ระทึกสิงค์โปร์ : ผีเพดาน
คราวที่แล้วผมมีโอกาสได้เขียนเรื่องของคุณเต้ย (นามสมมติ) หัวหน้าทัวร์ที่ผมรู้จักเมื่อคราไปญี่ปุ่นให้อ่านกันแล้วนะครับ วันนี้ผมมีอีกเรื่องหนึ่งของคุณเต้ยซึ่งเป็นเรื่องสุดท้ายแล้วที่เขาเล่าให้ผมฟัง..

..ครั้งนี้ มันเกิดที่สิงค์โปรครับ

ทริปนั้นคุณเต้ยพาคณะฯ ไปเที่ยวตามปกติ และก็เข้าพักโรงแรมในช่วงเวลาหัวค่ำเหมือนกับทัวร์โดยทั่วไป

โรงแรมที่ได้พักในครั้งนี้อยู่บนถนน Orchard ที่ซึ่งเป็นถนนยอดนิยมของนักท่องเที่ยว โรงแรมในครั้งนี้เป็นโรงแรมสี่ดาวครับ ทุก ๆ อย่างดีหมด ห้องเอย การเดินทางเอย วิวเอย..

คุณเต้ยได้พักห้องในชั้นที่เกือบจะเป็นชั้นบนสุดของโรงแรม
ตามประสาผู้ชายเขาก็นั่งเล่น PSP อยู่บนเตียงไปจนดึกดื่น

ลองนึกภาพห้องตามนะครับ เวลาเราไปพักในโรงแรม สมมติให้เปิดประตูเข้ามาในห้องแล้วห้องน้ำอยู่ทางขวามือ พอเดินผ่านห้องน้ำไปก็จะเป็นส่วนของเตียง

ทีนี้ถ้าเรานั่งอยู่บนเตียง ห้องน้ำก็จะอยู่ทางด้านซ้ายมือ ซึ่งตรงข้ามห้องน้ำมีกระจกบานใหญ่แขวนไว้อยู่

คุณเต้ยก็เปิดประตูห้องน้ำทิ้งไว้ แล้วก็นั่งเล่นเกมไปเรื่อย ๆ สักราว ๆ ตีหนึ่ง คุณเต้ยก็ได้ยินเสียงตะกุกตะกักจากห้องน้ำ..

เขาก็เอะใจนิดหน่อยว่าเสียงอะไร แต่ก็ไม่ได้สนใจ

..นั่งไปเรื่อย ๆ ก็ยังคงได้ยินเสียงเหมือนกับว่ามีการขยับช่องเซอร์วิสที่โรงแรมมักจะเจาะเอาไว้เพื่อซ่อมแซมสิ่งต่างๆ บนฝ้าอยู่

เขาก็เหลือบมองไปเห็นฝาช่องมันขยับเหมือนมีคนพยายามจะทำอะไร
ใจแรกที่คุณเต้ยคิดก็คือว่า ทำไมมาซ่อมบำรุง ตอนกลางดึกแบบนี้

เขาจึงโทรลงไปที่เคาน์เตอร์เพื่อร้องเรียนสิ่งที่เกิดขึ้น
พนักงานก็รับเรื่องไว้ และบอกว่าจะจัดการให้ ..ซึ่งเต้ยก็คิดว่ามันจบแล้ว

เขาเลยตัดสินใจนอน พอเคลิ้มหลับไปได้สักพัก เสียงกุ๊กกั๊ก ๆ ก็กลับมาอีก
ครั้งนี้เขาเหลือบมองไปเห็นมือยื่นลงมาจากช่องเซอร์วิสเป็นมือแบบมือช่างสวมถุงมือเอาไว้

ด้วยความโกรธเขาเลยส่งเสียงดังด่าว่านี่ห้องพักมีคนอยู่ เลิกซ่อมอะไร ต่อมิอะไรได้แล้ว พอเขาตะโกนด่ามือนั้นก็รีบหดกลับเข้าไปอย่างรวดเร็ว

คุณเต้ยโกรธมากจึงตัดสินใจลงไปร้องเรียนด้วยตัวเองที่เคาน์เตอร์รับลูกค้าด้านล่าง ซึ่งพนักงานก็รับผิดโดยไม่ปฏิเสธอะไรเลย มันง่ายเกินไป เขาคิด ไม่ทันที่เขาจะโวยวายอะไรต่อ พนักงานที่เข้ากะในคืนนั้นก็เสนอที่จะเปลี่ยนห้องให้เขา เขาเริ่มแปลกใจเล็กน้อยแล้วว่าทำไมต้องเปลี่ยน แต่ก็ไม่ได้ไปทักท้วงอะไร ทั้ง ๆ ที่ในใจคิดว่าเลิกซ่อมก็จบแล้ว

เพื่ออำนวยความสะดวกในการย้ายห้องจึงมีพนักงานยกกระเป๋าตามเขาขึ้นไปคนหนึ่ง
พอไปถึงห้องที่เขาพัก คุณเต้ยก็อดไม่ได้ที่อยากจะปีนดูซะหน่อยว่ามันต้องทำอะไรกันนักหนาในตอนนี้ ประกอบกับมีคนมาด้วยยิ่งอุ่นใจที่จะกล้าทำอะไรมากขึ้น

พอเปิดห้องเข้าไปเขาจึงตัดสินใจเหยียบชักโครกปีนขึ้นไปดูว่าจะซ่อมอะไรในเวลานี้นักหนา พอเขาขึ้นไปยืนเพื่อเปิดช่องเซอร์วิสที่เปิดแง้มไว้นั้น เขาก็หยิบมือถือมากดเปิดหน้าจอเพื่อให้ความสว่างไว้ด้วย..

พอเลื่อนฝาออก..
ปรากฎว่า..
เจอกำแพงสูงเหนือช่องขึ้นไปไม่ถึง 6 นิ้ว..??
มันเป็นไปไม่ได้ที่ช่องแคบ ๆ ขนาดนั้นจะมีคนปีนเข้าไปทำอะไรได้..

เท่านั้นเองความทรงจำเรื่องผีทั้งหลายแหล่ของเขาก็กลับมา..
คำกล่าวที่ว่า..

คนที่เคยเจอแล้ว ก็มักจะเจออีก..

ลอยเข้ามาในความคิดของเขา..

คืนนั้นเขาตัดสินใจคว้าของเท่าที่คว้าได้อย่างเร่งรีบ และลงไปนั่งรออยู่ที่ล็อบบี้จนเช้า..
ซึ่งทางโรงแรมก็ไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรกับเขาอีก..
SHARE
Writer
bangkokian
part time teenager
The greatness of art is not to find what is common but what is unique.

Comments