วันเวลาของคนหนุ่มสาว.
1
เขาแก่กว่าผมหนึ่งปี

วันนั้นอากาศข้างนอกร้านข้าวแกงร้อนอบอ้าวราวกับเป็นเดือนเมษา พัดลมเพดานหมุนเอื่อยเฉื่อยชาทั้งที่เปิดเบอร์แรงที่สุด ผมสงบนิ่งนั่งฟังเหตุและผลจากชายหนุ่มผู้เป็นเพื่อนร่วมงาน เขาเล่าว่าเบื่องานที่เรากำลังทำอยู่เต็มทนแล้ว อยากออกไปสัมผัสประสบการณ์ความท้าทายใหม่ๆ มีสองเส้นทางที่เขาอยากลองคือการเป็นนักบิน (เขากำลังลงเรียนคอร์สนักบิน) กับการไปทำงานที่ต่างประเทศ (เขามีญาติทำธุรกิจอยู่ที่ออสเตรเลีย) สิ่งเดียวที่ขัดขวางความฝันของเขาอยู่คือพ่อกับแม่ที่อยากให้ลูกชายมีหน้าที่การงานอันมั่นคงเป็นหลักแหล่ง พิสูจน์ตัวเองสักหน่อยว่าอดทนได้ ใช้ชีวิตอยู่กับโลกแห่งความจริงเป็น อยู่ที่นี่ อยู่กับงานปัจจุบัน

แต่เพราะหมดแรงจูงใจใฝ่ฝันนั้นไปนานแล้ว เขาจึงกลายเป็นคนเหลวไหลไม่เอาการงาน มาสาย เข้างานล่าช้า แต่งตัวชุดทำงานออกจากบ้านแต่ไม่ยอมเข้างาน บ้างก็หายไปทั้งสัปดาห์ไม่เจอหน้า งานของเราเป็นงานที่มั่นคงเอาเรื่อง เหลวไหลไร้ความรับผิดชอบขนาดนี้ก็ยังไม่มีใครไล่เขาออกจากงานได้ ทั้งที่เงินเดือนของเขาถูกหักจนแทบไม่เหลือ

แม่ของชายหนุ่มยื่นคำขาดว่าให้ทนทำงานอีกแค่ปีเดียว พ้นจากนั้นแล้วเขาจะไปไหนหรืออยากทำอะไรก็จะยอมให้ทำ

"อยากออกตั้งแต่ตอนนี้" เขาบ่นเซ็งๆ "ไม่ใช่เด็กแล้ว"

"คิดดีๆ ละกัน" ผมบอกเขาไปแบบนี้ ทั้งที่รู้สึกสมเพช สะอิดสะเอียน และในใจนึกดูถูกว่าคนอย่างเขาก็เอาแต่เพลย์เซฟ แอบอิงอาศัยอยู่ใต้ร่มเงาพ่อแม่ ก้าวไปไหนไม่พ้นนอกจากคำว่าลูกที่ไม่รู้จักเติบโต

ใจอยากบอกเขาว่าถึงเวลาออกมาไขว่คว้าหาความฝัน แต่เมื่อหวนย้อนนึกถึงวันเวลาในอดีตของตัวเองแล้วก็ต้องหักห้ามใจ



2
นอกจากคำว่าความฝัน โลกนี้ยังมีสิ่งที่เราเรียกว่าความจริง

ผมเคยสละสิทธิ์มหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่งแล้วไปสมัครเรียนราชภัฏภาคพิเศษเสาร์-อาทิตย์ เพียงเพราะว่าค่าเทอมถูกกว่า และจะได้หางานทำในวันธรรมดา

แม่ไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว แม่อยากให้ผมเรียนในมหา'ลัย ดีๆ จบออกมามีหน้าที่การงานมั่นคง ปากพร่ำบอกว่าหาเลี้ยงไหว ส่งเสียได้ แต่เราทั้งคู่ก็รับรู้กันอยู่ว่ามีบางวันที่เราต้องอดมื้อกินมื้อ หลายครั้งที่แม่กินแต่ต้มผัก และนั่งมองดูผมกินกับข้าวที่ซื้อมา

