12: ตอนเด็กๆชอบมองท้องฟ้า
ตอนเป็นเด็กผมชอบมองขึ้นไปบนฟ้า ตอนเช้าและตอนเย็น ถึงแม้ว่าอยากจะมองท้องฟ้าตอนกลางวันมากขนาดไหน ก็ยังไม่อยากตาบอด มองแค่ตอนเช้ากับตอนเย็นนั่นแหล่ะดีแล้ว

พอโตขึ้นเรียนรู้อะไรเยอะขึ้น ผมลืมความรู้สึกนี้ไปแล้ว พอกลับมาคิดถึงเรื่องตอนเด็กก็อดที่จะถามไม่ได้ว่า ท้องฟ้ามันมีอะไรน่ามอง ว่างๆเปล่าๆมีดวงดาวที่โดนแสงสว่างจากดวงอาทิตย์กลบเกลื่อน มีพระจันทร์คอยขับไล่พระอาทิตย์ "ชิวๆไปซะ" พระจันทร์บอกกับพระอาทิตย์ ด้วยพลังบางอย่างพระอาทิตย์ผู้มีพลังแกร่งกล้าที่สามารถปล่อยความร้อน UV แผดเผาผิวเราให้ไหม้เกรียม ฉ่าๆๆ พลังของพระอาทิตย์แข็งแกร่งมากขึ้นทุกปีๆ จนปีนี้พลังทำลายล้างของพระอาทิตย์รุนแรงถึงขั้นทำให้มนุษย์ตัวน้อยอย่างเราๆยอมสยบอยู่ในบ้านหรือที่ทำงาน บางคนก็ไปหลบอยู่ในห้าง "ไม่ซื้ออะไรหรอก ตากแอร์เฉยๆ" พอกลับบ้านเท่านั้นหล่ะ ของเต็มมือเลย

พระจันทร์เป็นสัญลักษณ์ที่สื่อความหมายในด้านความสวยงาม มีบริวารดาวล้อมรอบมากมาย ดูแล้วพระจันทร์น่าจะมีความสุขดีอยู่บนนั้น แต่ถ้าวันไหนพระจันทร์ปล่อยแสงเจิดจรัสมากเกินไปละก็ บริวารดาวที่เคยล้อมรอบก็หายลับไป คงเหลือแต่ดาวเหนือที่ยังคงปล่อยแสงออกมาอยู่ข้างๆพระจันทร์เสมอ แต่ดาวเหนือเนี่ยมันเล็กมากเลยนะ พระจันทร์จะเห็นไหมหนอว่ายังคงเหลือดาวดวงเล็กๆนี้อยู่แม้ยามที่พระจันทร์จะไม่เหลือใคร เอ... ไม่แน่นะ อาจจะเป็นดาวเหนือเองที่คอยกระซิบบอกพระจันทร์เบาๆว่า "เธอสว่างเกินไปแล้วนะ ดาวดวงอื่นหายหมดแล้ว" เพราะวันต่อมา พระจันทร์ก็ค่อยๆลดความสว่างลง จนสุดท้ายมันก็ได้อยู่ร่วมกับดาวดวงอื่นๆเหมือนเดิม จากนั้นพระจันทร์ก็กลับมาสองแสงสว่างจ้าอีกครั้ง วนไปมาแบบนี้เรื่อยๆ

เมื่อพระจันทร์เหนื่อยล้าแล้วก็จะเรียกพระอาทิตย์ขึ้นมา แสดงความแข็งแกร่งให้มนุษย์ตัวจ้อยต่อไป

นอกจากพระอาทิตย์กับพระจันทร์แล้ว ยังมีก้อนเมฆอีกด้วย ก้อนเมฆเหล่านี้อยู่บนฟ้า มีรูปร่างต่างๆนาๆมากมาย ตอนเด็กๆ พอผมบอกเพื่อนไป "เห้ย นั้นรูปหมี"พร้อมกับชี้นิ้วให้ดู เพื่อนมันก็ตอบกลับมาว่า "ไหนหมี นั้นมันหนูชัดๆ นั้นไงหางและก้หัว" พร้อมกับชี้นิ้ว ทำท่าวาดๆให้ผมดู หนูยังไง มีชัดๆผมคิดในใจ

เย็นวันนี้ผมก็ลองมองดูท้องฟ้าเหมือนเดิน

เมฆรูปกระต่ายกำลังลอยไปอยู่บนฟ้า ก้อนข้างๆเป็นรูปขนมปังครัวซอง ลอยชนกับก้อนเมฆรูปกระต่าย พอมันลอยไปซักพัก ก็สัมผัสได้ถึงความเกรี้ยวกราด พระอาทิตย์เริ่มหายไปแล้ว ก็พระจันทร์ยังไม่มา พระอาทิตย์โดนก้อนเมฆบดบังนั้นเอง ไม่ใช่เมฆธรรมดาด้วย เป็นเมฆสีดำดูท่าทางจะมาต่อกรกับพระอาทิตย์ คงเตรียมตัวมาอย่างดี สายลมที่แรง แสงแดดที่หาย หยดน้ำเริ่มโปรยปราย

ฝนตก!

ซ่า ซ่า ฟ่าววว... เสียงสายฝน กับต้นไม้ที่สบัดพัดไปตามสายลมที่แรง

ฝนหายไปแล้ว พระอาทิตย์กลับมาเด่นสง่าอีกครั้ง ดูเหมือนว่าพระอาทิตย์จะเป็นฝ่ายชนะ พร้อมกับสายรุ้งเป็นคำขอโทษสำหรับมนุษย์ตัวจ้อยที่รับผลจากศึกครั้งนี้ไปด้วย

นี่ก็คงบอกได้แล้วหล่ะครับว่าทำไมตอนเด็กผมถึงชอบมองท้องฟ้า
เพราะมันเต็มไปด้วยจินตนาการที่ไม่มีวันสิ้นสุด
มันคือความสนุกที่สร้างได้ จากความคิดสร้างสรรค์ของเรา
ลองเล่าเรื่องราวจากท้องฟ้าของคุณดูสิครับ ถ้าเล่าแล้วมาบอกผมด้วยนะ :)
SHARE
Written in this book
Life of CloudStory
เรื่องราวของต่างๆที่ผมเอง ได้ประสบพบเจอ อาจจะเป็นความคิดในหัวของผม หรือเป็นสิ่งที่ผมอยากจะแบ่งปันให้คนอื่นได้อ่านกัน ติดตามกันได้นะครับ :D
Writer
CloudStory
Developer
Having a curiosity, The little boy decide to find out the answer.

Comments

Mediary
6 years ago
ทุกครั้งที่เราวิ่งออกกำลังกายเราก็จะชอบเงยหน้ามองท้องฟ้าเวลาเราวิ่ง อยู่ๆก็มีพลังมากกว่าเดิม
Reply
CloudStory
6 years ago
พระอาทิตย์อาจจะให้กำลังใจอยู่ห่างๆก็ได้ครับ :D