กรงแห่งโลกเสรีภาพ (ด้วยความผันผวนที่ผิดเพี้ยน)
กรงแห่งโลกเสรีภาพ (ด้วยความผันผวนที่ผิดเพี้ยน)
Date 24 August 2015

ลูซมีความรู้สึกคับแค้นใจอยู่เสมอ ตั้งคำถามถึงทำไมโลกนี้ไม่ยุติธรรมเอาซะเลย มันเป็นเรื่องน่าขำปนสมเพชเวทนา ที่ว่า เราเชื่อว่าเราอยู่ในโลกแห่งเสรีภาพ (อย่างน้อยเราได้โอกาสในการแสดงตัวตน ได้โอกาสในการแสดงความเห็นมากกว่าแต่ก่อน) แต่ว่าทางเลือกของชีวิตกลับน้อยลง ช่องว่างระหว่างคนจนคนรวยยังอยู่เหมือนเดิม ดีไม่ดี มันห่างมากขึ้น ในขณะที่ใครหลายคนไม่อยากตกงาน กลัวความอดอยาก ต้องทนหิวโหย ในขณะที่อีกหลายคนหงุดหงิดโมโหจะเป็นจะตายด้วยเรื่องที่เพียงเล็กน้อย ทั้งที่ตัวนอนเกลือกกลิ้งไปมาท่ามกลางความสุขสบายและความหรูหรา

