"ONE SECOND" ฝันที่เกินฝืน ในคืนที่นอนไม่หลับ...
กระจกครึ่งบานตั้งไว้ที่เดิม
รอยแตกแยกกระจกออกเป็นเศษ 2 เสี้ยว
รอยร้าวทำลายผิวกระจกที่หลงเหลืออย่างไร้ทางเยียวยา

ก่อนหน้านี้กระจกเคยสะท้อนภาพของเราสองคน
…คืนนี้มันสะท้อนเงาของฝันร้าย

ผมนอนไม่หลับ เพราะยามเอนกายหลับตา ภาพของคุณก็ลอยเข้ามายังห้วงไร้มโนสติ
คุณยังเหมือนเดิม ทุกอย่างในความฝัน คุณอยู่เคียงข้างผม
บนทางเดินที่เราเดินจูงมือกันผ่านไป บนม้านั่งในสวนสาธารณะที่เรานั่งอาบแดดในวันแดดอ่อนทอประกาย

มันต่างกับในความเป็นจริงของค่ำคืนนี้
…ผมไม่มีคุณอยู่เคียงข้างกาย

ผมมองออกไปนอกหน้าต่างที่เปิดกว้างรับลมของแม่น้ำเจ้าพระยา
เห็นแสงไฟจุดเล็ก ๆ ลอยมาจากเรือสินค้ามากมายที่จอดเทียบท่าอยู่ไกลตา
บางลำก็เคลื่อนไหวเอื่อย ๆ ไปในทิศทางต่าง ๆ กัน
แสงไฟจุดเล็ก ๆ เคลื่อนไหวช้า ๆ ไปตามสายน้ำดำมืดราวกับม่านไหมที่ปูวางลงบนแผ่นดิน
แบ่งแยกมหานครแห่งนี้ออกเป็น 2 เสี่ยง

หัวใจของผมแตกร้าวเช่นเดียวกับซากกระจกบานนั้น
แตกแยกแบ่งฝากราวกับแผ่นดินแห่งนครไร้ราตรี

สายตาเหนื่อยอ่อนจ้องมองไล่ไปตามรอยแตกร้าวที่คมกริบ
มือที่อ่อนล้าเอื้อมไปสัมผัสรอยแตกนั้นอย่างแผ่วเบา
รอยกรีดเฉียบคมปรากฎขึ้นที่ปลายนิ้วสัมผัสพร้อมกับหยาดเลือดที่ไหลซึมมอกมาจากปากแผล

ความเจ็บปวดตุ๊บ ๆ ที่กระตุกปลายนิ้วไม่ได้ส่งผลให้หัวใจที่เต้นช้าดวงนี้กระเตื้องไหวแรงขึ้น

รอยแผลที่จับต้องไม่ได้ ไร้ตัวตนในจิตใจ
ปวดร้อนกว่าแผลที่เลือดไหลจากร่างกายไร้วิญญาณ

เสียงหวูดเรือล่องลอยมาตามสายลมเอื่ยย
เส้นขอบฟ้ายังไร้ซึ่งวี่แววของเส้นสีทองที่จะนำมาซึ่งดวงอาทิตย์

หลับตา…

ภาพของหญิงสาวคนหนึ่งวิ่งผ่านทุ่งหญ้าเขียวขจีสูงราวเข่า
ชุดกระโปรงยาวสีขาวของเธอพลิ้วไหวลู่ตามลมที่โบกโบยพัดเอาดอกหญ้าเล็ก ๆ ลอยขึ้นสู่ฟากฟ้า หมวกฟางใบโตทอดเงาลงบนหน้าของเธอไปเสียครึ่งหนึ่ง แต่เงาดำจากปีกหมวกมิได้ปิดบังความงามของเธอให้ลดทอนเลยแม้แต่น้อย

เธอมองมาทางนี้ เลยขอบทุ่งหญ้าขึ้นมาบนเนินเล็ก ๆ แห่งนี้
มองมาที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่แผ่เงากว้างทอดยาวไปถึงขอบทุ่งหญ้านั้น
เธอวิ่งขึ้นมาบนเนินอย่างรวดเร็วพร้อมรอยยิ้มที่สดใส ราวกับ ไม่สิ ยิ่งกว่าดวงตะวัน

