ชีวิตจริงของบรรณาธิการฝึกหัด บทที่ 3
พอดีช่วงนี้ผมมีโอกาสได้อยู่กับความคิดของตัวเองเยอะนิดนึง เนื่องจากลูกสาวป่วยมานอน รพ. เลยทำงานไม่ไหวจริง ๆ เพราะทำปุ๊ป นั่งปั๊ปก็จิตแตกซ่าน เลยไม่ค่อยได้งานแปลกับงานบรรณาธิการซักเท่าไร ได้แต่ทำงานการตลาดที่ไม่ต้องอาศัยสมาธิระยะยาวไปแกน ๆ เพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกว่าไร้ค่าจนเกินไป (ผมพูดว่าแกน ๆ แต่จริง ๆ ผมตั้งใจนะ ..ฮา)

พอได้มานั่งจมอยู่กับความคิดตัวเองแล้ว เลยรู้สึกว่าเรากำลังเข้าใกล้วันงานหนังสือ (ชื่อเต็ม งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 20) มาก ๆ แล้วนะเนี่ย ผมเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านที่บอกว่าชอบเขียนก็น่าจะเป็นคนที่ชอบอ่านด้วย และ พอใกล้ ๆ งานหนังสือทีไร สิ่งที่นักอ่านหลาย ๆ คนเฝ้ารอก็คือ
เล่มใหม่ของหนังสือเล่มโปรดใช่มั้ยครับ?

ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น..

จำได้ว่าตอนแฮรี่ พอตเตอร์ออกใหม่ ๆ แทบจะทุกงานหนังสือผมจะเฝ้าตามข่าว แล้วก็รอว่าเล่มใหม่จะมาหรือยัง

โตมาก็มีหนังสือชุดอื่น ๆ ที่เติบโต แตกแขนงไปตามความสนใจที่เปลี่ยนไปตามวัย
ก็ตามอ่านกันเรื่อย แล้วก็ลุ้นให้เล่มใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง..

จนเมื่อปลาย ๆ ปีที่แล้ว อยู่ ๆ หนังสือชุดหนึ่งที่ผมตามอยู่ก็ถูกประกาศออกมาว่าขอยุติการพิมพ์เล่มต่อ เนื่องจากว่ายอดขายไม่ดี..

ในฐานะคนอ่านก็เคว้งซิครับ หนังสือชุดนี้ต้นฉบับมียี่สิบเล่ม แปลไทยมาได้ประมานสิบเอ็ดหรือสิบสองเล่มนี่แหละ.. แล้วก็โดนลอยแพเพราะยอดขาย

จุดนี้แหละที่ผมอยากจะพูดถึง

เพราะมันเป็นปัญหางูกินหางที่ทั้งนักอ่าน และสำนักพิมพ์แก้ปัญหากันไม่ตกมานานแสนนานแล้ว (การแก้ตกก็คือขายดีเท่านั้นครับ แตมันมีหนังสือชุดขายดีในเมืองไทยไม่มากน่ะซิ..)

ลองคิดตามแบบนี้นะครับ 

ในฐานะผู้อ่าน หลาย ๆ ครั้งเราลังเลที่จะซื้อหนังสือที่มันมีหลาย ๆ เล่ม เพราะเรากลัวว่ามันจะออกไม่จบ (จะด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม) เราจึงยื้อที่จะลงมือควักกระเป๋า บางทีเราก็คิดว่า เอางี้รอมันออกมาสองเล่มก่อน สามเล่มก่อน ครบชุดก่อน ฯลฯ แล้วค่อยซื้อละกัน.. ซึ่งผลของมันก็ส่งต่อมาสู่ สนพ. ดังนี้

ในฐานะสำนักพิมพ์ เอาเข้าจริง ๆ เราไม่รู้หรอกว่าที่เล่มหนึ่งเราขายไม่ออกนั้น เพราะหนังสือมันไม่ดี? เราแปลไม่ดี? ปกไม่สวย? คนในโลกออนไลน์ด่า? ฯลฯ เราไม่กล้าฟันธงในทันทีหรอกครับ และเราก็ไม่กล้าเดาด้วยว่าลูกค้าที่เขาไม่ซื้อเล่มหนึ่ง เพราะเขารอเล่มต่อ ๆ มาออกเสียก่อน.. เรารู้แค่ว่า 

เฮ้ย เล่มหนึ่งขายไม่ดีเลยว่ะ.. 
เอาไงต่อดีเนี่ย? 
เปิดสัญญา ๆ (ที่ทำกับเจ้าของลิขสิทธิ์) ดูดิ 
เราต้องทำต่อมั้ย.. 
โอเคไม่ต้องทำต่อใช่มั้ย.. 
เอาไงดี.. 
งั้นหยุดพิมพ์เถอะ..

ผลคือเราต้องทำร้ายนักอ่านที่รักของเราที่ซื้อเล่มหนึ่งไปแล้วจำนวนหนึ่ง ไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็แย่หมดแหละ แล้วก็ทำร้ายชื่อเสียงของสำนักพิมพ์เราด้วยการทิ้งงานเล่มต่อ มันก็วนกลับไปเป็น "ชื่อเสีย" ให้นักอ่านพูดถึงเราในอนาคตว่า..
สำนักพิมพ์นี้ แม่งพิมพ์ไม่จบว่ะ แม่งชอบทิ้งงานเล่มต่อ..แล้ววงจรที่ไม่ค่อยงดงามนี้มันก็วนเวียนเกิดขึ้นอยู่อย่างต่อเนื่อง..

นักอ่าน ไม่กล้ารับความเสี่ยงว่าหนังสือชุดจะออกครบทุกเล่มหรือไม่
และ สำนักพิมพ์ ก็ไม่กล้ารับความเสี่ยงที่จะพิมพ์หนังสือชุดเพราะไม่รู้ว่าจะขายดีแค่ไหนกัน

นี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่สำนักพิมพ์กล้า ๆ กลัว ๆ จะซื้ออะไรยาว ๆ หลาย ๆ เล่มมาแปลครับ แม้ว่าจะดังแค่ไหนก็ตามในเมืองนอก

และยิ่งสำนักพิมพ์เล็ก ๆ เราก็ยิ่งกลัวสิ่งเหล่านี้มากขึ้นเป็นทวีคูณ..

ทางแก้น่ะหรือ เอาจริง ๆ ผมก็ตอบไม่ได้หรอกครับ แต่เท่าที่ตอบได้ก็คงเป็น.. ถ้าชอบหนังสือชุดไหน แล้วไม่เหลือบ่ากว่าแรง ก็อุดหนุนเถอะนะครับ.. 

พูดในฐานะสำนักพิมพ์ที่จะไม่ทิ้งผู้อ่านแน่ ๆ ถ้ายังมีชีวิตอยู่ :D
SHARE
Written in this book
MAXincube
ชีวิตบรรณาธิการ และ สำนักพิมพ์ MAXincube
Writer
bangkokian
part time teenager
The greatness of art is not to find what is common but what is unique.

Comments

imonkey7
5 years ago
จึงไม่ค่อยมีซีรี่ส่วนใหญ่เล่มสองเล่มจบ..
สู้ๆ บ.ก.
Reply