ขอบคุณตัวเองที่ตัดสินใจไปค่าย "ครั้งแรก"
ช่วงวันที่ 25 กรกฎาคม ถึง 1 สิงหาคมที่ผ่านมา เตยได้มีโอกาสไปออกค่ายครั้งแรกกับชมรมที่มหาวิทยาลัยค่ะ โดยค่ายครั้งนี้เราไปกันที่ อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี ระยะเวลาที่เข้าค่ายก็จะมีกิจกรรมปลูกป่าชุมชน ทำฝาย พัฒนาชุมชน แล้วก็เรียนรู้วิถีชีวิตของชาวบ้าน

ที่รู้สึกขอบคุณตัวเองคือ เตยไม่มีเพื่อนสนิทไปด้วยเลย แต่โชคดีที่มีเพื่อนในสาขาที่เราเรียนมาด้วย คอยช่วยเหลือกันตลอด กับบางคนที่เราไม่เคยคุยด้วยตอนเรียน เรากลับเรียกกู มึง สนิทกันได้อย่างง่ายดาย เราประทับใจมากกับการไปออกค่ายครั้งนี้ ได้ทำกิจกรรมหลายอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน โดยเฉพาะการทำฝายกับการได้ไปเยี่ยมบ้านของพี่สืบ นาคะเสถียร ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง นึกไม่ออกเลยว่าถ้าไม่ได้ครั้งนี้จะได้มีโอกาสมาดูอะไรดีๆแบบนี้รึเปล่า

ได้รู้จักกับเพื่อนๆต่างคณะ ได้พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น การรู้จักกับเพื่อนใหม่ๆก็เหมือนเป็นการเปิดโลกของเราด้วย เพราะเพื่อนแต่ละคนก็มีประสบการณ์ชีวิตที่น่าสนใจของตัวเอง ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นอีกเยอะจากการพูดคุยกับเขา

แล้วก็มีโอกาสได้ไปพักอยู่กับชาวบ้านของที่นั่นเป็นเวลา 5 คืนได้ ชาวบ้านที่นั่นใจดีมากค่ะ มีอะไรก็คอยช่วยเหลือตลอดเลย อยู่ด้วยกันเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน ต่างจากคนกรุงเทพแค่ขอจอดรถหน้าบ้านนี่บางคนยังคิดแล้วคิดอีกเลย

ถ้าจะให้พูดถึงประสบการณ์จากการไปค่ายครั้งนี้คงเล่าให้จบภายในตอนเดียวไม่ได้ เหตุผลที่เขียนบทความนี้ขึ้นมาคือ เรารู้สึกขอบคุณตัวเองและภูมิใจในตัวเอง ที่กล้ามาค่าย ถึงแม้ว่าจะไม่มีเพื่อนสนิทในกลุ่มมาด้วย

เมื่อก่อนเป็นคนที่จะทำอะไรต้องมีเพื่อนด้วยตลอด แต่วันนี้เราโตขึ้น และเมื่อเรามองย้อนกลับไปเราพบว่า เราพลาดโอกาสดีๆหลายโอกาสที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เพียงเพราะเรากลัวที่จะต้องทำอะไรคนเดียว จะไปสมัครงานพาร์ทไทม์ ทั้งๆที่เราอยากเป็นทำแท้ๆ แต่ก็ต้องพาเพื่อนไปด้วย

หากวันนั้นเรายังกลัวอยู่ ไม่กล้าตัดสินใจไปค่าย เราคงนั่งอยู่บ้าน ฟังเพลง ทำตัวไร้สาระไปวันๆ รอวันเปิดเทอม แต่สิ่งที่ได้กลับมาจากการไปค่ายครั้งนี้ มันมีอะไรมากกว่าความสนุก คือเราได้มิตรภาพใหม่ๆกลับมา ได้ไปเปิดโลก ได้ประสบการณ์ และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เราได้แรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตในแต่ละวันของเราให้คุ้มค่าที่สุด เรายังไม่รู้ว่าเป้าหมายในชีวิตของเราคืออะไร แต่คงไม่ใช่การนั่งฟังเพลง ดูคลิปไร้สาระ อ่านเรื่องราวกอสซิปอยู่บ้านอีกต่อไปแล้ว..
SHARE

Comments