ไม่อยากทนเห็นอีกแล้วภาพแบบนั้น ผมคิดตื้นๆ แค่นั้นและตัดสินใจเป็นแรงงานลูกจ้างในโรงงานสมุนไพรเล็กๆ แห่งหนึ่งอยู่แรมปี ค่าแรงไม่กี่พันบาทในตอนกลางวัน ควบด้วยหน้าที่อยู่เป็นยามเฝ้าโรงงานในตอนกลางคืน

ในบางวัน ผมหุงข้าวเปล่ากินกับมาม่าต้ม ในบางคืน ไข่ต้มกับซอสก็พอประทังชีวิตให้ผ่านพ้นไป
เอาแค่ปลากระป๋องเพียงอย่างเดียวก็อยู่ได้ไป 2-3 วัน

แอบออกไปทำงานตอนกลางคืนอยู่บ้าง ทั้งร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ตระเวนหางานทำไปทั่ว อีโก้ผมสูงพอสมควร ทำแต่ละที่ได้ไม่นานเพราะไม่มีความอดทนพอ เหนื่อยกายนั้นไม่เท่าไหร่แต่เมื่อเหนื่อยใจกับเพื่อนร่วมงาน แม้บางที่จะเป็นเรื่องเล็กน้อย มันเป็นสาเหตุให้ผมคิดลาออกอยู่เสมอ

ลาออกกับเจ้านายโดยตรงบ้าง และอีกหลายที่ก็หายไปเฉยๆ โดยไม่บอกไม่กล่าว

ด้วยความที่ต้องการเงินช่วยแบ่งเบาภาระที่บ้าน ผมจึงทำหลายงานหลายตำแหน่งหน้าที่ ซึ่งกลายเป็นข้อเสียเพราะทำให้รับผิดชอบแต่ละงานได้ไม่ดีพอ หนึ่งปีผ่านไปผมจึงถูกบอกเลิกจ้างจากเจ้าของโรงงาน กลายเป็นคนไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้

คิดว่าเก่ง เจ๋ง คิดว่าตัวเองแน่ แต่ท้ายที่สุดก็เป็นได้แค่คนไม่เอาไหน

ผมเดินเข้าไปสมัครงานในผับหลังมหาวิทยาลัย เป็นเด็กรับรถในเวลากลางคืน และคนทำความสะอาดในเวลากลางวัน

อยู่ในห้องเช่าโทรมๆ มีเพียงพัดลมหนึ่งตัว โทรทัศน์ที่ไม่ค่อยได้เปิด ตู้เย็นที่ไม่ได้ใช้ กับคอมพิวเตอร์โน็ตบุ๊ครุ่นโบราณตัวหนึ่งที่น้ายกให้ ปลายเดือนที่เงินเดือนออกช้าและไม่มีเงินจ่ายค่าห้อง ผมกลับมาถึงในเวลาตีสองและพบว่าห้องถูกล็อคจากภายนอก

คืนนั้นผมนอนข้างถนน

เงินติดตัวในกระเป๋ากางเกงมีเพียงธนบัตรยี่สิบบาทหนึ่งใบ ผมกะว่าคงเก็บไว้ซื้อข้าวไข่เจียวกินตอนเช้า แต่ค่ำคืนนี้ขอนอนพักก่อน เสื้อคลุมและเสื้อกันฝนใต้เบาะรถมอเตอร์ไซค์โยกย้ายหน้าที่มาเป็นผ้าห่มขับไล่ความเหน็บหนาว

หมาตัวหนึ่งเดินมาจ้องหน้าผมที่นอนอยู่บนม้านั่ง สายตาของมันคล้ายกับจะถามผมว่า นี่หรือคือชีวิตที่มึงอยากได้นักหนา อยากจะพิสูจน์ตัวเองนัก แล้วเป็นไงเล่า สุดท้ายก็มาลงเอยที่ข้างถนน