หลับตา…

เสียงหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุขเล็ดลอดมาจากเงามืด และภาพในห้วงมโนคติเมื่อกี้นี้
เสียงเล็ก ๆ ที่แสนสดใส เสียงเล็ก ๆ ที่ทำให้โลกทั้งโลกยิ้มได้

หลับตา…

เสียงประตูห้องกระแทกแรงตึงตัง เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของคนหลายคนดังทั่วบริเวณห้องพักแห่งนี้ เสียงกรี๊ดร้องยังคงก้องกังวานบาดหูอย่างไม่มีหยุดพัก

ผมนอนตะแคงอยู่บนพื้นมีแต่เงาลาง ๆ ลอดผ่านผ้าดำที่มัดปิดตา
แรงกระตุกที่ซอกแขนทั้ง 2 ข้างของผม ลากผมไปตามพื้นพรม ผิวหนังที่ปราศจากอาภรณืปกคลุมที่เท้าทั้ง 2 ข้างของผมแสบร้อนตามเส้นทางที่ผมถูกลากไป

เสียงกรี๊ดร้องยังดังอยู่ไม่หยุด มันเสียดแทงจิตใจของผม
นี่มันเกิดอะไรขึ้น นี่มัน…

พวกมันเป็นใคร…

แล้วพวกมันทำอะไรกับเธอ

ผมถูกจับตัวให้นั่งตรงพิงกับกำแพง ผ้าปิดตาถูกคลี่ออก เงาในกระจกเป็นภาพเลือน ๆ ของตัวผมที่ถูกมัดมือไขว้หลัง และใบหน้าที่ถูกซ้อมคิ้วแตก ความเจ็บค่อย ๆ เคลื่อนเข้าสู่สติพร่ามัว

เสียงปืนดังขึ้น 1 นัดอย่างไม่ทันตั้งตัว

ผมล้มตัวลงบนพื้นตามสัญชาตญาณ ผมมองหาเป้าหมายของพวกมัน
เธอล้มลงอยู่ที่พื้น… หันหลังให้กับผม

ชุดนอนสีขาวของเธอค่อย ๆ มีวงแดงแต้มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

ผมพยายามจะลุกขึ้นไปหาเธออย่างสุดแรง ปากผมก็กรีดร้องแต่ไร้ซึงเสียงใด ๆ ออกมา เพราะผ้าที่ยัดไว้จนแน่นปาก

ผมเห็นร่างเธอกระตุกอยู่ช้า ๆ

ผมกรีดร้องอย่างไร้เสียง กระจกบานใหญ่เบื้องหลังเธอร่วงกราว ลูกกระสุนพุ่งทะลุตัวเธอกระทบกระจกแตกเป็น 2 เสี่ยง ส่วนที่ตกกระแทกพื้นกระจายตัวเต็มพื้นที่ว่างของห้อง

ผมถูกลากตัวขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งพวกมันคนหนึ่งล็อคตัวผมทางด้านหลัง

อีกคนหนึ่งถอยออกไปยืนคุมเชิงอยู่ที่หน้าประตูห้อง ส่วนอีกคนที่เหลือเดินมาพร้อมกับปืนที่ยื่นเข้ามาจ่อศรีษะผม

ก่อนที่มันจะเข้ามาถึงตัวผมได้นั้น ผมรีบย่อตัวสุดแรงแล้วดิ้นกระโดดจนหลุดออกจากอ้อมกอดที่จับตัวผมไว้แน่น

ผมพุ่งเข้าไปหาพวกมันอีกคนที่เดินเข้ามา หมายจะเสียงตายเอาตัวพุ่งชนมันแล้วหนี

ไม่ทันที่ก้าวต่อไปจะย่างออก แรงกระแทกแรงกระแทกเข้าที่หลังหัวของผมอย่างจัง

ภาพพร่าเบอร์เหมือนกับสัญญาณถูกตัด

ค่อย ๆ สั่นไหวเหมือนกับจอทีวีที่ไร้สัญญาณ

เสียงซ่าแตกพร่าดังเข้าสู่โสตประสาทของผม…

อุปกรณ์คล้ายกับกล้องส่องทางไกลที่มีสายรัดถูกถอดออกจากศรีษะของผม สีเงินวาวของมันสะท้อนกับแสงไฟในห้องแยงเข้าตาผม จนต้องหยีตาหลบ
เสียงของพนักงานขายดังขึ้นมาจากข้าง ๆ กายผม

