นักวิ่งทางใจ (1) : ปฐมบท
ราวกับว่าฝนไม่อนุญาตให้ผมออกวิ่ง สองวันแล้วที่มันพรำลงมาในยามเช้า ผมรู้สึกตัวตามความเคยชินเหมือนเช่นทุกวัน เดินวนไปมารอบห้อง ใจคิดถึงลู่วิ่งในสนาม คิดถึงอารมณ์ในตอนที่สองขาค่อยๆ ก้าวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ

ในยามเช้าอย่างนี้ ผมควรได้ออกวิ่งเงียบๆ อยู่ในที่โล่งๆ ได้สนทนากับตัวเอง ทบทวนเรื่องราวในแต่ละวันที่ผ่านพ้นไป

ฝนข้างนอกยังโปรยปรายไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ผมจ้องมองรองเท้าวิ่ง ได้แต่ปลงๆ ไปตามสถานการณ์ อยู่กับเหตุและผลที่พึงเป็น เมื่อธรรมชาติไม่ยอมอ่อนข้อหรือรามือ ผมก็ต้องสยบให้กับสายฝนแต่โดยดี

ได้แต่หวังว่าในเช้าวันต่อๆ มาฝนคงหยุด และปล่อยให้ผมออกไปวิ่งอย่างเช่นที่เคยเป็นมา

กิจวัตรประจำวัน ผมต้องซ้อมวิ่งอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยก็วันละไม่ต่ำกว่า 10 กิโลฯ ความถือดีหรือกล้าบ้าบิ่นอย่างไรไม่ทราบได้ ผมอาจหาญลงสมัครมาราธอนเอาไว้ ทำให้ผมต้องเคร่งครัด เข้มงวดกับตัวเอง ต้องตื่นแต่เช้า ต้องงดกิจกรรมสังสรรค์ในยามค่ำ ใจจดใจจ่ออยู่กับมาราธอนแรกของชีวิต รื้อตารางเวลามาจัดใหม่ ชีวิตผมเปลี่ยนไปทั้งหมด เพียงเพราะผมเลือกที่จะวิ่ง อยากพิสูจน์ตัวเอง

ผมเลือกแล้วที่จะแลกกับอะไรหลายๆ อย่าง บนวิถีของสองขาของตัวเอง ผมคิดว่ามันมีอะไรให้ผมค้นหาอีกมาก และยังท้าทายให้เผชิญ

ระยะทาง 42.125 กิโลเมตร สำหรับสองขาที่ต้องพาตัวเองก้าวผ่าน ดูท่าจะหฤโหดและแสบสันต์เอาการ นักวิ่งที่ไม่เคยผ่านมาราธอนอย่างเช่นผม ลึกๆ ก็หวาดก็หวั่นเหมือนกัน จะแกร่งขนาดไหนถึงจะผ่านไปได้ จะฟิตขนาดไหนถึงจะวิ่งรวดเดียวโดยไม่ต้องเดินเลย จะรักษาตัวรักษาตนอย่างไรไม่ให้เพลี่ยงพล้ำเมื่อต้องอยู่ในสนาม การผ่านฮาล์ฟมาราธอนสองครั้งไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันหรือการันตีอะไรมากมายนัก เมื่อการวิ่งมันคือการซ้อมอย่างหนักหน่วง เป็นประจำสม่ำเสมอ และงัดเอาหัวใจห้องที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาวัดกัน ทุกครั้งที่หวาดหวั่น ผมจะบอกตัวเองเสมอว่า จงวิ่งเถิด วิ่งในวันนี้ วิ่งในยามที่ยังหนุ่มยังแน่น ถ้าไม่วิ่งวันนี้แล้วจะวิ่งเมื่อไหร่ ถ้าไม่กล้าก้าวแล้วเมื่อไหร่จะไปถึง

กำลังใจเป็นเรื่องสำคัญของนักวิ่ง ถึงกับมีคำพูดที่ว่า “ถ้าวิ่งไม่ไหว ให้ใช้ใจวิ่ง” นักวิ่งหลายคนก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน หลายสนามผมเองก็ต้องงัดเอาใจออกมาช่วย ยิ่งในช่วงแรกๆ ที่เริ่มวิ่ง เพียงแค่ระยะมินิมาราธอน ก็เล่นเอาหอบเหนื่อย หน้ามืด ปวดเกร็งไปทั้งตัว