หลักการแห่งแนวคิดเสรีภาพ ว่าด้วยทุกคนมีสิทธิโดยเท่าเทียมกัน มีความเป็นเสรีภาพ ภรดรภาพ ความเท่าเทียม แต่ลูซกลับรู้สึกว่าในสังคมเราตอนนี้ เหมือนติดอยู่ใต้เพดานบางอย่างที่มองไม่เห็น เราเป็นเพียงนกพิราบที่เชื่อว่า เราสามารถบินไปไหนก็ได้ แต่ความจริงเหนือเพดานที่มองไม่เห็นไป ยังมีอะไรอีกมากมาย และไกลสุดลูกหูลูกตาได้อีก
สื่อมวลชนที่ขึ้นชื่อว่ามีอิทธิพล มีพลังในการเรียกร้องสังคมมากที่สุด กำลังถูกเชิดด้วยสิ่งที่เรียกว่าการตลาด หรือผู้มีอิทธิพลเพื่อความอยู่รอด หรือะไรก็ตามแต่ โดยการเสนอข่าวนั้นมีทั้งการบิดเบือนความจริง การเสนอข้อมูลโดยปราศจากการตรวจสอบ หรือแม้แต่เรื่องราวที่ไม่อาจหาสาระใดๆ จากมันได้ และสื่อเหล่านั้น กำลังเชิดไปมา โดยที่ผู้คนมองหรือสนใจเขาอยู่ นิยาย ละครถูกสร้างแต่งขึ้นมาเพื่อการทำกำไร และมีลักษณะซ้ำไปซ้ำมา (เช่น พล็อตเรื่องที่เราสามารถเดาทางกันได้อยู่แล้ว อย่างน้อยๆ ที่สุด ตอนจบต้องแฮปปี้เอนดิ้ง ซึ่งในโลกความจริงไม่ใช่แบบนั้น เรากำลังถูกมอมเมาหรือเสพติดความหอมหวานของคำว่า “มีความสุขด้วยกันตลอดไป” ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้เลย) หรือเนื้อหาที่มีความรุนแรง บทอัศจรรย์แห่งการขืนใจ ทุกคนกลับเฝ้าติดตามและเสพดู เสพอ่านอย่างใจจดใจจ่อ ลูซรู้สึกกลัว นี่คนเรากระหายความรุนแรง มีความต้องการเรื่องราวอันผิดเพี้ยนโหดร้ายแบบนี้ได้ยังไงกันนะ โดยเฉพาะสังคมที่ยังมีฉากที่พระเอกของเรื่องข่มขืนนางเอกอีกหลายเรื่อง ซึ่งกลับมีคนติดตามเรื่องราวแบบนี้อย่างล้นหลาม ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นความจริงหรือที่คนเราต้องการที่จะดูเพสสื่อแบบนี้จริงๆ หรือถ้าจริง คงเป็นโกที่โหดร้ายอย่างไม่ต้องสงสัย โลกใบนี้ไม่มีใครเป็นพระเอกหรือนางเอกที่จะมีสิทธิ์ข่มขืนใครแล้วจะลงเอยชีวิตคู่อย่างมีความสุข ทั้งที่ตามกฎหมาย ตามหลักสิทธิเสรีภาพแล้ว ต่อให้ผู้หญิงคนหนึ่งนอนเปลือยกายล่อนจ้อน ผู้ชายก็ไม่มีสิทธิ์ใดๆ ในเรือนร่างเธอด้วยซ้ำ หากเธอไม่ปรารถนา แต่ตอนนี้ คนกลับรังเกียจผู้หญิงที่กล้าจะแสดงออกในเรื่องความต้องการตัวเอง แต่พึงพอใจในฉากบทขืนใจล่วงละเมิดทางเพศที่ทุกคนเห็นว่ามันโรแมนติค ลูซไม่เคยเข้าใจสักครั้งว่ามันโรแมนติคยังไง มันทำให้รู้สึกดียังไง ที่น่าเศร้าคือ เรามีทางเลือกในการเสพสื่อน้อยกว่าที่คิด เพราะโดยมากก็ผูกขาดโดยบริษัทหรือองค์กรขนาดใหญ่ซึ่งล้วนแล้ว ผลิตสื่อออกมาไม่ต่างกันเลย
ระบบงานราชการ หรือองค์กรบริษัท ถูกขับเคลื่อนด้วยทุน ด้วยคอรัปชั่น คนตัวเล็กไม่สามารถขัดขืนต่อต้าน หรือแม้แต่จะตั้งคำถามได้ หลายครั้งปิดปิดกั้นหรืออาจขั้นถูกไล่ล่าเลย กฎหมายได้ชื่อว่า ทุกคนอยู่ภายใต้อำนาจนี้อย่างเท่าเทียมกัน แต่ว่า ในขณะที่ใครสักคนอาจถูกลงทัณฑ์อย่างร้ายแรงที่ดูหนักกว่าข้อหาหรือความผิดที่ได้รับ ในขณะที่บางคนกลับได้รับการผ่อนผัน หรือการยกเว้น ด้วยสิทธิพิเศษบางอย่าง หรือมีระบบเส้นสายขึ้นมา ทั้งที่สังคม ตำแหน่งงานกับจำนวนคนที่ไม่เคยเป็นสัดส่วนที่เหมาะสมกัน คนว่างงานก็ยังมีต่อไป ยังไม่รวมปัญหา เรื่องสินค้าหรือแรงงานนอกระบบที่ไม่มีใครยอมรับ แต่ทุกคนก็หากิน หรืออาศัยผลประโยชน์จากเขา เช่นร้านค้าแผงลอยที่ขนาดเล็ก คอยย้ายหาพื้นที่ไปแบบไม่มีตำแหน่งหลักแหล่งแน่นอน หรือ อาชีพที่ทุกคนไม่อยากคิดว่ามันยังมีอยู่ แต่หลายคนก็ใช้บริการจากมัน ซึ่งมีทั้งมุมที่น่ากลัว และส่วนที่ชวนหดหู่ ลูซรู้สึกแย่เสมอ ที่รับรู้เรื่องราวเหล่านี้
ท่ามกลางห้างสรรพสินค้ามากมาย ร้านค้าขนาดเล็กได้ปิดกิจการลง เพราะผู้คนได้พากันสนใจเลือกที่จะใช้บริการกับบริษัทรายใหญ่ เบื้องหลังของเหล่าบริษัทยักษ์ใหญ่หรือข้ามชาติ ก็มีการรีดแรงงานผ่านการซื้อด้วยเงินให้คุ้มจนเม็ดสุดท้าย และผูกขาดสำเร็จเมื่อร้านค้าเล็กๆ ร้านโชว์ห่วยไม่อาจอยู่ได้ หลายครั้งลูซเห็นร้านค้าปิดกิจการ หรือเซ้ง มันหดหู่เหมือนบีบคั้นความรู้สึกอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งคิดว่าใครบางคนที่จากมา กำลังกินข้าวประทังชีวิตเฝ้ารอการกลับมาของสมาชิกในครอบครัว อีกฟากที่ไกลออกไป เขากำลังหิวโหย กำลังเครียดตรากตรำกับงานตรงหน้า ข้างๆ มีเพียงอาหารสำเร็จรูปหรือซากอาหารที่ประทังชีวิตไปวันๆ มันช่างเจ็บปวดเหลือเกิน

