นักวิ่งทางใจ (2) : การต่อสู้ของนักวิ่ง
ได้นั่งคุยกับเพื่อนคนหนึ่งเรื่องของการซ้อมวิ่ง ผมบ่นกับเพื่อนว่า ไม่รู้ว่าต่อไปจะมีเวลาซ้อมวิ่งไหม เหมือนชีวิตจะมีเหตุการณ์ให้ต้องอุทิศกาย อุทิศเวลารออยู่ข้างหน้า

การซ้อมวิ่งในทุกเช้า เป็นทางเลือกเดียวที่ผมสามารถกระทำได้ นอกนั้นดูเหมือนจะไม่ว่างเลย ตารางเวลาถูกบรรจุไว้ด้วยกิจกรรมหลายอย่าง ทำงานจากเช้า เลิกงานก็มืดค่ำ ไม่ต้องคิดไปถึงว่า เราจะต้องมีเวลาให้กับคนรอบข้างอีกหลายคน คนที่เรารู้สึกดีๆ ด้วย มิตรสหายที่ต้องพบปะ สนทนา เฮฮาตามประสาผู้ชาย

เรื่องซ้อมวิ่งก็สำคัญ เรื่องอื่นก็สำคัญ การรักษาสมดุลของแต่ละสิ่งอย่างให้เท่าเทียมเป็นเรื่องจำเป็น การจัดการชีวิตจึงเป็นเรื่องสำคัญลำดับต้นๆ สำหรับผู้ที่อยากจะวิ่งมาราธอน

เพื่อนบอกผมว่า หากไม่ค่อยมีเวลาซ้อมจริงๆ หรือซ้อมได้อาทิตย์ละไม่กี่วัน ก็ต้องทำให้แต่ละวันนั้นเป็นการซ้อมที่มีประสิทธิภาพที่สุด ต้องมีวินัย ไม่เหยาะแหยะ เป็นไปได้เมื่อว่างแล้วก็อย่าผัดวันประกันพรุ่ง

การวิ่งมันเป็นการบริหารจัดการ การโอนอ่อนผ่อนปรน รวมไปถึงการต่อสู้ห้ำหั่นอย่างถึงพริกถึงขิง

ผมเองก็เคยบอกเพื่อนหลายๆ คนที่จะมาวิ่งว่า การวิ่งเป็นการต่อสู้ชนิดหนึ่ง

การต่อสู้แรกมันเริ่มตั้งแต่บนเตียงนอน

ใครที่นิยมวิ่งในยามเช้าย่อมรู้ว่า บางวันที่เราเหนื่อยล้าจากงาน ตรากตรำจนดึกดื่น แล้วต้องตื่นมาวิ่งในยามเช้านั้นเป็นเรื่องอ่อนล้า และแทบจะไม่อยากพาร่างออกจากที่นอนแสนนุ่มสบาย พูดง่ายๆ ว่า ตื่นมาแล้ว เพียงแค่คิดว่าจะต้องใช้เวลาในสนามวิ่งใจมันก็ห่อเหี่ยวทดท้อไปหมด

ผมไม่รู้ว่าคนอื่นๆ เป็นอย่างไร แต่ผมเองนั้น บางเช้าก็พะอืดพะอม พยายามเหลือเกินกับการตื่นมาวิ่งตามที่ตั้งเป้า หลายครั้งก็มีอาการงัวเงีย ต้องลุกขึ้นมาตั้งสติ พินิจพิจารณา และหาเหตุผลเพื่อดึงตัวเองออกจากภวังค์ของความอยาก ความขี้เกียจ ความง่วงเหงาหาวนอน

มันเป็นการต่อสู้ล้วนๆ เป็นการชักแม่น้ำทั้งห้ามาเพื่อโน้มน้าวตัวเอง

ลองคิดดูว่า สภาพของคนนอนเที่ยงคืน แต่ต้องตื่นตีห้า และหอบร่างอ่อนเพลียโยกโยนย่างก้าวไปบนลู่วิ่ง กระย่องกระแย่ง เหยียบย่างไปอย่างเชื่องช้า กว่าฝีเท้าจะเข้าที่เข้าทางก็เล่นเอาเหงื่อตกกีบ

หลายครั้งเหมือนกันที่ผมคิดจะออกวิ่งในช่วงเย็น การวิ่งในช่วงเย็นมีข้อดีคือ ระยะเวลามันไม่บีบรัด หรือคะยั้นคะยอให้ต้องเร่งรีบ