วัยหนุ่มสาวคือวันเวลาของความอิสระ ลองผิดลองถูก ถ้อยคำปลุกใจเช่น ความเชื่อ ความฝัน ความหวัง คือชุดคำที่ถูกป้อนใส่วัยหนุ่มสาว ทำให้เรามองไม่เห็นว่าโลกของความเป็นจริงบางครั้งก็โหดร้าย สุดท้ายต่อให้เราพยายามมากแค่ไหนโชคชะตาก็อาจไม่เข้าข้าง เราอาจจะมีความคิดหวังฝันใฝ่ให้ชีวิตเป็นดั่งใจ แต่ใช่ว่าโลกจะขีดเขียนอะไรตามที่ใครต้องการ



3
นักศึกษามหา'ลัยผู้หนึ่งเล่าให้ผมฟังว่านอกจากจ่ายค่าหอและค่าเล่าเรียนให้แล้ว พ่อแม่ของเขายังโอนเงินให้ใช้เดือนละสามหมื่น

มันเป็นจำนวนเงินที่มากกว่ารายได้ต่อเดือนของข้าราชการและพนักงานธนาคารบางคนเสียอีก ยังไม่ทันหายแปลกใจสงสัยว่าอายุเท่านี้ สถานะนักศึกษาแบบนี้มีความจำเป็นต้องใช้เงินมากขนาดนั้นเลยหรือ เขาก็เล่าให้แปลกใจต่อมาว่าเงินสามหมื่นที่ว่ามานั้น ไม่เคยพอใช้สำหรับเขาเลย

ผมรู้จักพี่ชายคนหนึ่งที่ไม่มีงานทำ เขาอายุสี่สิบ ฐานะทางบ้านดี พ่อแม่เป็นเจ้าของธุรกิจร่ำรวยจนทั้งชีวิตนี้ไม่ต้องทำงานอะไรอีกเลยก็น่าจะอยู่ได้ รถยนต์ โทรศัพท์ บัตรเครดิต ล้วนเป็นสิ่งที่พ่อแม่เลือกสรรคัดมาให้ กิจวัตรประจำวันของเขามีเพียงการไปรับไปส่งพ่อแม่ตามสถานที่ต่างๆ พ้นจากนั้นก็ตระเวนพบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูงตามวาระโอกาส

มันเป็นไปได้ว่าทั้งสองคนคือภาพสะท้อนอดีตและอนาคตของกันและกัน ในขณะที่ชายหนุ่มบางคนเดินเร่ขายไข่นกกระทาตามสี่แยก เป็นไปได้ว่าชายหนุ่มอีกหลายคนไม่เคยรู้จักว่าการดิ้นรนขวนขวายหาเงินมันเป็นอย่างไร

ความสบายทำให้เรายึดติด ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาหรือเธอจะไม่ดิ้นรนขวนขวายค้นคว้าหาสิ่งใดอีก และอีกเช่นกัน ความสบายทำให้เราไม่กล้าออกไปไหน หวาดกลัวความล้มเหลว ไม่มั่นคง เอาตัวไม่รอด จนต้องซุกอยู่แต่ในพื้นที่ปลอดภัย

การกลัวว่าตัวเองจะอดตายนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่แทนที่คำตอบจะอยู่ที่การลงมือลงแรงทำงาน หนุ่มสาวบางคนเลือกที่จะเอนหลังพิงพ่อแม่ และยึดติดกับความสบายไปตลอดชีวิต

เดือนนี้เงินไม่พอใช้ทำอย่างไร คำตอบง่ายๆ ของพวกเขาคือแบมือขอเอาจากบุพการี

การประหยัดอดออมกลายเป็นทางเลือกท้ายๆ ยุคสมัยนี้เรากินอยู่อย่างมัธยัสถ์ได้ที่ไหนกัน ค่าใช้จ่ายบานตะไทขนาดนี้ อยากได้อะไรสิ่งใดก็มีแต่ต้องค้นคว้าหาทางลัด ขืนเอาแต่ชักช้า มัวแต่ก้มหน้าก้มตาเก็บเงิน มีหวังได้เป็นคนหลงยุคหลุดสมัยไม่ทันกระแสกันพอดี

