บทบาทของสตรี ในวรรณคดีอินเดีย
เล่าเรื่องสตรี ในวรรณคดีอินเดีย จุดเหมือน และความต่างแห่งยุคสมัย

ผู้เขียนเป็นคนที่ชอบศึกษาวรรณคดีโบราณ โดยเฉพาะอินเดีย ไม่ว่าจะเป็น รามายณะ หรือ มหาภารตะ รวมถึง นิยาย อมตะแบบ ศกุนตลา
มาหัวข้อนี้ จะขอเล่าเรื่องสักนิดถึง นัยยะของบทบาทสตรีในอินเดีย

หากใครเคยอ่านเรื่อง รามเกียรติ์ ไม่ว่าจะแบบเรียนภาษาไทยสมัยประถม หรือ จาก ฉบับกาพย์กลอน หรือ ต้นฉบับรามายณะก็ตาม
นางสีดา มเหสีของพระราม ถูกทศกัณฑ์ (หรือราพณาสูร) จับตัวไป และพระรามได้ชิงกลับมาได้ ในตอนท้าย พระรามได้แสดงออกเชิงเหยียดว่า หญิงที่ถูกนำตัวมาอยู่กับชายอื่นถึง 14 ปี จะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าไม่มีใจให้ชายอื่น  นางสีดาจึงต้องลุยไฟพิสูจน์  แต่จนแล้วจนรอด ผ่านไปหลายปี พระรามได้เนรเทศนางสีดาออกไป บ้างก็ว่า เพราะโดนหลอกเรื่องรูปทศกัณฑ์ให้นางใน จนพระรามเข้าใจผิด  บ้างก็ว่า ทนเสียงประชาชนไม่ไหว ในค่านิยมอินเดีย ที่ยอมรับไม่ได้กับสตรีที่อยู่กับชายอื่น สุดท้ายแล้ว นางสีดาก็ไปอยู่กับพระแม่ธรณี (พระภูมิเทวี) ในตอนจบ 
เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า อินเดียโบราณนั้นมีการเหยียดสตรี และสตรีอยู่ในฐานะที่ด้อยกว่าบุรุษเสมอ ทั้งที่เป็นฝ่ายถูกกระทำ แต่หากมีคดีเกี่ยวกับการข่มขืนนั้น  สตรีนางนั้นจะได้รับผลร้ายซ้ำสองเสมอ ซึ่งปัจจุบัน เมืองไทยไม่ต่างจากนิทาน นิยายหรือวรรณกรรมพวกนี้เท่าใดนัก

ในอีกมหากาพย์หนึ่งคือ มหาภารตะ ซึ่งชนวนของสงครามเกิดจาก การย่ำยี นาง เทราปตี สตรีด้วยการดึงผ้าสาหรี่ เพื่อหยามเกียรติจากการเปลื้องผ้า   เป็นภรรยาของ พี่น้องปาณฑพ ซึ่งชื่อว่าฝ่ายธรรมะ และฝ่าย อธรรม คือ เการพ เนื่องจาก พี่น้องปาณฑพนั้นเล่นพนันแพ้ จึงต้องเสียบ้านเสียเมือง รวมถึงเอาภรรยามาเดิมพันอีกด้วย  แต่นางเทราปตีนั้น ได้ขอพรจากพระกฤษณะช่วยเอาไว้ ทำให้ผ้ายืดยาวออกมาไม่หยุด จนเลิกราไป  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น นางเทราปตี นั้นกลับมีนิสัยต่างจากนางสีดา คือ 
นางเทราปตี สาบานว่า หากไม่ได้เลือดของผู้ย่ำยีมาล้างผมของนาง จะไม่หวีผมตลอดชีวิต  และสาปแช่งให้ราชวงศ์กุรุ ต้องพินาศเผาด้วยเพลิงแห่งความแค้นของนาง

แต่ในสองวรรณกรรมเอกนี้ มีความเหมือนกัน นั่นคือ สตรี เป็นฝ่ายถูกย่ำยีเสมอ แต่กระนั้น ผุ้แต่งก็พยายามให้สตรีเป็นผู้กำหนดชะตากรรมของ ตัวละครเอก หรือการดำเนินเรื่องเสมอ

บ้างก็ว่า นางเทราปตี คือ อวตารของพระแม่กาลี จากการทำพิธีของท้าวทุรปัท บิดาของนางเอง
บ้างก็ว่าเป็นอวตารของ มเหสีของพระอินทร์ (ชื่อ เทวีสจี ซึ่งจะต่างจากของพุทธ  ที่มีเมีย 4 คน) 

