โลกโซเชี่ยลทำให้คนสมัยนี้อดทนน้อยลง ใช่ไหม?
นับตั้งแต่...
อินเทอร์เน็ตได้ถือกำเนิดขึ้นบนโลก
Google ออนไลน์ครั้งแรกบนเว็บไซต์
Apple ประดิษฐ์ไอโฟนออกมาเครื่องแรก
มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กก่อตั้ง Facebook
โลกของเราก็ก้าวเข้าสู่
ยุคดิจิตอลอย่างเต็มรูปแบบ

ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี
ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการติดต่อสื่อสาร
และวิถีชีวิตเราไปโดยสิ้นเชิง

จากโทรศัพท์บ้าน สู่ โทรศัพท์มือถือ
จากโทรศัพท์มือถือ สู่ สมาร์ทโฟน
จากจดหมาย สู่ Email
จากเพจเจอร์ สู่ LINE/WhatsApp
จากหนังสือรุ่น สู่ Facebook

ทั้งหลายเหล่านี้
ล้วนก่อให้เกิด Social Network
หรือ เครือข่ายทางสังคม
ที่สามารถเชื่อมผู้คนทั้งโลกเข้าด้วยกัน
ทำให้การติดต่อสื่อสารทำได้อย่างอิสระ
สะดวกและรวดเร็วขึ้นเรื่อยๆ

สังคมสมัยนี้เปิดกว้างมาก
ผู้คนเข้าถึงกันได้ง่ายขึ้น
(อยากรู้จักใคร แค่เสิชในเน็ตก็เจอแล้ว)
แถมมีอิสระในด้านความคิด
อิสระในด้านการเสพสื่อต่างๆ
มากกว่าเดิม

โดยเฉพาะเรื่องความรัก
ความสัมพันธ์
โซเชี่ยลมีเดียส่งเสริมให้คนยุคนี้
มีอัตตา ทิฐิในตนเองสูงขึ้นมาก
หรือพูดง่ายๆคือ มีอีโก้สูงนั่นเอง

...ฉันเก่งกว่า ...ฉันมีคนชอบเยอะ
...ฉันมีฐานแฟน ...ฉันถูกทุกเรื่อง

และสุดท้ายมักนำมาซึ่งการทะนงตน
ไม่ยอมรับฟังความเห็นคนอื่น

แต่ชีวิตคู่มันละเอียดอ่อนกว่านั้น
เพราะเกิดจากความเข้าใจกันทั้งสองฝ่าย
ถ้าใครคนนึงนำ อีกคนควรเป็นฝ่ายตาม
ไม่ใช่นำกันทั้งคู่ ต่างฝ่ายต่างไม่ฟังใคร
ยังนี้ก็จบสิครับ

ในปัจจุบัน โลกทุนนิยมยังส่งผลต่อสื่อ
ทั้งทางตรงและทางอ้อม
ก่อให้เกิดการเปรียบเทียบโดยอัตโนมัติ
อย่างที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้

คนนั้นหล่อกว่า
คนนี้สวยกว่า
อีกคนรวยกว่า...
เฮ้ยคนนี้น่าสนใจ อยากเข้าไปรู้จัก
ขอลองคุยแป๊บ ถ้าไม่คลิกก็เลิก

จึงไม่แปลกที่คนสมัยนี้มีแนวโน้ม
เบื่อง่าย หน่ายเร็ว คบชู้ มีกิ๊ก
มากกว่าแต่ก่อน
การแยกทางกันเลยเป็นเรื่องปกติ
ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาครอบครัวตามมา

ผมมองว่าเรากำลังอยู่ในยุคที่
"การกด Add Friend ทำได้ง่ายพอๆกับ
การกด Block, Unfriend, Unfollow"
เลยทีเดียว

โลกออนไลน์ทำให้คน
'รู้จักกันได้ไม่ยาก'
ขณะเดียวกันก็ทำให้คน
'จากกันได้ง่าย'

ความสัมพันธ์ที่มาไวและไปเร็ว
เข้าข่าย อะไรที่ได้มาง่าย ก็เสียไปได้ง่าย

ลองนึกถึงคนรุ่นพ่อรุ่นแม่เรา
ยุค Baby Boom ช่วง 30-40 ปีก่อน
ที่สมัยนั้นยังไม่มีแม้กระทั่งโทรศัพท์ให้ใช้
การติดต่อหากันนั้นลำบากมาก
เวลาจีบกันก็ทำได้แค่ส่งจดหมาย
ผลัดกันอ่านผลัดกันตอบ
เว้นช่องว่าง เว้นระยะห่างไว้
ให้คิดถึงกันบ้าง
อยากคุยก็นั่งรถเมล์ไปหา
(ผิดกับสมัยนี้ที่กริ๊งเดียวถึง)
แต่พวกเค้าก็อยู่กันได้
ค่อยๆเรียนรู้กันไป
แถมประคับประคองให้ความรักนั้น
คงอยู่ ยืนยาวต่อไปได้อีก

ผมคิดว่านั่นเป็นเสน่ห์และ
ความสุขจากการรอคอย
ที่คนสมัยนี้ไม่มีวันได้เข้าใจ

และนั่นก็ทำให้คนรุ่นก่อน
มีความอดทนสูงกว่าคนรุ่นนี้มาก
ที่ขนาดแค่ไม่ยอมรับสายโทรศัพท์
ก็เริ่มจะเป็นจะตาย
ไม่ตอบไลน์ก็เริ่มกระวนกระวาย
โกรธกัน งอนตุ๊บป่องกันแล้ว

ไปเที่ยว ถ่ายรูปคู่กันหวานชื่น
แล้วไม่อัพ ไม่แท็ก ก็โกรธอีก
หาว่าไม่ใช่แฟน ไม่รักกันจริง

หรือแม้กระทั่งเวลารอคนคุย
สมัยนี้ถ้าเน็ตช้า เน็ตหลุด
ไม่มี Wifi จะรู้สึกหงุดหงิดมาก
ทั้งๆที่เมื่อก่อน
ตอน MSN กำลังรุ่งโรจน์
เรากลับรอได้โดยไม่ปริปากบ่นสักคำ

เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง?

จุดที่เรากำลังกลายเป็นคนใจร้อน
ความอดทนต่ำโดยไม่รู้ตัว

อินเทอร์เน็ตกลายเป็น
สิ่งที่ขาดไม่ได้แล้วในสังคมยุคนี้

เมื่อก่อนใครๆอาจจะบอกว่า
ถึงไม่มีมัน ชีวิตเราก็อยู่ได้
แต่ตอนนี้ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า
เรากลับต้องการมันสุดๆ

น่าคิดนะครับว่า
ถ้าวันใดวันนึงระบบเกิดเสียหายขึ้นมา
ไม่ต้องถึงขนาดหายไปตลอดกาล
แค่หายไปสัก 1 ชั่วโมง หรือ 1 วัน
ชีวิตเราจะเป็นอย่างไรนะ?

ผมว่าชีวิตเราคงอยู่ไม่สุขแน่
SHARE
Writer
thetouristdiary
Traveler
แบ่งปันประสบการณ์ การใช้ชีวิต แนวคิด ทัศนคติ ต่อสิ่งรอบตัวของผม วิศวกร ตากล้อง นักเดินทาง Personal Blog >> www.thetouristdiary.com

Comments