ของเล่น.. ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ
ใครยังเล่นของเล่นอยู่บ้างครับ?
และ.. ใครรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่ก็ยังเล่นของเล่นอยู่?
ขอเสียงหน่อยครับ ในคอมเมนท์ก็ได้ จะได้รู้ว่ามีพวกเดียวกับผมอยู่มากน้อยเท่าไหน
เพราะผมยังเล่นอยู่ครับ.. (ผมอายุวัยกลาง ๆ คนพอดี)

หลาย ๆ คน โดยเฉพาะคนไทย ชอบมองเรื่องการมีความเป็นเด็กอยู่ในตัวเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยดีครับ

อย่างการเล่นของเล่น การอ่านหนังสือการ์ตูน การเล่นเกม
ซึ่งมันก็ไม่ได้ผิด แต่ผมว่ามันไม่ได้ถูกซะทีเดียว

ผมเชื่อว่ามันเป็นความชอบ เป็นรสนิยม ซึ่งเรื่องนี้เราไม่จำเป็นต้องเหมือนกันแบบ Stereo Type ไปหมดก็ได้

แต่มุมมองเหล่านี้มันมักจะเกิดมาจากช่วงความต่างของยุคสมัยที่เราและเขาเติบโตมาครับ

อย่างไรก็ดี ผมคิดว่าการได้เล่นของเล่นเนี่ย มันมีมุมที่ดีก็คือการได้เพิ่มทักษาความคิดสร้างสรรค์ครับ และมันก็ทำให้เรามีโอกาสใช้เวลากับครอบครัวเพิ่มอีกด้วย

อย่างผมคือผมเล่นกับลูกครับ

ถ้าใครเล่นของเล่นอยู่ และมีวัยกลางคนใกล้เคียงกับผม ไปจนวัยมากกว่า ก็น่าจะพอเข้าใจประเด็นที่ผมจะพูดถึงต่อไปนี้ครับ

อันนี้ผมไม่ได้คิดได้เอง แต่ฟังมาจากร้านขายของเล่น ซึ่งฟังมาจาก "กูรู" อีกท่านหนึ่ง (เข้าข่ายข้อมูล "เขาว่า" เสียจริง ๆ)

แต่พอดีผมได้ฟังแล้ว เอ่อ จริงด้วยเนอะ ผมก็เห็นภาพแบบนั้นเหมือนกัน

กูรู (ใครแต่งตั้งตำแหน่งนี้ให้ท่าน ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันนะครับ) ท่านนั้นกล่าวไว้ว่า

ของเล่นในยุคสมัยนี้น่ะ มันไม่ใช่ของเล่น แต่มันเป็นของโชว์เสียมากกว่า ของเล่นที่เป็นของเล่นคือของเล่นยุคเก่า ๆ ที่เล่นเท่าไรก็ไม่พังซักที (เอาเป็นว่าพังยากหน่อยละกัน ความเห็นส่วนตัวผม)

ซึ่งพอผมได้ฟังมาก็มาคิดตาม..
และพบว่ามันค่อนข้างจริงทีเดียว

ของเล่นยุคก่อน ๆ นั้น (ยุคทศวรรษ 70-80) มันทำมาจากวัสดุที่ถูกคิดมาเพื่อให้เล่นจริง ๆ
มันคือของที่จะงอเท่าไร ตกเท่าไร ก็ยังคงความทนทานอยู่ แต่รูปลักษณ์มันอาจจะไม่เว่อวังอลังการมากนัก

แต่ของเล่นยุคนี้ (ทศวรรษ 90 เป็นต้นมา) มันแตกต่างออกไป มันสวยขึ้น อลังการขึ้น สีสันสดใสขึ้น แต่การแลกมาด้วยสิ่งนั้นมันคือความทนทานที่ลดลง ซึ่งทำให้เล่นได้น้อยลง (เล่นได้ไม่นานน่ะครับ แต่ถ้าขยับนู่นนี่ เดี๋ยวนี้กินขาดสมัยก่อน) ด้วย ทำให้ (เหมือนกับว่า) ของเล่นหลัง ๆ มันเหมาะกับการตั้งโชว์ในตู้เสียมากกว่า (แต่ตั้งแล้วเปิดไฟใส่นาน ๆ ไม่ได้นะครับ สีลอก ละลาย..)

และจากจุดนั้น มันทำให้ ราคาของของเล่นโบราณสูงสภาพดี ๆ สูงมากด้วย
ของเล่นบางตัวราคาซื้อซิตี้คาร์ได้เลยด้วยซ้ำ..

เร็ว ๆ นี้มีการประมูลระดับท้องถิ่น (คือ ในประเทศไทยนี่แหละครับ) ซึ่งยอดปิดไปที่ 110,000 บาท (หุ่นเหล็ก 28 จัมโบ้ เป็นพลาสติก ออกมายุค 77-8 กว่า ๆ แต่ผมเกิดไม่ทันนะ ไม่อิน 555)

ราคานี้นี่.. ผมต้องขายหนังสือ (ผมทำสำนักพิมพ์ครับ เผื่อท่านสงสัย ><) ร่วม 350 เล่มถึงจะได้เงินไปซื้อเลยทีเดียว

เอาใกล้ ๆ ตัวเข้ามาหน่อย เคยเห็น Lego Mini-figure กันมั้ยครับ ไอ้ซอง ๆ ที่ขายกันตามห้างราคา 100 กว่าบาทน่ะครับ

ปกติเวลาออกนี่เด็ก ๆ ไม่ค่อยได้ไปซื้อกันหรอกครับ มีแต่เด็กโข่ง ๆ ไปคลำถุงเพื่อตามหาตัวที่ต้องการกัน

ตอนนี้ Mini-figure เนี่ย ออกมาถึงชุดที่ 14 แล้วครับ
ราคาชุดแรกเนี่ยปาเข้าไป 6,000-7,000 แล้วครับ ทั้ง ๆ ที่ราคาขายตอนออกมาใหม่ ๆ ไม่ถึง 2,000 บาท (ตัวละประมาน 100 นิด ๆ บาท ชุดหนึ่งมี 16 ตัว)
และถ้าเป็นตัวพีค ๆ เนี่ย ราคาปล่อยกันไปตัวละ 1,600-1,700 บาทแล้วครับ (ต้นทุน 100 นิด ๆ ครับ)
ใครว่าของเล่นไร้สาระเนี่ย.. ผมว่าต้องมามองอีกทีนะ บางมุมการทำกำไรของมัน (ถ้าตาถึง) มันดีกว่าลงทุนรูปแบบอื่น ๆ อีกนะครับ






















(ขอจบแบบไม่เกี่ยวข้อง และออกแนวแดกดันบทความให้แรงบันดาลใจที่มีเกลื่อนงานเขียนเมืองไทยสักหน่อยเถอะนะ)

พอมาคิดดูแล้ว.. ของเล่นช่างเหมือนกับคนจริง ๆ คนสมัยใหม่มองกันที่เพียงรูปร่างภายนอกเพียวอย่างเดียว ..พอต้องทำอะไรจริง ๆ กลับกลายเป็นพังไม่เป็นท่า..




(จบแบบไม่มีที่มาที่ไปบทความ Wannabe Post-Modern ก็ชอบกันเหลือเกิน..)
SHARE
Writer
bangkokian
part time teenager
The greatness of art is not to find what is common but what is unique.

Comments