นอกจากนี้ มหาภารตะ ยังมีเรื่องแทรกอีกมากมาย ที่กล่าวถึงบทบาทของสตรี  เหมือนเป็นการเทิดทูนเกียรติของสตรีเสมอ ไม่ว่าจะเป็น ศกุนตลา  หรือ สาวิตรี (สามารถค้นหาใน Google หากต้องการทราบเรื่องโดยละเอียด) 


เอาละ กล่าวมาถึงนี้แล้ว ก็ลองดูนัยยะก็แล้วกันว่า ใครที่เคยเห็นภาพวาดของพระแม่กาลี เหยียบบนตัวพระศิวะ เพราะกระโดดโลดเต้นจนแผ่นดินจะถล่มหลังปราบอสูรได้  ถ้าหากดูดีๆแล้ว มันก็คือ การให้สตรีมาอยู่เหนือบุรุษนั่นแหละ  เพราะ พระศิวะ ลงไปนอนกับพื้นโดยอ้างว่า รองรับแรงกระแทกแทนโลก ทำให้นางกลับร่างเป็นพระแม่ปวารตี(หรือที่คนไทยเรียกพระแม่อุมา)  

หากใครไปที่วัดแขก หรือภาพวาดต่างๆ จะเห็นเสมอว่า พระศิวะมีปิ่นปักผมเป็นพระจันทร์ ขี่วัว , พระอุมามักจะขี่เสือ และบนหัวจะมีรัศมีคล้ายกับดวงอาทิตย์
หากดูตามนัยยะแล้ว เห็นอะไรไหม?

ดวงอาทิตย์ ปกติแล้วเป็นสัญลักษณ์ของ 'ผู้ชาย' สื่อถึงเกียรติ อำนาจ บารมี แข็งกร้าว เร่าร้อน
ดวงจันทร์ เป็นสัญลักษณ์ของ 'ผู้หญิง' สื่อถึงความอ่อนโยน เย็นสงบ นุ่มนวล
แต่นี่กลับเอามาใส่ในภาพวาด สลับเพศกัน และ ให้พระศิวะขี่วัว ที่เป็นสัตว์ที่แสนสงบและกินพืช  
ในขณะที่ พระแม่อุมา ขี่เสือ ที่ดูดุร้ายและแข็งกร้าว (ว่ากันว่า จริงๆแล้ว พระแม่อุมา ที่จริงก็คือ เทวีของเผ่าที่กินเนื้อ และล่าสัตว์ มาก่อน ก่อนจะถูกรวมเข้ามาในศาสนาฮินดู) 

และในบางลัทธิ ถึงกับตั้ง พระแม่อุมาปาง ทุรคา เป็นปางสูงสุดเลยทีเดียว ชื่อว่า นิกาย 'ศักติ' หมายถึง 'พลัง'  ในขณะที่ ศิวะ คือความดับเย็น (หมายถึงนิพพาน ในทางพุทธก็ได้เช่นกัน)
ความดับเย็นกลับไปอยู่กับ บุรุษ  ความเร่าร้อนหรือพลัง กลับไปอยู่กับ สตรี

จะเห็นว่า ในวรรณกรรมอินเดียนั้น ผู้แต่ง มักแฝงนัยยะที่ให้เรามาวิเคราะห์อะไรสนุกๆเล่นได้เสมอ 
ไว้ว่างๆ ผมจะเอามาเล่าให้ขบคิดเรื่อยๆนะครับ


SHARE
Writer
ultimaguru
Inspireations man
nothing to interested in me , just read my log

