เด็กชายน้อย
มื้อเย็นหนึ่ง
เด็กชายน้อยกำลังกินไก่ทอด
อย่างเอร็ดอร่อย 
ปากของเขาเปื้อนน้ำมันและรอยยิ้มพอๆกัน
"พรุ่งนี้จะกินอะไร ลูก"

เด็กชายไม่ตอบ มันดูไร้สาระสำหรับเขา
เรากำลังกินมื้อเย็นอยู่และยังไม่ทันเสร็จสิ้นดี
:พวกผู้ใหญ่ก็อย่างนี้แหละ สนใจอนาคตจนลืมปัจจุบัน
ทำตัวเหมือนปราชญ์ที่มัวมองดาว จนตกหลุมเลน 
ต่างกันตรงที่พวกเขาไม่ใช่นักปรัชญา เท่านั้นเอง
พวกเขาสนใจชีวิตจนลืมใช้ชีวิตไป
"..." เด็กชายเงียบ เขาไม่ยอมตอบ

"พรุ่งนี้จะกินอะไร"
เนื้อหายังเหมือนเดิม มีแต่เนื้อเสียงที่เปลี่ยนไป
:โกรธขึ้นเล็กน้อย
"..."
"จะกินอะไรทำไมไม่ตอบ"
"..."
"จะกินไหมข้าว มีเงินไปซื้อเองหรอ มีรถขี่ไปซื้อเหรอ
"มีงานทำ เลี้ยงดูตัวเองได้แล้วหรือไง
"พรุ่งนี้ก็ขับรถไปซื้อเองเลยสิ"
มันหน้าขำขัน สำหรับเด็กชายน้อย
มันเป็นหน้าที่ของพวกเขา 
ที่ต้องอุปภัมภ์ค้ำจุนเด็กๆ
ไม่ใช่นำมาเป็นข้ออ้างเผด็จการ "เราทำเพื่อประชาชน" 
หรืออะไรเทือกนั้น

พวกเขาให้กำเนิดเขา โดยไม่ขออนุญาติสักคำ
เขาอาจจะกำลังมีความสุข อยู่บนสวนสวรรค์
แต่กลับต้องสละสุข มาเกิดบนโลกมนุษย์
พวกเขาต้องดูแลเขาอยู่แล้ว
เพื่อชดใช้ มันเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ที่ดีควรปฏิบัติ
โดยไม่หวังผลตอบแทน หรือให้มาทดแทนคุณภายหลัง
เพราะเขาก็จะดูแลลูกของเขาเหมือนกัน จะทดแทนคุณพ่อแม่
โดยการดูแลลูกให้ดีที่สุด ส่งต่อความรักจากรุ่นสู่รุ่น

ถึงจะน่าขำ แต่กาละ-เทศะ มันไม่ให้
เด็กชายจึงไม่หัวร่อออกไป ได้แต่ "..."
"ทำไมไม่ตอบ เวลาผู้ใหญ่ถาม ต้องตอบ
"ไม่งั้นพวกเขาก็จะถามว่า 'เป็นใบ้เหรอ'
"มีปากทำไมไม่พูด มีปากทำไมไม่ใช้"
"..."

เด็กชาย
จ้องหน้ามารดาเขม็ง
ปั้นหน้าปั้นตาเหมือนจะร้องไห้
มารดาก็จ้องตอบด้วยสีหน้าเหมือนจะกลืนลูกเข้าท้อง
แล้วย่อย ให้เหลือเพียงความว่างเปล่าเหมือนเริ่มแรก
ผมคิดว่าเขาทนไม่ไหวแล้ว..เด็กน้อย

ถึงจุดหนึ่ง
จุดที่น้ำตากำลังจะไหล
เด็กชาย หัวเราะออกมาอย่างกะทันหัน
และรอยยิ้มก็เปื้อนปากเขายิ่งกว่าเศษไก่เศษน้ำมันเสียอีก
รอยเปื้อนยาวไปถึงหู เลยดวงหน้าเขาเข้าไปถึงดวงดาวบนฟากฟ้า

เขาคงจะเห็นหน้าที่ดุดันของพวกผู้ใหญ่
แล้วอดหัวเราะไม่ได้ มันหน้าขำขัน

พวกเขาพยายามทำเป็นรู้มากกว่าเรา ทั้งที่รู้พอๆกัน
:สำหรับวิชาชีวิต

แล้วเด็กน้อยก็เอ่ยปากครั้งแรก
"ยิ้มให้ดูหน่อย"
"..."
"ยิ้มให้ดูหน่อยๆ"
"!!!"
"ยิ้มหน่อย ตอนนี้เลย
"เขายิ้มให้ตัวเองดูแล้ว ตัวเองยิ้มให้เขาดูหน่อย"
"..."
"เขามองไม่เห็นยิ้มตัวเอง ตัวเองยิ้มให้เขาดูหน่อยสิ"
"..."
"ทำไมไม่ยิ้มล่ะ ปากมีไว้ยิ้มนะ"
เขาไม่ฟังที่มารดาพูดเลย นี่แหละเด็ก. 
SHARE

Comments