โปรดระวัง... ความสำเร็จของแต่ละคน ไม่สามารถ Copy กันได้ !!!
อย่างนึงที่ผมคิดมาเสมอ (ซึ่งอาจจะคิดแย้งกับบางท่าน) คือ...

บรรดาผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิตเป็นอย่างมาก เช่น สตีฟ จอบส์เอย บิล เกตส์เอย มาร์ก ซักเคอร์เบิร์กเอย... หรือในบ้านเรา เช่น คุณต๊อป เถ้าแก่น้อยเอย คุณตัน อิชิตันเอย

พวกเค้าเคยเข้าฟังสัมมนาปลุกใจ ปลุกพลัง ปลุกแรงบันดาลใจมาก่อนหรือไม่ ???

หรือพวกเค้าแค่ลงมือทำตามความฝัน ความเชื่อ ความชอบ... หรือแม้กระทั่งลงมือทำเพราะสถานการณ์บีบให้พวกเค้าต้องฮึดสู้มีแรงกระตุ้นให้ลงมือทำจนประสบความสำเร็จ

อย่างนึงที่เห็นได้ชัดเจนเลยคือ...

"พวกเค้าลงมือทำ เรียนรู้จากข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น ลงมือทำใหม่ ปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ลงมือทำ ลงมือทำซ้ำๆ... Trail & Error จนเก่ง จนมีประสบการณ์ จนมีผลงาน จนประสบความสำเร็จมากกว่า !!!"

เวลาส่วนใหญ่ของคนเหล่านี้ ผมเชื่อมากๆ ครับ ว่า...

"พวกเค้าเอาไปลงมือทำ ลงมือทำ และลงมือทำ พัฒนาตนเองจากประสบการณ์"

ไม่ได้ไปเข้าสัมมนา อ่านหนังสือปลุกใจ... Copy แนวคิด ความเชื่อ ความสำเร็จของคนอื่นมา แล้วมา Paste ตามแน่ๆ !!!
.
.
ทุกวันนี้... ผมเห็นเยอะมากกับธุรกิจคอร์สอบรม หนังสือปลุกใจ ให้ลาออกบ้าง ให้มาลงทุนแล้วจะรวยบ้าง ให้มาทำงานไม่ประจำบ้าง (ทำงานประจำ มันไม่มีทางรวย T T)

ซึ่งส่วนตัวผมก็ยังไม่เคยเห็น ผลงานของผู้เข้าอบรมหรือมีแรงบันดาลใจจากหนังสือเล่มนี้... จนประสบความสำเร็จอย่างชัดเจนเลยครับ

มันเลยทำให้ผมติดใจมากๆ ว่า...

"หรือบ้านเราจะเสพติดแรงบันดาลใจ ต้องลงอบรมคอร์ส อ่านหนังสือสร้างแรงบันดาลใจกันไปเรื่อยๆ ซะแล้ว คิดว่าจะ Copy ความคิด ความสำเร็จของคนอื่นมา แล้วมาทำตามง่ายๆ"

ซึ่งหากคอร์สหรือหนังสือเหล่านี้... อยู่ใน Category บันเทิงละก็ ผมจะไม่คิดแย้งหรือติดใจเลยครับ... ถือว่า "ไปฟังขำๆ อ่านสนุกๆ คลายเครียด"

แต่ความจริง มัน "ไม่ใช่"... มีผู้คนคิดและเชื่อตามนั้นเยอะมาก และนำไปผูกกับการใช้ชีวิตและการงาน กลายเป็น Mindset ของพวกเค้าไปซะแล้ว

จนเกิดค่านิยมที่ผมว่า... "แปลกๆ เพียบ"

เช่น จบมา ต้องไม่ทำงานประจำ ต้องทำธุรกิจส่วนตัว (แต่ขอเงินพ่อแม่อยู่) ชีวิตต้อง Slow Life ไปอย่างช้าๆ (แต่ขอเงินพ่อแม่อยู่) คนรวยคือ ผู้ประสบความสำเร็จ ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อให้รวยเร็วและไวที่สุด (แต่ขอเงินพ่อแม่อยู่) เป็นต้น

ถ้าเราไม่ระวัง คิดตามด้วยหลักเหตุผลให้ดีๆ... เชื่อเพราะคนพูดน่าเชื่อถือ เชื่อเพราะคนเขียนประสบความสำเร็จ เราอาจจะตกในกับดัก Copy & Paste ที่อันตรายนี้ได้ครับ !!!

