ชีวิตจริงของบรรณาธิการฝึกหัด บทที่ 2
เคยดูหนังเรื่อง Always - Sunset on Third Street (三丁目の夕日) กันมั้ยครับ?
ไม่เป็นไรครับ ถ้าไม่เคย หรือเคยดูแล้วแต่จำสิ่งที่ผมจะพูดถึงต่อไปไม่ได้
ในหนังเรื่อง Always นี้ จะมีตัวละครเอกอยู่ตัวหนึ่ง คือคุณชางาวะครับ คุณชางาวะเป็นนักเขียนไส้แห้ง และก็เป็นไปตามนั้นเลยครับ นี่คือประเด็นที่ผมจะพูดถึง...

นักเขียนอาชีพ จำนวนมากในโลก ไส้แห้งครับ
และไม่ใช่แต่นักเขียนเท่านั้น มันรวมไปถึงเหล่าคนในวงการหนังสือด้วยครับ

แต่เดี๋ยวครับ อย่าพึ่งรีบเห็นต่าง ผมรู้ว่ามีนักเขียนขายดี และสำนักพิมพ์ใหญ่ ๆ อยู่เยอะแยะในโลก แต่ก็นั่นแหละครับเหมือน ๆ กับทุกอาชีพ มันก็มีคนที่ทั้งประสบความสำเร็จ และคนที่ไม่อยู่ประกอบกันทั้งนั้น

เพียงแต่หนึ่งในอาชีพที่เกิด Jackpot ขึ้นได้ยากหน่อย มันมีอาชีพที่เกี่ยวข้องกับงานหนังสืออยู่ด้วยเท่านั้นเองครับ

..พูดถึงเรื่องงานหนังสือ
เดือนแรก ๆ ที่ผมเข้ามารับบทเป็นบรรณาธิการอย่างเต็มตัวนั้น ก็ต้องหาข้อมูล และมีโอกาสได้คุยกับผู้ใหญ่ในวงการหลาย ๆ ท่าน

มีท่านหนึ่งซึ่งพูดกับผมด้วยความเอ็นดู (?) ในครั้งแรกที่เราได้พบกัน
แกพูดว่า..

"มาทำหนังสือเป็นอาชีพหลัก แสดงว่าต้องใจรักจริง ๆ นะเนี่ย.."

มันเป็นคำพูดธรรมดา ๆ ครับ แต่พอกลับมาคิดก็หนักอึ้งอยู่ในหัวใจอยู่ไม่น้อย

และพอเวลาผ่านมาแล้ว ก็เริ่มรับรู้ถึงความจริงข้อนี้ครับ

งานหนังสือเนี่ยมีรายละเอียดมากมาย เหมือนที่ผมเล่าให้ฟังไปในตอนที่แล้ว
ทีนี้พอเราฟันฝ่า และควักตังค์จ่ายออกไปเพื่อให้หนังสือเล่มหนึ่งเกิดขึ้นมา.. เราเกิดต้นทุนขึ้นมาตั้งมองหน้าเราแล้ว

ถ้าเราอยากได้เงินเร็วหน่อย การ Pre-order หรือว่าขายเอง (ออนไลน์-ออฟไลน์ก็ตาม) คือวิถีทางอันประเสริฐที่สุด เพราะเราจะได้เงินก้อนมาเลย และเต็มเม็ดเต็มหน่วย..

แต่มันจะไม่สามารถไปในวงกว้างได้

ทางไปวงกว้างที่ดีที่สุดก็คือการฝากขาย หรือใช้สายส่งครับ
และเมื่อเราตกลงใจใช้แล้ว เราจะต้องเสียเงิน 45% ทุกครั้งจากการขายหนังสือตามราคาปกให้กับผู้ให้บริการรายนั้น ๆ

เท่านั้นยังไม่พอ เงินที่เราจะได้มานั้น มันไม่ใช่ว่าขายที่ร้านปุ๊ปแล้วเขาจะโอนให้เราทุกเดือน ทุกสัปดาห์ แต่มันมีรอบของเขาครับ สมมติว่า เดือน กย. ขายไปได้ 100 เล่ม เขาก็จะสรุปยอดขายมาให้เราช่วงปลายเดือนว่ามียอดขายเกิดขึ้นเท่านี้นะ บลา ๆ ๆ ๆ..

จากนั้นเราต้องไปวางบิลครับ ตามกำหนดเวลาที่เขาวางไว้ ซึ่งโดยมากจะเป็นต้นเดือน..
แล้วไงต่อ.. แล้วก็รอครับ รอไป กินมาม่าไป อดบ้าง แล้วแต่สถานะทางการเงินพื้นฐานของเราเพื่อให้ครบรอบจ่ายเงินตาม Credit Term ซึ่งอาจจะใช้เวลาถึง 60 วันในบางแห่ง..

เห็นหรือยังครับว่ามันไม่ได้เป็นอะไรที่หอมหวานมากนัก (พูดให้ดูน่าสงสารไปงั้น ๆ แหละครับ >< แต่ก็น่าสงสารจริง ๆ นะ T-T) ดังนั้นพวกคนทำหนังสือโดยส่วนมากจึงเข้าใจกัน.. ว่าพวกเราตกอยู่ในสถานะอะไร เวลาเราบอกว่าหนังสือขายดี๊ ขายดี แต่บางทีมันไม่ได้ดี๊ดีตามที่ภาพมันออกมาหรอกครับ..

ดังนั้น..

งานนี้มันต้องใจรักจริง ๆ ครับ
และผมก็หวังว่าสักวัน ไส้ผมจะไม่แห้งมากนัก..

ขออ้วน ๆ เลยเหอะ!!!

บ่นพิมพ์ไว้ ณ วันที่ 7 กย. 2558 เวลา 11:12 น.
ติดตามอ่านตอนเก่าได้ที่
ตอนที่ 1 bit.ly/editorslife01

ภาพประกอบจาก
www.facebook.com/bababatoys
SHARE
Written in this book
MAXincube
ชีวิตบรรณาธิการ และ สำนักพิมพ์ MAXincube
Writer
bangkokian
part time teenager
The greatness of art is not to find what is common but what is unique.

Comments

imonkey7
5 years ago
สู้ๆ บ.ก.
Reply