"เป็นยังไงบ้างครับพี่ เกม นี้ ฮิตมากเลยนะครับ ตั้งแต่ที่วางขายเมื่ออาทิตย์ที่แล้วก็ขึ้นสู่อันดับ 1 ตลอดกาล ทั้งภาพ เสียง อย่างแจ่มเลยใช่มั้ยครับพี่ ยิ่งนางเอกนะครับ คอมพิวเตอร์สร้างมาจากการโหวตหน้าตาของดาราไซเบอร์ประจำปี 2213 เลยนะครับ"

ผมยื่นมือส่งเครื่อเงเล่นสีเงินคืนแก่พนักงานขาย พลางเหลือบมองไปยังกล่องพลาสติกใสที่วางอยู่บนโต๊ะข้าง ๆ ตัวผม

"ONE SECOND" เป็นตัวหนังสือสีแดงที่ถูกแสงเลเซอร์ยิงลงไปในกล่องพลาสติกนั้น ถัดลงมาเป็นตัวหนังสือภาษาไทยเขียนเอาไว้ว่า

"หลังจากเหตุการณ์ฆาตกรรมปริศนา… คุณจะย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้บ้าง"
ผมนึกถึงเรื่องราวของ Intro เกมส์ที่พึ่งได้ลองเล่นไปเมื่อกี้

"สำหรับการบังคับนะครับพี่ พี่สามารถเชื่อมต่อการบังคับได้โดยตรงที่เครื่องเกมส์เลยนะครับ เกมส์นี้จะมีข้อดีที่ผมอยากนำเสนอกับพี่มาก ๆ เลยก็คือว่า หลังจากที่พี่จูนคลื่นสมองเข้ากับพอร์ตบังคับเรียบร้อยแล้ว พี่สามารถใส่ชื่อของตัวละคร และชื่อของพี่เองเข้าไปได้เพียงแค่คิดเลยนะครับ นอกจากนั้นหลังจากช่วงที่พี่ย้อนเวลาไปแล้วนี่ พี่สามารถเขียนเนื้อเรื่องเองได้กว้างมาก ๆ เลยนะพี่ ไม่เหมือนภาคที่แล้วที่อยู่แต่ในกรุงเทพ ภาคนี้ให้พี่เดินทางได้ทั่วประเทศเลยทีเดียว ผมอยากจะให้พี่ลองไปเล่นช่วงที่เกาะพะงันมาก ๆ ผมช.." พนักงานขายถูกตัดบทก่อนที่จะเสนอขายสินค้าเสร็จ

แล้ว… เนื้อเรื่องมันไม่ตายตัวเลยเหรอ ผมจะไปช่วยเธอได้มั้ย นางเอกน่ะ แล้วถ่าผมช่วยไม่ได้มันจะเป็นอย่างไร?

"มันเปิดกว้างครับพี่ พี่จะเลือกที่จะช่วย ไม่ช่วย หรือเข้าเป็นพวกผู้ร้ายเองยังได้ด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่าตอนจบที่ได้มามันก็จะเป็น 1 สัปดาห์ หลังเหตุการณ์การฆาตกรรมน่ะครับ ตอนจบแต่ละคนก็มีได้หลายแบบน่ะครับพี่"

ตลอดสัปดาห์ตั้งแต่เกมส์ออก ผมก็เอาแต่นั่งอ่านบทความเกี่ยวกับมันมาตลอด

ตั้งแต่ก่อนเกมส์ออกผมก็นอนฝันที่จะได้เป็นเจ้าของ ตอนที่ออกอาทิตย์แรกก็มาเบียดคนซื้อไม่ทัน

จนอาทิตย์นี้ที่ล็อตใหม่มา

พอรู้ข่าวว่าเกมส์จะมาถึงวันนี้ผมก็แทบนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน
ยิ่งหลังจากลองเล่นแล้วก็ยิ่งไม่ต้องตัดสินใจอะไรอีก

พนักงานขายกำลังจะเริ่มโฆษณาขายของอีกครั้ง ผมไม่รอช้ารีบตัดโอกาสการพูดของพนักงาน

ตกลงเอาให้พี่อันนึงละกัน…
SHARE
Writer
bangkokian
part time teenager
The greatness of art is not to find what is common but what is unique.

Comments

khaikung
6 years ago
จบแบบหัวคะมำเลยครับ ฮ่าๆ
Reply
bangkokian
6 years ago
:D