Objective Reality v$ Subjective Reality
ภาพข้างบนนั้น สรุปจากความเข้าใจของผมเอง ความเข้าใจจากการอ่านข้อเขียนของอาจารย์ประมวล ที่ขออนุญาตมานำเสนอข้างล่างนี้

Objective Reality (วัตถุวิสัย)
Subjective Reality (จิตวิสัย) สองสิ่งนี้ เชื่อมโยงทาง สัตยะ ชีวะ สุนทรียะ
สัตยะ คือความจริงที่ไม่ว่าเราจะอุบัติขึ้นบนโลกนี้หรือไม่ สภาวะแห่งความเป็นเช่นนั้น ก็ยังเป็นเช่นนั้น ไม่ผันแปร เปลี่ยนไป ไม่ว่าตัวเราจะเกิดขึ้นหรือไม่
ชีวะ คือความจริงที่ก่อตัวให้เกิดเป็นตัวเรา ที่ทำให้ความหมายของสิ่งต่างๆ มารวมศูนย์อยู่ที่ตัวเรา
สุนทรียะ คือความเป็นจริงที่เราสร้างขึ้นให้งดงาม ทำให้โลกแห่งความเป็นจริงทั้งหมดทั้งมวล สัมพันธ์กับตัวเราสวยงามและยั่งยืน
ชีวะคือตัวเรา เป็นแกนกลางที่จะต้องดำรงอยู่อย่างมีดุลยภาพระหว่าง สัตยะ กับ สุนทรียะ
หากเมื่อใด การดำรงอยู่เอนเอียงไปทางสัตยะ อันเป็นความจริงทางวัตถุวิสัยมากเกินไป ชีวิตก็จะคับแค้น เจ็บปวด ด้วยข้อเท็จจริงที่บีบคั้นเราอยู่
แต่ถ้าเมื่อใดที่ชีวิตเราเอนไปทางสุนทรียะอันเป็นความจริงทางจิตวิสัยมากเกินไป ชีวิตเราก็จะเลื่อนลอยเพ้อฝันและเปราะบาง
ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง ผมเพียรพยายามที่จะรักษาดุลยภาพแห่งชีวิตที่จะให้ สัตยะและสุนทรียะมีความสมดุลกัน
โดยที่เมื่อใดที่ถูกบีบคั้นด้วยข้อเท็จจริงแห่งชีวิต ก็จะถ่วงดุลด้วยอารมณ์สุนทรียะจากภายใน แต่เมื่อใดที่ชีวิตเลื่อนลอย
ก็จะถ่วงด้วยข้อเท็จจริงของแห่งชีวิต เพื่อให้ดุลยภาพระหว่างสัตยะและสุนทรียะ

จาก “การเดินทางสู่ความเป็นมนุษย์ที่แท้ โดยประมวล เพ็งจันทร์
SHARE
Writer
Bamrung
reader
Sufficiency guy

Comments