Comments

ClairDeLune
5 years ago
เป็นคนหนึ่งที่ชอบวรรณกรรมอินเดียมากๆค่ะ ชอบที่คุณวิเคราะห์ ลึกซึ้ง ถึงใจ อ่านสนุก ไม่เบื่อเลยค่ะ เขียนอีกนะคะ
Reply
ultimaguru
5 years ago
ขอบคุณครับ  ^^ 
Mahabharat
4 years ago
ที่ถูกต้องคือพระนางเทราปตี คืออวตารของพระนางลักษมี (มเหสีพระนารายณ์) เพื่อลงมาเป็นพระชายาของพี่น้องปาณฑพห้าคน ตามคำสั่งพระศิวะนั่นแหละค่ะ /อรชุนเป็นอวตารของพระนารายณ์/พระกฤษณะอวตารของพระนารายณ์/นางรุกมิณีและนางราธาอวตารของพระลักษมี/พระนางคานธารีกับท้าวธฤตราษฎร์ อวตารของพระนางอุมาเทวีกับพระศิวะ/นางเทวกี แม่พระกฤษณะกับพระพลราม อวตารของนางอทิติ8/กรรณะ อวตารของพระเสาร์/ท้าววิฑูร อวตารของพระยม (ถูกฤาษีสาปให้มาเกิดในชาติก่อน)/ภีษมะ อวตารของหัวหน้าคณะเทพวสุที่จะขโมยวัวกามเทนุของฤษีวศิษฐ์/ศิขัณฑิณ อวตารของเมียหัวหน้าคณะเทพวสุ เพื่อมาฆ่าสามีตัวเองที่ลงมาเกิดไง/ทุรโยธน์(ตัวร้าย) คือปีศาจกลี/อัศวถามา อวตารของพระศิวะ/ฤษีวยาสกับฤษีปรศุราม อวตารของพระนารายณ์/พระพลราม อวตารของพญาอนันตนาคราช ที่ประทับพระนารายณ์/นางเรวดี อวตารของนางอุษาอนันตนาวดี มเหสีพญาอนันตนาคราช ชาติก่อนนางก็อวตารลงมาเป็นภรรยาพระลักษมณ์ด้วย/ธฤษฎะทยุมน์(พี่ชายนางเทราปตี) อวตารของพระอัคนีเทพแห่งไฟ/โทรณาจารย์ อวตารของพระวรสาร/อภิมันยุ อวตารของพระจันทร์/นางอุตรา ภรรยาอภิมันยุ อวตารของนางราตรี ภรรยาของพระจันทร์/ท้าววาสุเทพ อวตารของพระกัศยปมุนี/นางสุภัทรา อวตารของนางทริจาตา/
Reply
Mahabharat
4 years ago
ที่ถูกต้องคือพระนางเทราปตี คืออวตารของพระนางลักษมี (มเหสีพระนารายณ์) เพื่อลงมาเป็นพระชายาของพี่น้องปาณฑพห้าคน ตามคำสั่งพระศิวะนั่นแหละค่ะ /อรชุนเป็นอวตารของพระนารายณ์/พระกฤษณะอวตารของพระนารายณ์/นางรุกมิณีและนางราธาอวตารของพระลักษมี/พระนางคานธารีกับท้าวธฤตราษฎร์ อวตารของพระนางอุมาเทวีกับพระศิวะ/นางเทวกี แม่พระกฤษณะกับพระพลราม อวตารของนางอทิติ8/กรรณะ อวตารของพระเสาร์/ท้าววิฑูร อวตารของพระยม (ถูกฤาษีสาปให้มาเกิดในชาติก่อน)/ภีษมะ อวตารของหัวหน้าคณะเทพวสุที่จะขโมยวัวกามเทนุของฤษีวศิษฐ์/ศิขัณฑิณ อวตารของเมียหัวหน้าคณะเทพวสุ เพื่อมาฆ่าสามีตัวเองที่ลงมาเกิดไง/ทุรโยธน์(ตัวร้าย) คือปีศาจกลี/อัศวถามา อวตารของพระศิวะ/ฤษีวยาสกับฤษีปรศุราม อวตารของพระนารายณ์/พระพลราม อวตารของพญาอนันตนาคราช ที่ประทับพระนารายณ์/นางเรวดี อวตารของนางอุษาอนันตนาวดี มเหสีพญาอนันตนาคราช ชาติก่อนนางก็อวตารลงมาเป็นภรรยาพระลักษมณ์ด้วย/ธฤษฎะทยุมน์(พี่ชายนางเทราปตี) อวตารของพระอัคนีเทพแห่งไฟ/โทรณาจารย์ อวตารของพระวรสาร/อภิมันยุ อวตารของพระจันทร์/นางอุตรา ภรรยาอภิมันยุ อวตารของนางราตรี ภรรยาของพระจันทร์/ท้าววาสุเทพ อวตารของพระกัศยปมุนี/นางสุภัทรา อวตารของนางทริจาตา/
