ความสำคัญของคนดี
         ถ้าหากว่าสังคมนี้มีแต่คนดีจะเป็นอย่างไร สังคมไทยเรามีค่านิยมที่แปลก คือ คนไทยให้เกียรติคนเก่งมากกว่าให้เกียรติคนดี การให้เกียรติกับคนเก่งไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่คนไทยให้เกียรติคนเก่งมากเสียจนลืมคำนึงถึงพฤติกรรม ลืมคำนึงถึงการกระทำของคนเก่งว่าดีหรือไม่ดี ถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง เป็นไปตามแบบแผนความประพฤติปฏิบัติอันดีงามหรือไม่ กลายเป็นว่าคนในสังคมต้องการเป็นคนเก่งมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของสังคม เพื่อสนองความต้องการของตนเอง โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่รุนแรงตามมา คือ สังคมมีคนเก่งมากกว่ามีคนดี ทุกท่านครับการมีคนเก่งมากย่อมเกิดประโยชน์ต่อการก้าวไปข้างหน้าของประเทศ แต่กลับเป็นที่น่าเสียดาย ที่ภาพความเจริญก้าวหน้าของประเทศกลับต้องหยุดชะงักลงด้วยคนเก่งบางกลุ่ม คนเก่งเหล่านั้นกลับนำความเก่งที่คนในสังคมยกย่องมาข่มใส่กันเอง เอาความเก่งมาแสวงหาซึ่งประโยชน์ใส่ตนและพวกพ้องมากกว่าการแบ่งปันแก่ส่วนรวม สังคมนี้จึงเริ่มเสื่อมลงและล่าถอยลงหุบเหวของการโกงกิน การเอื้อประโยชน์อย่างมิชอบ ความเท่าเทียม ความยุติธรรมเริ่มมลายลง ความเก่งที่ระคนไปด้วยความเห็นแก่ได้ เห็นแก่มี ได้บิดเบือนการมองเห็นของคนในสังคมให้ผิดเพี้ยนไป คนในสังคมกลับมองว่าคนดีนั้นเป็นพวกอ่อนแอ คนดีโดนสายตาของสังคมหยามเหยียดศักดิ์ศรีอย่างไม่เหลือดี คนดีกลายเป็นคนที่ไร้ที่ยืนบนสังคม

       สังคมในปัจจุบันจึงวุ่นวาย มีการแก่งแย่ง แข่งขันกันไม่สิ้นสุด เกิดความสับสนนานัปการขึ้นในสังคม เพราะมีแต่คนเก่งที่ไร้ซึ่งความเป็นคนดี ทุกท่านครับความเหิมเกริมของคนเก่งที่ขาดความดีประดับตัว ได้สร้างความเสื่อมแก่สังคมอย่างต่อเนื่อง จากจุดเล็กๆก็กลายเป็นช่องว่างที่กว้างใหญ่และเริ่มแผ่รัศมีไปอย่างไม่สิ้นสุด ทุกท่านครับการจะหยุดความเสื่อมถอยของสังคมได้นั้น เราต้องอาศัยคนดี คนดีที่มีความเก่งในตัว คนดีและมีความสามารถที่จะมารั้งสังคมที่เสื่อมขึ้นมาจากหุบเหวแห่งการโกงกิน การเอื้อประโยชน์อย่างมิชอบ เพื่อปรับให้กลายเป็นสังคมที่ดี มีความยุติธรรม มีความเสมอภาคแก่ทุกฝ่ายอย่างแท้จริง การเป็นคนเก่งแล้ว เราควรต้องเป็นคนดีด้วย สังคมจึงจะสงบสุข ดังคำกล่าวที่ว่า  “คนดีคนเดียวย่อมทำให้โลกร่มเย็นได้” ฉะนั้นคนในสังคมจะต้องเริ่มปรับมุมมองใหม่ เราให้เกียรติคนดี เราส่งเสริมคนดีให้มีมากขึ้น สร้างที่ยืนให้คนดี มุ่งให้คนในสังคมหันมาทำความดีมากขึ้น ดังพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตอนหนึ่งว่า “คนเรานั้นต้องหมั่นทำความดีบ่อยๆ เพื่อให้จิตคุ้นชินกับความดี เพราะถ้าไม่ทำดี ก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้ความชั่วเข้ามาแทรกแซงได้ง่าย” เมื่อเป็นคนดีแล้วก็มาพัฒนาความเก่ง พัฒนาความสามารถโดยอยู่บนพื้นฐานของจริยธรรม ศีลธรรมอันเป็นเครื่องหมายของคนดี

        การจะเป็นคนดีของสังคมเราต้องรู้จักคุณสมบัติของคนดีในสังคมเสียก่อน ซึ่งเส้นทางสู่การเป็นคนดีสามารถกระทำได้ดังนี้ คือ คนดีต้องมีคุณสมบัติการกระทำ ๓ ประการ

         ประการที่ ๑ การกระทำด้วยกาย เรียกว่า กายกรรม กล่าวคือ การกระทำในสิ่งที่ดี ไม่เบียดเบียนผู้อื่นให้เกิดความเดือดเนื้อร้อนใจ ประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในกรอบของศีลธรรมและ จริยธรรมอันดีงาม กระทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่สังคม

        ประการที่ ๒ การกระทำด้วยวาจา เรียกว่า วจีกรรม กล่าวคือ การพูดจาดี มีความ อ่อนหวาน ซื่อตรง พูดในสิ่งที่สร้างสรรค์ ไม่พูดปดหรือพูดหลอกลวงผู้อื่นให้หลงเชื่อเพื่อให้ได้มาซึ่ง ผลประโยชน์แก่ตน

        ประการที่ ๓ การกระทำด้วยใจ เรียกว่า มโนกรรม กล่าวคือ การเป็นผู้มีความคิดด้วย จิตอันบริสุทธิ์ คิดในสิ่งที่ดีมีประโยชน์ คิดในทางที่สร้างสรรค์ ไม่คิดร้ายแก่ผู้อื่นเพียงเพราะ ผลประโยชน์

        เมื่อคนในสังคมปฏิบัติตามคุณสมบัติการกระทำทั้ง ๓ อย่างครบถ้วนแล้ว ก็เกิดเป็นคุณค่าของคนดี เมื่อคนในสังคมมองเห็นคุณค่าของคนดี สังคมนั้นย่อมเต็มไปด้วย ผู้คนที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว มีความสามัคคีกลมเกลียวกัน ประกอบอาชีพที่สุจริต มีความขยันขันแข็งและยึดมั่นในศีลธรรม ส่งผลให้สังคมนั้นมีแต่ความผาสุก มีความเจริญก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว ทุกท่านครับ เมื่อมีคนดี สังคมย่อมดีตาม สังคมดีในอุดมคติจะเกิดขึ้นได้เมื่อทุกคนเข้าใจและเห็นพ้องกันว่า “เป็นคนดีสำคัญกว่าทุกสิ่ง” 


SHARE
Writer
MOSOW
explorer
I like to tell stories. The story of feeling all around me.

Comments