09: ปลา เต่า มูลสุนัข
ช่วงนี้บรรยากาศเริ่มเป็นใจกับเรามากขึ้น เช้าอากาศดี บ่ายไม่ร้อนเกินไป ตกดึกฝนตกเย็นสบาย
แต่ถึงอากาศจะจะสดใสแค่ไหน ผมก็ได้แต่มองออกนอกหน้าต่างแล้วรีบทำงานของตัวเองต่อไป

บอกได้เลยว่าการที่เราต้องแข่งขันกับคนเกือยแสนหรือมากกว่าในสายงานเดียวกันนั้นเหนื่อยมากครับ ผมไม่รู้่าพรุ่งนี้ความสามารถเราจะเพิ่มหรือลดจากจุดที่ผมมีอยู่เท่าไหร่ อีกอย่าง การที่เรารีบทำอะไรซักอย่างนั้นไม่ใช่ว่าจะดีเสมอไปนะครับ การที่เรารีบทำอะไรซักอย่างอาจจะทำให้เราพลาดจุดสำคัญบางอย่างไปและเมื่อมันสะสมขึ้นไปเรื่อยๆ มันอาจจะกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่ขวางทางไปข้างหน้าเราก็ได้

ด้วยความเหนื่อยล้าจากการทำงาน ช่วงเย็นผมเลยหยิบโรงเท้าคู่ใจออกไปวิ่งในบริเวณหมู่บ้าน พร้อมแม่และน้องสาวอายุเกือบ 2 ขวบขี่จักรยานตามไป น้องสาวผมเริ่มงอแงอยากให้อาหารปลา แม่ของผมเลยพาขี่ไปที่ร้านขายของชำในหมู่บ้านซึ่งที่นี่มีครบเกือบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นน้ำเปล่า เครื่องดื่มสำเร็จรูป ขนมปัง จนกระทั่งผักและเครื่องทำต้มยำต่างๆ ผมจัดการซื้อขนมปังหัวกระโหลกราคา20บาทแล้วมุ่งหน้าไปยังสวนสาธารณะ

สวนสาธารณะนี้ตั้งอยู่บริเวณใจกลางหมู่บ้าน มันเป็นสวนขนาดใหญ่มีต้นไม้ใบหญ้าพริ้วไหวตามสายลม ตรงกลางมีสระน้ำขนาดกลางๆบริเวณตรงช่วงกลางมีสะพานไม้ข้ามไปยังอีกฝั่ง

อากาศตอนเย็นค่อนข้างดีถึงดีมาก บริเวณที่ผมไปให้อาหารปลากับน้องมีโต๊ะอยู่ตัวนึง มีคุณลุงเปิดเพลงจีนคลอเบาๆ นั่งพักผ่อนอย่างสบายใจ มีคนมาให้อาหารปลาก่อนผมแล้วสองสามคน ฝูงปลากำลังเอร็ดอร่อยกับขนมปังหัวกะโหลกที่ซื้อมาเหมือนกับผม ตรงบริเวณขอบสระมีเก้าอี้ไม้สีขาวว่างอยู่ แม่ก็จับมือน้องเดินไปนั่งเก้าอี้ที่ว่า ส่วนผมยื่นอยู่ข้างๆแล้วจัดการแกะห่อขนมปังจากนั้นก็ฉีกบางส่วนให้น้อง น้องผมยิ้มน้อยยิ้มใหญ่พร้อมเสียงหัวเราะดังคึกคัก แค่ได้เห็นเด็กตัวน้อยๆไร้เดียงสายิ้มและหัวเราะ ผมก็ลืมความเหนื่อยที่ผ่านมาตลอดทั้งวัน