ไม่ใช่ทุกคนจะทำสำเร็จได้ตามที่ใจใฝ่ฝัน รับฟังความอึดอัดของชายหนุ่มเพื่อนร่วมงานแล้วผมหวนย้อนนึกถึงภาพตัวเองที่นอนข้างถนนวันนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าหากเขาจะหวาดกลัวจนไม่กล้าก้าวเท้าเดินออกจากโซนปลอดภัย และเลือกเอาความสบายนำหน้าความฝัน

แต่มันก็ทำให้คำว่า 'ไม่ใช่เด็กแล้ว' ของเขาคล้ายเป็นคำที่ย้อนกลับมาเสียดสีทิ่มแทงเนื้อตัวของเขาเองจนร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลเหวอะหวะ ผ่านไปสองปีแล้วนับจากที่เราสนทนากันวันนั้น  เขายังคงเป็นคนเดิมที่มาทำงานบ้างไม่มาบ้าง ให้เหตุผลว่าเจ็บไข้ได้ป่วยไม่สบาย แต่พบเห็นเขาเล่นบาสตอนเย็นทุกวัน จนโดนพ่อดุด่าว่ากล่าว บางวันร้ายแรงถึงขั้นขู่จะตัดพ่อตัดลูกกัน หากยังไม่ยอมไปทำงาน

เขาเอ่ยปากขอยืมเงินจากคนนั้นคนนี้ไปเรื่อย ได้บ้างไม่ได้บ้าง เพราะหากไม่ทวงถาม ชาตินี้ทั้งชาติอาจไม่มีวันได้คืน ทุกคนเข็ดขยาดกับเหตุผลจากปากคำของเขา มันเป็นเรื่องเดิมๆ ว่าเงินที่มีไม่พอใช้

มันจะไปพอได้อย่างไร ไหนจะค่ากาแฟ บุหรี่ ผับบาร์ และค่าแท็กซี่ในการเดินทางมาทำงาน แทงบาสแต่ละครั้งก็เล่นหนักและมักไม่สมหวัง

ผมยังก้าวไม่พ้นช่วงหนุ่มสาว และต้องคอยเฆี่ยนตีตนเองอยู่บ่อยครั้งไม่ให้เหลวไหล ไม่แน่ใจนักว่าวันเวลาวัยหนุ่มสาวนั้นใช้จ่ายไปอย่างเหมาะสมคุ้มค่าแล้วหรือยัง ผมเพียงแต่คิดตื้นๆ เอาว่าอย่างน้อยความภาคภูมิใจก็เป็นสิ่งที่เงินตราสกุลใดก็หาซื้อมาครอบครองไม่ได้ ปัญหาก็คือเราแข็งแรงพอไหม หรือเอาแต่เหยาะแหยะฟูมฟาย

มันทำให้เห็นว่าสุดท้ายแล้วเราเป็นคนแบบไหน หวั่นไหวต่ออุปสรรคและหนทางอันขรุขระพร่าเลือนไหม หรือบาดเจ็บทีไรก็คลานเข่ากลับไปหาพ่อแม่

โลกนี้มีเส้นบางๆ กั้นอยู่ ระหว่างการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ กับลงเอยด้วยการเป็นคนไม่เอาไหน

และผมคิดว่าคำตอบคงไม่ได้อยู่ห่างไกล.
SHARE
Writer
Thankwian
labour worker
Nothing important

Comments

imonkey7
5 years ago
บาดลึกและจัดจ้านมากครับ....
น้ำตาแทบหบั่งแต่มันติดค้างอยู่ที่คอ ความเจ็บมันจุกแน่น
เสียบสะไส้แตกเลย....
Reply
ATOM10203
5 years ago
ส่อเสียดนี่หว่า
Reply
Together777
5 years ago
โชคดีจังที่ได้อ่าน 

Reply
5W1H
5 years ago
ฉันรู้ศึกเศร้า
Reply
5W1H
5 years ago
ทำไมฉันพิมพ์คำว่ารู้สึก ผิด ..
OnnRun
5 years ago
ชอบสำนวนค่ะ ชอบอ่านงานของคุณวรพจน์แน่ๆเลย :)
Reply