เศรษฐกิจแบบทุนนิยม ทั้งที่จากแนวคิดเสรีนิยม แต่ตอนนี้ ได้กำลังบีบบังคับให้คนมีทางเลือกน้อยลง เพราะตอนนี้ คนที่กำลังเยอะกว่า โอกาสเข้าถึงทรัพยากรมากกว่า กำลังแย่งกันกอบโกย โดยที่คนตัวเล็กๆ ไม่อาจทำอะไรได้เลย บางคนได้แต่ทนหรือเอาตัวรอดไปวันๆ ใครที่อ่อนแอก็อาจจะต้องหายไปจากสังคมนี้ โลกใบนี้

มันเหมือนกับพวกเราทุกคนอยู่ภายใต้เกมเซอร์ไวเวิลเกมเดียวกันที่จุดเริ่มต้น หรือจุดเดินเกมไม่ได้เท่ากันตั้งแต่เริ่มแรก โดยที่ตามหลัก หากเป็นเกมที่เราคุ้นเคยกันดี ตัวละครหรืออวต้าร์ของเรามันต้องเริ่มจากเลเวลหนึ่งก่อน ถึงจะอัพระดับให้สูงขึ้น หรือว่าเพิ่มความสามารถเข้าไป แต่เมื่อมันมีสิ่งที่เรียกว่าเงินใส่ในมือคนไม่เท่ากันแล้ว ทุกอย่างกลับพลิกผันไปทันที
เราทุกคนพยายามไล่ตามเพื่อก้าวไปตำแหน่งที่สูงกว่า ด้วยเหตุผลต่างๆ คนที่ถูกเหยียบ หรือวิ่งตามไปไม่ทัน หรือไม่สามารถปรับตัวในระบบนี้ เขาก็ต้องหายไปจากในเกม ซึ่งเกมที่เดิมพันด้วยชีวิตมนุษย์ทั้งโลกแบบนี้ ทั้งที่คนนั้นอาจจะเป็นคนที่มีพลังพิเศษที่น่าสนใจอยู่ก็ได้ แต่ก็ต้องหายไปด้วยระบบหรือท่ามกลางแวดล้อมที่ไม่อำนวยแบบนี้

สิทธิความเท่าเทียม ความยุติธรรมในหลักโลกเสรี เวลานี้อยู่ที่ไหนกันนะ?

ลูซมองเงาตัวเอง สักพักก็ต้องถอนใจออกมา
ท่ามกลางโลกที่โหดร้ายแบบนี้ แต่เรานี่ช่างไม่ได้เรื่องเลย อีกไม่นาน เราจะต้องหายไปหรือเปล่านะ ความรู้สึกที่ดำมืด ความรู้สึกที่เห็นความอ่อนแอ ความด้อยศักยภาพของตัวเอง ความล้มเหลวที่น่าละอาย น่าสมเพชของตัวเอง ทำให้ลูซรู้สึกว่าไม่สามารถยอมรับหรือรู้สึกดีต่อตัวเองได้เลย ในแง่หนึ่งรู้สึกเหมือนตัวเองอ่อนแอ แต่อีกแง่หนึ่งก็รู้สึกว่าเหมือนตัวเองถูกทำร้าย ยิ่งเจอคำว่า พยายามเข้านะ หรือคำว่าสู้ๆ ลูซไม่เคยรู้สึกดีกับคำเหล่านี้เลย
“สู้ๆ สิ”
“มีความสุขกับโลกใบนี้สิ ชีวิตมันสั้นนะ”
“อย่าเครียดเลย อย่าคิดอะไรเยอะเลย”
“คนอื่นเจอมาเยอะกว่านี้ แค่นี้เธอทำได้อยู่แล้ว ทำไมเธอจะทำไม่ได้”