Reply
Mahabharat
4 years ago
ที่ถูกต้องคือพระนางเทราปตี คืออวตารของพระนางลักษมี (มเหสีพระนารายณ์) เพื่อลงมาเป็นพระชายาของพี่น้องปาณฑพห้าคน ตามคำสั่งพระศิวะนั่นแหละค่ะ /อรชุนเป็นอวตารของพระนารายณ์/พระกฤษณะอวตารของพระนารายณ์/นางรุกมิณีและนางราธาอวตารของพระลักษมี/พระนางคานธารีกับท้าวธฤตราษฎร์ อวตารของพระนางอุมาเทวีกับพระศิวะ/นางเทวกี แม่พระกฤษณะกับพระพลราม อวตารของนางอทิติ8/กรรณะ อวตารของพระเสาร์/ท้าววิฑูร อวตารของพระยม (ถูกฤาษีสาปให้มาเกิดในชาติก่อน)/ภีษมะ อวตารของหัวหน้าคณะเทพวสุที่จะขโมยวัวกามเทนุของฤษีวศิษฐ์/ศิขัณฑิณ อวตารของเมียหัวหน้าคณะเทพวสุ เพื่อมาฆ่าสามีตัวเองที่ลงมาเกิดไง/ทุรโยธน์(ตัวร้าย) คือปีศาจกลี/อัศวถามา อวตารของพระศิวะ/ฤษีวยาสกับฤษีปรศุราม อวตารของพระนารายณ์/พระพลราม อวตารของพญาอนันตนาคราช ที่ประทับพระนารายณ์/นางเรวดี อวตารของนางอุษาอนันตนาวดี มเหสีพญาอนันตนาคราช ชาติก่อนนางก็อวตารลงมาเป็นภรรยาพระลักษมณ์ด้วย/ธฤษฎะทยุมน์(พี่ชายนางเทราปตี) อวตารของพระอัคนีเทพแห่งไฟ/โทรณาจารย์ อวตารของพระวรสาร/อภิมันยุ อวตารของพระจันทร์/นางอุตรา ภรรยาอภิมันยุ อวตารของนางราตรี ภรรยาของพระจันทร์/ท้าววาสุเทพ อวตารของพระกัศยปมุนี/นางสุภัทรา อวตารของนางทริจาตา/
Reply
Mahabharat
4 years ago
ที่ถูกต้องคือพระนางเทราปตี คืออวตารของพระนางลักษมี (มเหสีพระนารายณ์) เพื่อลงมาเป็นพระชายาของพี่น้องปาณฑพห้าคน ตามคำสั่งพระศิวะนั่นแหละค่ะ /อรชุนเป็นอวตารของพระนารายณ์/พระกฤษณะอวตารของพระนารายณ์/นางรุกมิณีและนางราธาอวตารของพระลักษมี/พระนางคานธารีกับท้าวธฤตราษฎร์ อวตารของพระนางอุมาเทวีกับพระศิวะ/นางเทวกี แม่พระกฤษณะกับพระพลราม อวตารของนางอทิติ8/กรรณะ อวตารของพระเสาร์/ท้าววิฑูร อวตารของพระยม (ถูกฤาษีสาปให้มาเกิดในชาติก่อน)/ภีษมะ อวตารของหัวหน้าคณะเทพวสุที่จะขโมยวัวกามเทนุของฤษีวศิษฐ์/ศิขัณฑิณ อวตารของเมียหัวหน้าคณะเทพวสุ เพื่อมาฆ่าสามีตัวเองที่ลงมาเกิดไง/ทุรโยธน์(ตัวร้าย) คือปีศาจกลี/อัศวถามา อวตารของพระศิวะ/ฤษีวยาสกับฤษีปรศุราม อวตารของพระนารายณ์/พระพลราม อวตารของพญาอนันตนาคราช ที่ประทับพระนารายณ์/นางเรวดี อวตารของนางอุษาอนันตนาวดี มเหสีพญาอนันตนาคราช ชาติก่อนนางก็อวตารลงมาเป็นภรรยาพระลักษมณ์ด้วย/ธฤษฎะทยุมน์(พี่ชายนางเทราปตี) อวตารของพระอัคนีเทพแห่งไฟ/โทรณาจารย์ อวตารของพระวรสาร/อภิมันยุ อวตารของพระจันทร์/นางอุตรา ภรรยาอภิมันยุ อวตารของนางราตรี ภรรยาของพระจันทร์/ท้าววาสุเทพ อวตารของพระกัศยปมุนี/นางสุภัทรา อวตารของนางทริจาตา/
Reply