รูมเมท
ถ้าไม่นับน้องสาวที่คลานตามกันมา รูมเมทคนแรกในชีวิตของเรา ก็คือ ‘เค’ เด็กทุนมหาลัยเดียวกัน สัญชาติฟิลิปปินส์ ที่จับพลัดจับพลูได้มาเป็นเพื่อนร่วมห้องกัน ด้วยเหตุผลที่ว่า 'สัญชาติใกล้เคียงกันมากที่สุด' (เพราะเด็กไทยที่เหลือจับคู่ลงห้องให้ไปหมดแล้ว) ในตอนนั้น แม้จะอิจฉาเด็กคนไทยคนอื่นอยู่บ้าง ที่ได้เพื่อนร่วมห้องเป็นชาติเดียวกัน แต่ก็แอบดีใจที่อย่างน้อยจะได้รู้จักเพื่อนชาติใหม่ๆ และที่สำคัญที่สุด จะได้ฝึก 'ภาษา'

เคเป็นคนฟิลิปปินส์ ที่พูดทั้งอังกฤษและเกาหลีได้คล่องแคล่ว เมื่อตอนแรกที่เราเพิ่งถึงเกาหลีใหม่ๆ เรายังพูดภาษาได้ไม่คล่อง เลยสื่อสารกับเคเป็นภาษาอังกฤษ พอผ่านไปหนึ่งเทอม เราค้นพบว่านอกจากเราจะเรียนรู้คำศัพท์ภาษาเกาหลีมากกว่าเดิม จากการบังเอิญ (แอบ) ได้ยิน เคคุยโทรศัพท์กับเพื่อนชาวเกาหลีทุกคืนแล้ว เรายังได้ทักษะการฟังภาษา..

ตากาล็อก..

ภาษาตากาล็อคของเค มักจะฟังเผินๆ เหมือนภาษาอังกฤษ แต่ลงท้ายด้วย "seke" (เซเก) ตลอดเวลา แรกๆ ก็รู้สึกอึดอัดที่ต้องฟังภาษาที่เราไม่เข้าใจทุกคืน มันยิ่งกว่าภาษาเกาหลี ที่เรายังพอเดาได้เป็นคำๆ แต่เห็นนางอมยิ้มมีความสุข ระหว่างกลิ้งเกลือกบนเตียง คุยกับแม่ผ่าน skype ทุกคืนเราก็รู้สึกดีไปด้วย

โชคดีของเราที่เคเป็นคนง่ายๆเหมือนกัน เราไม่มีกฎระเบียบในการอยู่ร่วมกันเป๊ะๆ ว่าจะต้องล้างห้องน้ำวันไหน ในตู้เย็นแบ่งที่กันยังไง และโชคดีที่สุด ที่เราเป็นคน 'ไม่สะอาดจนเนี๊ยบ แต่ก็ไม่สกปรก' เอาเป็นว่าเรารกบ้างบางเวลาแต่ไม่เคยซกมก

เคยไปนั่งเล่นห้องข้างๆ ที่มีเพื่อนเพิ่งกินมาม่าเสร็จ ทิ้งชามที่มีน้ำซุปเหลือไว้ก้นถ้วย แล้วก็ไม่ได้ไปเยี่ยมห้องเค้าซะนาน จนผ่านไป 1 เดือน ระหว่างที่เรานั่งเม้ามอยหอยสังข์ นินทาคนเกาหลีอยู่นั้น สายตาก็ไปสะดุดกับชามที่มีคราบติดก้นชามฝังแน่น จนดูเผินๆเหมือนเป็นดินรองกระถางต้นไม้เตรียมปลูก

“เจ้….นี่มันชามเดิมป่ะ” ในใจคิดว่า เฮ้ย มันคงไม่ใช่หรอก

“เออ ใช่ ชามเดิมน่ะแหละ รูมเมทยังไม่ได้เอาไปล้าง”

“……” (สตั๊นไป 3 วิ)
“เจ้ ที่ไม่สบายบ่อยๆ นี่เพราะสูดสปอร์มันเข้าไปป่าววะ!?”

อีกเคสนึงที่คล้ายๆกัน เป็นเรื่องของนักเรียนชาวมองโกล นางไปขอร้องอาจารย์ประจำหอให้เปลี่ยนห้อง เพราะห้องกลิ่นเหม็นมาก อาจารย์ให้เหตุผลว่าเปลี่ยนให้ไม่ได้ เพราะกลิ่นที่มาเป็นกลิ่นเครื่องเทศที่มาจากตัวของรูมเมทชาวอินเดีย ไม่ใช่เพราะเค้าทำสกปรก หรือซุกซ่อนอาหารไว้ ม็องที่น่าสงสารเลยทำได้แค่หาสเปรย์ดับอากาศ บรรเทาหนักให้เป็นเบาแทน

แต่อันนั้นก็ยังไม่หนักหนาเท่า

การตื่นทุกๆ ตีสี่ เพราะเสียงสวดมนต์..