เพราะผมเชื่อว่า... "ความสำเร็จของแต่ละคน ไม่สามารถ Copy กันได้... มันมักจะมีหนทางที่แตกต่างกันออกไป อยู่ที่การลงมือทำ เรียนรู้พัฒนาจากประสบการณ์ของตนเองมากกว่าครับ"
.
.
การมีแรงบันดาลใจเป็นสิ่งที่ดี อันนี้จริงๆ ในอดีตผมก็ไม่ได้ติดใจมากนัก... เพราะมันจะทำให้รู้สึกอยากทำอะไรใหม่ๆ รู้สึกฉันต้องทำอะไรสักอย่างในชีวิต

แต่ยุคนี้นะสิครับ... ที่มี "คนฉลาด" มาหากินกับคำว่า "แรงบันดาลใจ" นี้มาก จนพวกเค้าร่ำรวยเงินทอง แต่กับ "คนเรียนคนอ่าน ก็ไม่รู้สินะ"

ซึ่งหากมี Side Effects ใดๆ กับชีวิตผู้ฟังผู้อ่าน... คงไม่มีใครออกมารับผิดชอบแน่นอน !!!

พวกเค้าอาจจะรีบออกตัวด้วยซ้ำ แนวว่า...

"คุณนะโง่เอง ที่ไม่เข้าใจคนฉลาดและประสบความสำเร็จมากมายอย่างผม ผมมาสอนพวกคุณนี้ ผมถือว่า ผมทำบุญช่วยสังคมนะครับ... แต่ที่คิดคอร์สแพง ก็เพราะผมอยากสกรีนแต่คนที่ตั้งใจจริงเท่านั้นเอง 555+"
.
.
ดังนั้นผมจึงอยากให้ทุกท่าน... คิดดีๆ ก่อนจะเชื่อว่า "ความสำเร็จมันเกิดขึ้นได้ง่ายๆ จากการไปนั่งฟัง นั่งอ่าน นั่งปลุกใจ นั่ง Copy ไอเดียคนอื่นเค้ามา"

แต่ให้คิดด้วยหลักเหตุและผลเองเสมอว่า... "ความสำเร็จเกิดได้จากการลงมือทำ ลงมือทำ และลงมือทำ จนเจอหนทางที่ใช่ของเราเอง" ครับ
.
.
สุดท้ายที่ผมมาเขียนบทความนี้ซะยาวยืด...

เพราะผมเห็นน้องที่รู้จักคนนึง... เสพติดงานสัมมนาแนวปลุกใจมาก ไปลงเรียนกับโค้ชคนนั้นคนนี้เยอะมาก อ่านหนังสือแนวๆ ลาออกเยอะมาก !!!

มักอัพ Status ใน Facebook เป็นประจำว่า... เราจะต้องประสบความสำเร็จ เราจะออกจากงาน เราจะร่ำรวย เราจะไม่ยอมให้มีใครมาดูถูก ฯลฯ

ผมเห็นอย่างนี้มาสักปีกว่าๆ ได้แล้ว... แต่ก็ยังไม่เห็นทำอะไรออกมาเป็นชิ้นเป็นอัน เหมือนมีความคิดความเชื่อดี แต่ไม่ลงมือทำอะไรจริงจัง แล้วสู้ไปกับมันสักทีครับ

ซึ่งอันนี้คือ Side Effects แบบนึง... Copy แนวคิด ความเชื่อมาแล้ว แต่ไม่รู้ "จะไปยังไงต่อ"

ถึงจุดนึง น้องเค้าคงคิดได้... แต่ผมไม่รู้เหมือนกันว่า มันจะสายไปหรือไม่ !!!

