Episode 7 - การรับผิดชอบต่อความฝัน เมื่อพ่อแม่และคนที่บ้านไม่เข้าใจ....
ในฐานะคนประกอบอาชีพเป็นนักเขียนคนหนึ่ง
ผมเคยรับฟังปัญหาจากรุ่นน้อง เด็กๆ นักอยากเขียนมาเรื่อย ข้อหนึ่งที่มีบ่อยมากคือ พ่อแม่หรือทางบ้านไม่สนับสนุนความฝันการเป็นนักเขียน รู้สึกท้อใจ โกรธแค้น ทำอย่างไรดี?

ผมมักบอกว่าขั้นแรกเราต้องมีทัศนคติที่ดีก่อน อย่าคิดลบเป็นศัตรูกับพ่อแม่ อยากเป็นนักเขียนขั้นแรกก็ควรจะเข้าใจมนุษย์ มองในมุมคนอื่นได้ด้วยว่าไม่แปลกที่พ่อแม่จะเป็นห่วงหรือไม่เห็นด้วยกับความฝันนี้ ที่เขาห่วงก็เพราะรักเรานั่นแหละครับ และเห็นอยู่ว่าอาชีพศิลปินหากินยาก โดยเฉพาะ 'นักเขียนไส้แห้ง' มีการพูดเป็นภาพจำแบบนี้มาตลอด

อย่างผมเองบอกเลยว่าความฝันการเป็นนักเขียน พ่อแม่ผมก็ไม่สนับสนุนหรือเห็นด้วยเช่นกัน อันนี้ประสบการณ์ส่วนตัวเลย ตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมหรือมหาวิทยาลัยที่ผมเขียนเรื่องสั้นไปส่งนิตยสารเริ่มต้นไล่ตามความฝัน เคยบอกเขาบ้างว่าอยากเป็นนักเขียน พ่อแม่ก็ออกแนวขำๆ หัวเราะ หรือแย้งตลอดว่าไม่เข้าท่า เรียกว่า...ไม่ให้กำลังใจเหมือนที่น้องๆ หลายคนโดนนั่นแหละ โชคดีอย่างที่ผมเป็นคนค่อนข้างเข้าใจโลกจึงมองว่าไม่แปลก ที่เขาจะรู้สึกว่ามันเหลวไหลไม่น่าเชื่อถือ เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องรับผิดชอบความฝันตัวเอง

ดังนั้นสิ่่งที่ผมทำไม่ใช่การโกรธแค้นหรือโต้เถียงพ่อแม่อย่างกราดเกรี้ยวว่า "พ่อ/แม่ไม่เข้าใจ" อะไรแบบนั้น แต่ผมใช้วิธีก้มหน้าก้มตาทำไปอย่างสงบ แบ่งเวลาว่างนอกเหนือจากการเรียน (ที่ต้องรักษาผลการเรียนให้ดี ถือเป็นการรับผิดชอบทุ่มเทให้ตัวเอง) เอามาเขียนหนังสือ สำเร็จบ้างล้มเหลวบ้างก็ทำไป พยายามศึกษาพัฒนาฝีมือตัวเองให้ดีขึ้นในทุกทาง ลำบากหน่อยก็อย่ามัวแต่สงสารตัวเองน่า สนุกกับมันและมองว่าเป็นสิ่งที่เราต้องการนี่ก็ต้องพร้อมรับผิดชอบสิ

ตอนเรียนจบยังเลี้ยงตัวเองด้วยงานเขียนไม่ได้ก็ไปทำงานประจำ แล้วก็แบ่งเวลามาเขียนเหมือนเดิม ค่อยๆ ขยับทีละขั้น จนกระทั่งมีผลงานออก 1..2...3 จนเป็นหลายชิ้น สามารถดูแลตัวเอง มีรางวัลติดมือมาบ้าง ทุกขั้นตอน ทุกเวลา ผมไม่เคยเรียกร้องให้พ่อแม่หรือคนในครอบครัวต้องมาเข้าใจหรือรับรู้ มองว่ามันเป็นความฝันของเราเอง ดังนั้นเราจึงต้องรับผิดชอบเอง ความแกร่งในใจต้องมี

