหรับชาวเขมรแล้ว มันต่างออกไป

"ตอนนี้ไอเลยต้องทำงานให้หนักเพื่อเก็บเงินก่อน..."



ซักวันหนึ่ง ลีคงได้มีโอกาสไปเมืองไทย ได้เดินทาง ได้สัมผัสโลกและมรดกโลกแห่งอื่น ได้ใช้คำว่านักท่องเที่ยวบ้าง ฉันคงมีโอกาสได้ต้อนรับอาคันตุกะจากประเทศเพื่อนบ้านคนนี้ เหมือนที่ลีได้ต้อนรับฉัน และนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ มาตลอด
SHARE
Written in this book
เรื่องของฉันและคนข้างทาง
ในทุกการเดินทางมีเรื่องเล่าและคนเดินทาง
Writer
Nititatita
writer
Life Adventure

Comments