10.5 กิโลฯ สำหรับนักวิ่งแรกเกิด เป็นงานหินและท้าทายว่าจะไปถึงเส้นชัยในสภาพไหน

ในการวิ่งช่วงแรกๆ ผมสะบักสะบอมมากมาย แต่เมื่อวิ่งต่อเนื่องมาสักระยะ หมั่นซ้อม หมั่นศึกษา รู้จังหวะของตัวเอง ไม่รีบร้อนแข่งกับใคร ไม่เร่งรีบเกินไป ค่อยๆ ดูเท้าของตัวเองเคลื่อนไปข้างหน้า กำหนดการก้าว ผมถึงบรรลุว่า ตัวเองไม่ได้วิ่งแข่งกับใครเลย ไม่ได้วิ่งแข่งกับเวลา ไม่ทะเยอะทะยานว่าต้องทำเวลาเท่านั้นเท่านี้ วิ่งเงียบๆ อย่างสงบ พูดคุยกับตัวเอง มีเป้าหมายตรงเส้นชัย เป็นความภาคภูมิใจส่วนตัว เก็บความรู้สึกดีๆ เพื่อบอกกับใครสักคนว่าเราทำได้ ขอให้เขามั่นใจในตัวเรา

อีกราวสองเดือน มาราธาธอนแรกรอผมอยู่ข้างหน้า ผมไม่มีแผนการซ้อมอะไรที่เป็นกิจจะลักษณะ เพียงแต่กำหนดให้ตัวเองวิ่งวันละ 10.5 กิโลฯ ในวันจันทร์ถึงศุกร์ ส่วนในวันหยุด ผมจะเลือกวันใดวันหนึ่งเป็นวันสำหรับการวิ่งยาว วิ่งให้ได้ยะยะทางมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนวันที่เหลือมันน่าจะเป็นวันพักผ่อน

ไม่รู้ว่าตารางในการซ้อมของผมจะถูกต้องหรือไม่อย่างไร หากแต่มันก็เป็นความเคยชินเสียแล้ว เป็นการยืนระยะ และเชื่อในวิถีของตัวเองว่าการซ้อมในลักษณะนี้มันน่าจะทำให้ผ่านมาราธอนแรกได้

บางทีผมก็เคยถามตัวเองเหมือนกันว่า ทำไมต้องลงทุน ต้องเสียเวลา ออกไปวิ่ง เสียแรงทำไมให้มากมาย นอนอยู่บนที่นอนสบายๆ นุ่มๆ ไม่ดีกว่าเหรอ

กับคำถามเหล่านี้ หลายครั้งผมก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร หรืออธิบายกับใครให้มาเข้าใจ อีกทั้งผมไม่เรียกร้องให้ใครเห็นว่าสิ่งที่ผมทำอยู่นั้นดีงามเลิศเลออะไร

ผมเพียงแต่มีคำถามที่ต้องการคำตอบให้ตัวเอง และมีบางสิ่งบางอย่างที่ผมต้องการพิสูจน์

คนอื่นอาจจะมีหนทางในการพิสูจน์ตัวเองรูปแบบอื่น ซึ่งเราต่างก็เดินไปหาผลลัพธ์เหมือนๆ กัน

เพียงแต่ผมเลือกวิถีของการวิ่ง เพื่อยืนยันสิ่งเหล่านี้กับตัวเองเท่านั้น
........................
9 กรกฎาคม 2558
SHARE
Writer
Mingmanuschon
WRITER
-นักเดินทางใจ-

Comments

Kitoten
6 years ago
ถือว่าซ้อมเยอะมากนะครับ วันละ 10.5 กิโล ผมลงรายการมินิมาหลายปี จนเพิ่งจะได้กำลังใจลองลงมาราธอนต้นปีนี้เอง มันก็ไม่ได้ง่ายและไม่ยากกว่าที่คิดไว้นะ ทุกคนวิ่งช้ามากกกก ช้ายังกะมาจ้อกกิ้งสวนลุมกันตอนเช้า 10 กิโลสุดท้ายมันสุดยอดมากเพราะต้องอาศัยกำลังใจมหาศาล คุณซ้อมเยอะผมว่าทำได้สบายแน่นอน
Reply
Koong_vet
6 years ago
เอาใจช่วยนะครับ ว่าจะลงฮาล์ฟครั้งแรกเดือนหน้า ไม่รู้จะไหวไหม
Reply
Koong_vet
6 years ago
เอาใจช่วยนะครับ ว่าจะลงฮาล์ฟเดือนหน้าเป็นครั้งแรก ไม่รู้จะไหวหรือเปล่า
Reply