สุดท้ายรู้ตัวอีกที พ่อกับแม่ก็เห็นผลงานผมเป็นเล่ม เห็นข่าวเกี่ยวกับตัวผมผ่านสื่อ ถึงตอนนี้เขาตื่นเต้นและยินดีกับผม มีแอบบ่นบ้างว่า "ลูกคนนี้ไปทำอะไรมาค่อยยอมบอกพ่อแม่หรอก" อย่างไรก็ตามพวกเราก็เข้ากันได้ดี ไม่ต้องมีใครกราดเกรี้ยว มาน้อยใจ สาดอารมณ์ใส่กัน แต่เรารักกันดี อบอุ่นตามประสาครอบครัว

ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีทันใดหรอกครับ แต่ต้องใช้เวลาในการทำ พิสูจน์ตัวเอง ที่สำคัญคือเอาใจเขามาใส่ใจเราบ้าง อย่าเห็นแก่ตัวอย่างเดียว

ดังนั้นถ้าใครมีความฝันอยากเป็นนักเขียนหรือกระทั่งความฝันอื่น อย่ามัวแต่ไปน้อยใจพ่อแม่ว่าไม่สนับสนุนเลยครับ คุณมีหน้าที่รับผิดชอบและพิสูจน์ให้เห็นด้วยการกระทำ ออกมาเป็นชิ้นงานว่าเราเอาจริงเอาจัง ไม่ใช่เพียงแค่คำพูดเพ้อฝันครับ

(รูปถ่ายลูกโป่งในงานปาร์ตี้ที่ผมไปเจอมา คิดว่าเหมาะกับเอามาประกอบบทความเลยถ่ายมาครับ)
SHARE
Writer
Pongwut
writer
เป็นนักเขียนที่มีผลงานตีพิมพ์ราว 70 เล่ม ทั้งสายวรรณกรรมเข้มข้นควบคู่กับงานเชิงพาณิชย์ เป็นผู้ได้รับรางวัลทางวรณกรรมจากหลายเวทีเช่น พานแว่นฟ้า สุภาว์ เทวกุลฯ ตะวันส่องอะวอร์ด นายอินทร์อวอร์ด เซเว่นบุ๊คส์อะวอร์ด มีผลงานบางชิ้นได้รับการแปลเป็นภาษาต่างประเทศ ล่าสุดในปี 2015 เป็นผู้เข้ารอบสุดท้ายซีไรต์อะวอร์ดจากนิยายเรื่อง 'ประเทศเหนือจริง'

Comments

imonkey7
5 years ago
รอมานาน มาจนได้ท่านว่าที่ซีไรท์
Reply
blur
5 years ago
กำลังเจอสถานการณ์นั้นเลยค่ะ
คือพ่อกับแม่ไม่สนับสนุน เราก็เลยแต่งไปเรื่อยๆ ลงเว็บลงนู่นลงนี่ ขัดเกลากันไป
คิดว่าซักวันคงทำให้ความฝันเป็นจริงขึ้นมาได้

ได้เจอคนที่มีประสบการณ์ตรงและผ่านมันมาได้มาเล่าให้ฟังแบบนี้ ยิ่งมีกำลังใจค่ะ

จะสู้ต่อไปค่ะ ขอบคุณสำหรับบทความดีๆนะคะ จะติดตามค่ะ
Reply
DreamerWriter25
5 years ago
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ ผมเคยเจอแบบนี้เลย แต่ตอนนี้ก็ยังพิสูจน์ตัวเองต่อไปครับ
Reply
jommann
5 years ago
ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ครับ อยากจะเขียน เหมือนกัน แต่ แบบบ เขียนไปแล้ว สัก ประมาณ สามบรรทัด มันก้อเริ่มจะ งงกับตัวเองแหละ ว่าจะไปยังงัยต่อ
Reply