เหมือนตัวเองมันจมในความมืดที่เกินกว่าจะสามารถมารู้สึกดีๆ กับคำเหล่านั้น เราไปไกลกว่านั้น โลกที่เรารู้สึก สัมผัส หรือรู้จัก มันก็ผิดเพี้ยนไป
ลูซรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถเข้ากับใครได้ ยิ่งมานึกเรื่องอดีตที่ผ่านมา มันแทบจะไม่สามารถออกไปเผชิญหน้ากับใครได้เลย ราวกับว่า ลูซไม่สามารถเข้ากับใครได้ อยู่ท่ามกลางความเหงา เหมือนชีวิตมันพังแบบเหลวแหลกที่ไม่ต้องพึ่งยา หรือลองเซ็กส์ หรือตัณหาแปลกประหลาดอะไรใดๆ ทั้งนั้น ลูซรู้สึกว่าตัวเองกำลังคิดตั้งคำถามกับกรงแห่งความเวิ้งว้างนี้ตลอดเวลา แต่ทำอะไรไม่ได้เลย สุดท้าย ได้เพียงจับลูกกรง แล้วร้องไห้ตรงนั้น

อยากหลอกตัวเองว่า สักวันจะต้องผ่านไปให้ได้....
แต่ว่าเมื่อไหร่กันล่ะ



Other Link
http://www.wattpad.com/user/LuciuzFallen

https://www.facebook.com/pages/RPSLuciuZ/377206002292854

http://storylog.co/Luciuz_Fallen

http://rps-luciuz.blogspot.com/
++++++++++++++++++++++++++++++++++
SHARE
Written in this book
โลกสีเทาของคนซึมเศร้า
เรื่องเล่าของโรคซึมเศร้า ที่มองผ่านความมืดมนและความหดหู่ แสวงหาแสงสว่างและสีสัน
Writer
Luciuz_Fallen
writer
Plz Follow and Commet, Vote then talk with me Here and........ https://www.facebook.com/pages/RPSLuciuZ/377206002292854 ......................................... http://www.wattpad.com/user/LuciuzFallen ................................. http://storylog.co/Luciuz_Fallen ................................. http://rps-luciuz.blogspot.com/ ........................................

Comments

donmarco_iii
4 years ago
ผมชอบนะ ขออนุญาติตั้งชื่อเรื่องให้เล่นๆว่า คำอธิบายประเทศไทยฉบับสังเขปของลูซ

"เรานี่ช่างไม่ได้เรื่องเลย อีกไม่นาน เราจะต้องหายไปหรือเปล่านะ ความรู้สึกที่ดำมืด ความรู้สึกที่เห็นความอ่อนแอ ความด้อยศักยภาพของตัวเอง ความล้มเหลวที่น่าละอาย น่าสมเพชของตัวเอง"

ผมชอบท่อนนี้มาก ในแง่หนึ่งมันเหมือนกับเป็นการมองโลกในแง่ร้ายนะ แต่ในอีกแง่หนึ่งผมกลับมองว่าความรู้สึกของลูซในตอนนี้เป็นเสมือนแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆที่กำลังตกอยู่ในภวังค์แบบเดียวกับลูซรู้สึกว่าพวกเขาไม่ได้เป็น คน"เดียวดาย"เพียงคนเดียว อย่างน้อยๆก็มีลูซที่"เดียวดาย"ร่วมกับเขาอีกคน

คนแบบลูซมีอยู่มากในสังคมเมือง เป็นกลุ่มคนที่สังคมไม่ให้ที่ยืนกับเขาเพียงเพราะว่าคนกลุ่มนี้มีความนิยม,วิถีชีวิตที่แตกต่างกัน แต่แท้จริงแล้วคนกลุ่มนี้ก็เหมือนกับมนุษย์คนอื่นๆทั่วไปมีความรู้สึกและหัวใจเหมือนกัน
Reply
Luciuz_Fallen
4 years ago
ขอบคุณมากค่ะ ได้อ่านคอมเมนท์ของคุณ ลูซรู้สึกดีจริงๆ ค่ะ
zupisets
4 years ago
ชอบมากครับ อ่านเพลินๆ เลย
Reply
Luciuz_Fallen
4 years ago
ขอบคุณค่ะ ดีใจที่ชอบค่ะ ถ้ามีประเด้นไหนอยากเสนอ หรือติชมได้นะคะ