เสี้ยววินาทีแรก ม็องหลอนว่าเสียงมาจากไหน!? มันมาได้ยังไง? ใครสวด? จนค้นพบว่ามาจากเตียงข้างๆ บางวันอินเดียสวดเอง บางวันอินเดียขี้เกียจตื่น ก็เปิดเทปสวดแทน ?!? ฟังแล้วเราก็รู้สึกว่าเราโชคดีมากๆ ที่ได้เป็นรูมเมทกับเค เพราะนอกจากเสียงปลุกมือถือที่ set ไว้เป็นเสียงน้ำตกผสมนกร้องยามเช้า ที่ฟังสบายจนนางไม่ยอมลุกจาเตียง (แม้เสียงจะค่อยๆดังขึ้นเรื่อยๆ จนบางทีก็แอบเอานาฬิกาปลุกนางไปซ่อนในตู้) เรื่องอื่นๆ นางก็ไม่มีอะไรให้ติ ทำให้เราโฟกัสกับเรื่องเรียนได้เต็มที่ โดยไม่ต้องปวดหัวกับชีวิตประจำวัน

แต่ช่วงเวลาแห่งความสุขก็มักจะสั้น ไม่นานเคก็เรียนจบออกไป กลายเป็น nutritionist วัยใสพร้อมแฟนหนุ่มเกาหลี แล้วก็ถึงเวลาที่จะมีรูมเมทมาใหม่แทนที่นาง..

รูมเมทใหม่เป็นสาวเกาหลี เมเจอร์เซรามิก หน้าตาน่ารัก แล้วยังชื่อ แทยอน เหมือน girl's generation ตอนแรกก็ตื่นเต้นดีอยู่หรอก ที่จะได้อยู่ห้องกับคนเกาหลี นิมานว่าจะเป็นเพื่อนกันกระหนุงกระหนิง สปีคภาษาเกาคล่องละทีนี้

แต่ผิดคาด แทยอนไม่ยักกะเฟรนด์ลี่เหมือนกับ Girl's gen ตลอดเวลาอยู่ด้วยกันสองเทอม เราคุยกันนับคำได้

นอกจากแทบไม่คุยกันแล้ว เรายังมีสงครามเย็นกันขนาดย่อมๆ แทยอนมักจะให้ที่บ้านส่งส้มเจจูมาเป็นลัง แล้วเอาไปแช่ตู้เย็น พร้อมกับวางส้มตัวเองล้นมาในอาณาเขตเรา เราก็เบียดกลับไปที่นางบ้าง หรือบางทีนางเอากิมจิมาแช่เป็นโลๆ จนนมกล่องที่เราแช่ไว้ กะจะกินชิวๆผสมซีเรียล กลายเป็นนมรสกิมจิ แต่ที่พีคสุด คงเป็นเวลาเข้าห้องน้ำ ที่นางจะชอบปิดฝาโถส้วมเมื่อใช้เสร็จ แต่เราทำใจไม่ได้ ที่ต้องมาลุ้นทุกครั้ง ว่านางปิดตามมารยาท หรือเพราะมี 'สิ่งอันตราย' (เรื่องนี้คนไทยรู้ดี) พอเราใช้ส้วมเสร็จ เราก็จะเปิดฝาไว้ตามธรรมเนียมไทยเหมือนเดิม

ถึงแม้เราจะเปิดๆ ปิดๆ โถส้วมกันอยู่อย่างนี้ ก็ไม่เคยทะเลาะกัน ส่วนตัวเราก็ไม่ได้รู้สึกลำบากอะไร แต่มีสิ่งนึงที่เราทนไม่ได้มากที่สุดก็คือ

เวลาแทยอนดูรายการทีวี..

แทยอนก็เหมือนเด็ก Gen Y เกาหลีทั่วไปที่เสพติดหูฟัง และยูทูป ถึงแม้นางจะกลับมาถึงห้องแล้ว นางก็จะไม่เปิดคอม แต่เลือกนอนกลิ้งเกลือกบนเตียง เสียบหูฟัง มือซ้ายถือสมาร์ทโฟนที่กำลังเล่นรายการทีวีเกาหลี พร้อมเตะ side kick ลดต้นขาไปด้วย ดูเผินๆ กิจกรรมป้าของนางไม่น่าจะทำให้เราประสาทเสีย เว้นเพียงแต่ เวลาที่เรากำลังหัวฟู ปั่นการบ้านเรื่องวิจัยการตอบสนองสื่ออยู่เพลินๆ ...

"วะ
ฮะ
ฮะ
ฮ่าาา"

เป็นเสียงหัวเราะที่ดังขึ้น โดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า..
เป็นเสียงหัวเราะที่ดังขึ้น ฟอร์มโนแวร์ ...

ส่วนแทยอนซึ่งไม่ได้รับรู้ว่าเสียงหัวเราะของตัวเอง สร้างความสะพรึงให้คนร่วมห้องขนาดไหน ก็ยังคงเตะขาพึบพับต่อไป พร้อมกับเราที่ต้องทนทำการบ้านไปเรื่อยๆ พลางลุ้นว่า นางจะปล่อยเสียงออกมาอีกเมื่อไหร่ แต่ก็บอกกับตัวเองว่า ไว้ซักวันจะรวบรวมความกล้าถามนางว่าดูรายการอะไร จะได้ไปลองหามาขำบ้าง

และจะได้มีเรื่องมาชวนนางคุยซักครั้ง :)
SHARE
Writer
pichapich
Daughter
Gen Y dreamer and 'do' er :)

Comments