เรากำลังทำร้ายโลกด้วยคำว่า "แรงบันดาลใจ"
ทุกวันนี้เวลาที่เราไปนั่งฟังบรรดานักธุรกิจ นักคิด นักเขียน หรือศิลปินพูดบรรยายตามงานต่างๆ แทบทุกคนจะต้องพูดเกี่ยวกับประเด็นสุดฮอตของคนมีฝัน ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่นหรือวัยทำงาน

“แรงบันดาลใจ”

สิ่งที่พวกเขาได้พูดเกี่ยวกับแรงบันดาลใจ ก็มักจะเป็นการเล่าประสบการณ์ว่า แรงบันดาลใจมาจากไหน เกิดขึ้นได้อย่างไร หรือไม่ก็พูดถึงวิธีการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ตัวเอง จนหลายๆ คนที่ไปฟังแล้วรู้สึกเกิดการกระตุกความคิดขึ้นว่า ทุกวันนี้ฉันกำลังทำอะไร ความฝันของฉันคืออะไรกันแน่ แล้วเราจะหาแรงบันดาลใจจากไหนเพื่อทำฝันของเราให้เป็นจริง

สิ่งที่ตามมาหลังจากคำว่า “แรงบันดาลใจ” ได้กระตุกความคิดขึ้นมาก็คือ อยากเป็นอิสระจากสิ่งที่เป็นอยู่ ก็จะเกิดความรู้สึกต่อต้านขึ้นมา เบื่อหน่าย ท้อแท้หมดกำลังใจ และมักจะอ้างว่างานไม่เกิดเพราะไม่มีแรงบันดาลใจ ต้องออกไปค้นหาแรงบันดาลใจ

การค้นหาแรงบันดาลใจที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบันคือการท่องเที่ยว ยิ่งตอนนี้กระแสรีวิวท่องเที่ยวในพันทิปกำลังมาแรง ไม่ว่าจะเป็นในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด หรือต่างประเทศ การได้เห็นภาพถ่ายสถานที่จริงประกอบเนื้อหารีวิว ก็ทำให้หลายคนมองว่าเป็นโอกาสในการค้นหาแรงบันดาลใจ ด้วยความเชื่อที่ว่า การเดินทางท่องเที่ยวคือส่วนหนึ่งของประสบการณ์ชีวิต

เราจึงชอบคิด ชอบเพ้อฝันล่วงหน้าไปนานมากว่า ต้องไปเที่ยวเพื่อหาแรงบันดาลใจสักครั้ง ทั้งๆ ที่เคยสำรวจตัวเองก่อนไหมว่า ปัจจุบันเราทำหน้าที่ของเราได้ดีพอที่จะรับรองอนาคตของเราได้หรือยัง หลายคนพอได้ยินคำว่าแรงบันดาลใจจนเริ่มหนาหูเข้า ก็จะเริ่มเสียการโฟกัสกับปัจจุบัน เกิดอาการขี้เกียจ เฉื่อยชา และชอบเอาคำว่าแรงบันดาลใจมาเป็นข้ออ้างตลอด และจะทับถมกันเป็นกองภูเขาอย่างนี้ไปเรื่อยๆ เพราะอะไรล่ะ

ผมเชื่อว่ามีหลายคนที่ชอบไปฟังบรรยาย เสวนาหลายครั้งเกี่ยวกับเรื่องแรงบันดาลใจที่ทำให้ประสบความสำเร็จในการใช้ชีวิต แต่เคยสำรวจสมุดโน้ตของตัวเองบ้างไหมว่า ที่จดๆ มามีอะไรที่เราลงมือทำและสำเร็จแล้วบ้าง ถ้าได้แต่จดๆๆ ว่าแรงบันดาลใจต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ มันก็มีค่าเพียงกระดาษธรรมดาที่วันใดวันหนึ่งคงต้องลงไปอยู่ในถังขยะ และเสื่อมสลายไปตามธรรมชาติ เมื่อถึงวันนั้น คุณจะเสียใจไหมที่ไปฟังๆ แล้วจดมาคุณไม่เคยหยิบมาใช้ให้เกิดประโยชน์เลย

ทั้งหมดที่กล่าวมาจึงสรุปว่า
ปลูกแรงบันดาลใจให้เป็นรูปร่างได้ง่ายๆ แค่ “ลงมือทำในสิ่งที่ควรทำอย่างมีจุดหมาย” โดยที่ไม่จำเป็นต้องเห่อไปฟังบรรดาคนดังๆ ทั้งหลายพูดบรรยายเลย เพราะการไม่ลงมือทำนั่นแหละ คือการทำร้ายโลกด้วยการสร้างขยะนามธรรมที่มีชื่อว่า “แรงบันดาลใจ” โดยที่เราไม่มีวันรู้ตัวเลย
SHARE

Comments

iampuipuii
4 years ago
อ่านเเล้วเหมือนกำลังตำหนิตัวเองเล็กๆเลยค่ะ ฮ่่าๆ
Reply
lordindiiz
4 years ago
ขอบคุณที่ติชมครับ มีเป้าหมายอะไรอยู่ในใจลงมือทำเลยครับ ถึงจะเรียกว่าแรงบันดาลใจของจริง
Thankwian
4 years ago
โอ้ เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ
Reply
lordindiiz
4 years ago
ขอบคุณครับ
RoadRunner
4 years ago
นึกถึงประโยคนึงขึ้นมาเลยครับ...a goal without a plan is just a wish...ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ
Reply
lordindiiz
4 years ago
ขอบคุณที่เป็นกำลังใจนะครับ ผมก็กำลังสร้างตัวเองอยู่เหมือนกัน