ผมพยายามจะจัดเวลาให้เป็นดังใจคิดเหมือนกัน แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ บางสิ่งบางอย่าง เราไม่สามารถดัดแปลง แก้ไข หรือทำให้เป็นดังใจเราได้จริงๆ เราทำได้เพียงปล่อยให้มันเป็นไป และเราก็กลับมามองย้อนดูตัวเราว่า เราจะต้องทำอย่างไร ชีวิตของเราจึงจะเข้ากับธรรมชาติและบทบาทหน้าที่ที่ตัวเองเป็นอยู่

เป็นการโอนอ่อนผ่อนปรน เป็นการทำความเข้าใจ ทั้งต่อตัวเองและสิ่งรอบข้าง

เมื่อเลือกจะวิ่ง เราก็ต้องเข้าใจว่า เราเลือกแล้วที่จะแลก ไม่มีใครรู้หรอกว่ามันมีความหมายอย่างไรบ้าง หากว่าเท้าของเขาไม่เคยสัมผัสเส้นชัยในสนาม การซ้อมอย่างหนักหน่วงเพื่อจะมาวิ่ง บางคนก็ไม่เข้าใจ จะทรมานตัวเองไปทำไม มีเหตุผลอะไรที่ต้องตื่นเช้าตรู่ เพื่อไปใช้ชีวิตในสนาม

ผมผ่านคำถามเหล่านี้มาหมดแล้ว และก็คร้านที่จะอธิบายให้ใครเข้าใจ เพราะเมื่ออธิบายคราวใด ใครก็บอกว่าคำตอบนั้นดูดีและอุดมคติเกินไป แค่บอกว่า ผมต้องการพิสูจน์ตัวเอง ผมต้องการยืนยันบางอย่างกับชีวิต หลายคนได้ยินได้ฟังก็เบ้ปาก

เอาจริงๆ นะ ผมไม่คิดว่าคำตอบมันดูสูงส่งหรือดูยิ่งใหญ่อะไรเลย

ผมแค่ต้องการหาคำตอบให้กับตัวเองเท่านั้น เพียงแต่วิถีของการวิ่ง มันเป็นรูปแบบที่มารองรับทำให้เข้าถึงคำตอบ

ผมเชื่อว่ามนุษย์มีศักยภาพหลายอย่าง มนุษย์ทำอะไรได้หลายอย่าง อยู่ที่การฝึกฝน และบางทีก็การฝึกฝืน

นักวิ่งเช่นผม ฝืนที่จะตื่นเช้าตรู่ ออกวิ่ง คิดฝันว่าวันหนึ่งจะสามารถก้าวผ่านเส้นชัยในหัวใจได้ เส้นชัยที่ตัวเองขีดวาด เพราะฉะนั้น ในทุกเช้า ผมจึงต้องต่อสู้กับตัวเองรอบแล้วรอบเล่า ยันกายลุกขึ้นมา สะบัดเนื้อสะบัดตัวเตรียมพร้อม ล้างหน้าล้างตาเรียกสติ หยิบรองเท้าวิ่งมาสวม ระหว่างนั้นก็บอกตัวเองว่า “วันนี้ต้องวิ่งให้ถึง”

นั่นแหละ กว่าจะพาตัวเองออกมาวิ่งในแต่ละเช้าได้นั้น บางทีก็ดูยุ่งยากราวกับประกอบพิธีกรรมอะไรสักอย่าง จะว่าสนุกก็สนุก จะว่าน่าเบื่อก็คลับคล้ายคลับคลา

ผมเคยจับรองเท้าเดินวนรอบห้องหลายรอบ เหนื่อยล้า อ่อนเพลีย ตัดสินใจว่า จะงดซ้อมดีไหมในเช้าที่อ่อนล้าอย่างนี้ ความคิดตีกันสับสนวุ่นวาย

สถานการณ์แบบนี้นี่แหละ ที่ต้องเรียกพลัง สร้างคำพูดมากระตุ้นและให้กำลังใจตัวเอง

ฉะนั้นแล้ว สนามแรกของนักวิ่งอย่างผมคือบนเตียงนอน และผมยืนยันว่านี่การต่อสู้ชนิดหนึ่ง

ลำพังแค่ตื่นมาวิ่งในตอนเช้าไม่ได้ ก็ไม่ต้องคิดไปถึงสนามต่อสู้ที่ใหญ่กว่านี้ หรือจริงกว่านี้ อย่างเช่นมาราธอน

มองมุมไหน มันก็ยากเหลือเกินที่เราจะชนะได้ในสนามแห่งนั้น

.........................
10 กรกฎาคม 2558
SHARE
Writer
Mingmanuschon
WRITER
-นักเดินทางใจ-

Comments