14: เรียนได้ A เป็นลูกจ้าง เรียนได้ C เป็นนายคน จริงหรือ!?
เคยได้ยินประโยคนี้ไหมครับ "เรียนได้ A จบไปเป็นลูกจ้าง ขณะที่คนที่เรียนได้ C จบไปเป็นนายคน" หลายคนที่ฟังประโยคนี้ก็ต่างมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป บ้างก็ว่าจริงบ้าง บ้างก็ว่าไม่จริง

มีหลายกรณีที่มาสนับสนุนประโยคข้างต้น เช่นมีเจ้าของบริษัทิยักษ์ใหญ่มาให้สัมภาษณ์ แล้วบอกกับพวกเราว่า "ตอนเรียนผมก็เรียนไม่ได้ดีเท่าไหร่..."
อีกทั้งยังมีเรื่องของคนที่เรียนไม่จบอย่าง Bill Gate และ Steve Job เข้าไปเสริม ทำให้ประโยคนี้ดูน่าเชื่อถือเข้าไปอีก

แล้วสรุป มันจริงไหม?

ถ้าผมเป็นคนตอบ ผมก็จะตอบว่าจริงบ้าง ไม่จริงบ้าง

ในความคิดของผมนั้น คนที่จบมานั้นมีอยู่สองประเภท ประเภทแรกคือคนที่เรียนอย่างเดียว ไร้ซึ่งเป้าหมายและความฝัน กับประเภทที่สองก็คือ คนที่มีความฝันและเป้าหมาย

คนที่เรียนอย่างเดียวนั้น มีสิทธิ์ที่จะจบไปเป็นลูกจ้างมาก เพราะว่าการเรียนนั้น คือการทำตามแบบแผน ซึ่งเป็นแบบแผนที่มีคนออกแบบไว้ให้อยู่แล้ว ผู้เรียนก็แค่เรียนตามแบบแผนนั้น
การเรียนตามแบบแผนไม่ใช่เรื่องง่ายก็จริง แต่เราไม่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆอะไรมาก เรามีหัวข้ออยู่แล้ว เราแค่ต้องศึกษามัน สิ่งที่เองที่เป็นกับดักทางการศึกษา การที่เราทำตามแบบแผน รอให้มีคนมาบอกว่าเราต้องทำอะไร แล้วก็กลายเป็นว่าเรายึดติดกับความสบายของการที่เราไม่ต้องทำอะไรใหม่ๆ ทำให้ผู้ที่เรียนอย่างไร้เป้าหมาย เรียนเพื่อให้จบนั้น มีแนวโน้มสูงที่จะจบไปเป็นลูกจ้างเขา

คนประเภทที่สองนั้น เนื่องจากเขามีเป้าหมาย เขามีความฝันของเขา เขาจะไม่ยึดติดกับการศึกษามากเท่ากับคนประเภทแรก คนประเภทที่สองจะรู้ดีว่าเราควรทำอะไร อย่างไร แล้วเขาจะทุ่มเทให้กับเป้าหมายของเขา คนประเภทนี้จะเป็นคนที่กล้าฉีกกฏของการศึกษา กล้าที่จะลาเรียนบางคาบ เพื่อที่จะเข้าร่วมกิจกรรมที่เขาคิดว่าสำคัญกับตัวของเขามากกว่า หรือในบางครั้ง เขากล้าที่จะเอาเวลาแทนที่จะอ่านหนังสืออย่างเดียวเพื่อเก็บเกรด เขาเอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่ตรงกับเป้าหมายของเขาได้ดีกว่า คนประเภทนี้ มีแนวโน้มจะจบไปเป็นทั้งนายคน และลูกจ้าง แต่เป็นลูกจ้างที่สามารถไต่เต้าไปได้สูงกว่าคนประเภทแรก

คนทั้งสองประเภทนั้น มีแนวโน้มที่จะมีเกรดตั้งแต่ A - F ครับ

สิ่งที่จะตัดสินเรานั้น ไม่ใช่ระบบการศึกษา ไม่ใช่เกรด และไม่ใช่ใครอื่น

แต่เป็นตัวเราเอง ที่จะกำหนดอนาคตตัวเอง หากในตอนนี้เรายังไม่สามารถหาเป้าหมายในชีวิตได้ สิ่งที่เราทำได้คือการลองทำทุกอย่าง หากคุณอายุยังน้อย อย่ากลัวที่จะลองทำ อย่ากลัวที่จะสูญเสียเงินจำนวนนึงไป อย่ากลัวที่จะเสียเวลา เพราะถ้าหากคุณยังไม่รีบที่จะหาอนาคต เป้าหมาย และความฝันของคุณนั้น คุณจะเสียเวลา และทรัพย์มากกว่าตอนนี้

เรียนอย่างมีเป้าหมาย ตั้งความฝัน กล้าที่จะลองสิ่งใหม่ๆ มั่นใจในตัวเอง และจงมีความสุขกับชีวิตของคุณ

เพียงแค่นี้ ก็ไม่สามารถมีใครหรืออะไรมาตัดสินคุณได้อีก
SHARE
Writer
CloudStory
Developer
Having a curiosity, The little boy decide to find out the answer.

Comments