หากเปลี่ยนจากที่ใช้เวลาเข้าอบรม อ่านหนังสือ อัพ Status เพ้อฝันมากๆ... มาเป็นการลงมือทำอะไรสักอย่างจริงๆ จังๆ... ผลลัพธ์ในชีวิตน่าจะออกมาดีกว่านี้เยอะครับ

***หมายเหตุ: การเข้าอบรม การอ่านหนังสือ เป็นสิ่งที่ดีนะครับ เพราะเราจะได้ความรู้ใหม่ๆ ถือว่าช่วยเปิดโลกกว้างได้... แต่ที่ผมคิดว่า "ไม่น่าถูกต้อง" คือ การเสพติดมันมากไปจนไม่รู้ตัว และคอร์สหรือหนังสือที่พร่ำสอนว่า ความสำเร็จเกิดขึ้นง่ายๆ หรือเชียร์ให้ลาออกจากงานประจำ โดยยกเคสผู้ที่ประสบความสำเร็จมา... หากผู้อ่านหรือผู้ฟังแยกแยะเหตุผลและบริบทที่แตกต่างได้ หยิบแต่ข้อคิดดีๆ ที่เหมาะสมกับผู้ฟังหรือผู้อ่านไป อัันนี้ก็ "ดี" ไป แต่ถ้า "ไม่" ล่ะครับ ใครจะรับผิดชอบชีวิตพวกเค้า

#ถึงเวลาที่ควรมีคำเตือนสำหรับหนังสือหรือคอร์สแนวนี้ในบ้านเราแล้วหรือยังครับ

Wikran M.
SHARE
Writer
Wikran
writer
ผมชอบอ่านบทความที่สนุกและได้แง่คิดครับ... และผมก็อยากถ่ายทอดบทความของผมออกไปในรูปแบบนั้นเช่นกัน ^^

Comments

scorpion_a
2 years ago
ผมว่า งานสัมมนา-งานอบรม เป็นสิ่งดี ดีกว่าต้องมาเรียนรู้หลายๆอย่างเอง แต่นั่นแหละ สัมมนาแล้วนำมาปฎิบัติ ถึงจะได้ผลจริง ไม่ว่าจะสาขาอาชีพอะไร ก็ต้องการ ประสบการณ์กันทั้งนั้น ไม่มีทางลัด
Reply
Wikran
2 years ago
เห็นด้วยครับ
Pippo
2 years ago
อูยย เอาความจริงมาพูดอีกแล้ว : p
ผมว่าผมเขียนเรื่องนี้มีเหน็บๆ พี่เล่นซัดหมัดตรงเลย ฮ่าๆๆ
Reply
Wikran
2 years ago
ผมตามหัวหน้ากิลที่เปิดช่องไว้คนับ 555+
nat_busters
2 years ago
ผมชอบประโยคนี้มากๆครับ "ความสำเร็จของแต่ละคน ไม่สามารถ Copy กันได้"

การไปฟังอบรมสัมนาและคอร์สต่างๆก็ถือเป็นสิ่งที่ดีช่วยให้มีวิธีการและเปิดโลกทัศน์ให้กว้างมากยิ่งขึ้น และจะทำให้มันประสบความสำเร็จก็ต้องลงมือทำด้วยเช่นกันครับ

ป.ล. การตระหนักรู้ตนเองก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะทำให้มีเป้าหมายชีวิตอย่างชัดเจน
Reply
Wikran
2 years ago
ใช่เลยครับ ^^
manualfocus
2 years ago
เขียนได้ดีมากครับ ชอบเลย :)
Reply
Wikran
2 years ago
ขอบคุณครับ ^^
NoNotaro129
2 years ago
ผมชอบเรื่องนี้มากครับ
Reply
Wikran
2 years ago
ขอบคุณครับ :D