ผมเคยมาให้อาหารปลาที่สระนี้หลายครั้งฝูงปลาก็ยังดูหนาแน่นเท่าเดิม ปลาที่ผมรู้จักนั้นมีแค่ปลาดุกส่วนที่เหลือนั้นผมไม่เคยจำชื่อได้เลยว่ามีปลาอะไรบ้าง ทุกครั้งที่ผมโยนขนมปังลงไป ฝูงปลาเหล่านี้ก็จะมากระโจนเข้าสู้กันเพื่อแย่งชิงเศษขนมปังจนหายไปอย่างรวดเร็ว มีครั้งนึงที่ผมลองโยนขนมปังก้อนใหญ่ลงไป ฝูงปลาก็แห่เข้ามาแย่งกินขนมปังกันอย่างดุเดือด น้ำกระเด็นไปทั่วทุกสารทิศ การต่อสู้หยุดลง น้ำเริ่มนิ่ง ส่วนขนมปังก็อันตรธานหายไปราวกับว่ามันไม่เคยถูกโยนเข้าไป

ในสระไม่ได้มีแต่ฝูงปลาเท่านั้น มันยังมีกลุ่มของเต่าจำนวนสองสามตัวรวมอยู่ด้วย ทุกครั้งที่มีการให้อาหาร ฝูงเต่าเหล่านี้ก็จะพยายามว่ายจากกลางมายังขอบสระ ด้วยความที่มันว่ายช้า ทำให้มันไม่สามารถแย่งเศษขนมปังจากฝูงปลาเหล่านี้ได้ มันก็เลยอดกินไปซะเสียส่วนใหญ่

ผ่านมา 5 ปีแล้วกลุ่มของเต่าก็ไม่เคยที่จะลดละความพยายามที่จะเข้ามาแย่งเศษขนมปังจากปลาแต่อย่างใด มันยังคงว่ายเข้ามาอยู่เรื่อยๆถึงแม้บางครั้งความพยายามของมันก็สำเร็จ แต่ก็น้อยมาก

แต่ความพยายามของเต่าก็ใช่จะไร้ผลซะทีเดียว คนส่วนใหญ่ที่มาให้อาหารปลานั้นมักจะเตรียมของไว้ให้เจ้าเต่าด้วยเช่นผักบุ้ง เศษขนมปัง ทุกครั้งที่เจ้าเต่าว่ายเข้ามาที่ขอบสระก็จะมีของที่เตรียมไว้ให้เจ้าเต่าได้กินอย่างเอร็ดอร่อยอยู่กลุ่มเดียวซึ่งดูเหมือนว่ามันก็มีความสุขมากทีเดียว

พูดถึงสวนสาธารณะในหมู่บ้าน ก็คงจะเลี่ยงไม่ได้ที่จะพบมูลสุนัขตามพื้นหญ้า ซึ่งดูแล้วน่ารำคาญใจไม่ใช่น้อย อีกทั้งบางทียังพบตามขอบสระซึ่งพาลไม่อยู่อยากให้อาหารปลาในวันนั้นๆ

ลองมานึกดูแล้วสภาพแวดล้อมให้สวนสาธารณะแห่งนี้ก็เหมือนกับโลกที่เราอาศัยอยู่ โลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขันกันเพื่อให้ได้งาน แย่งชิงกันราวกับว่าแค่1นาทีก็สามารถตัดสินอนาคตได้ว่าจะเป็นเช่นไร ซึ่งว่าไปมันก็เหมือนกับปลา ที่สู้กันเพื่อแย่งเศษขนมปังทุกครั้ง ซึ่งบางคนก็อาจจะมีความสุขที่ได้แข็งขันกัน แต่บางคนอาจจะเหนื่อล้าที่จะแข็งขั้นกันแบบนี้

ผมคิดว่าบางทีการใช้ชีวิตตามจังหวะของเราเอง จัดสรรชีวิตเราให้พอดี สุขบ้าง เหนื่อยบ้าง ไม่ต้องไล่ตามตอนอื่น บางทีมันอาจจะดูช้าไปบ้างเราก็อย่าไปท้อถอย ให้เราพยายามต่อไป เหมือนกับเต่าที่ไม่ว่ามันจะพลาดเศษขนมปังไปเยอะขนาดไหน มันก็ยังพยายามที่จะว่ายเข้ามา จนสุดท้ายแล้วมันก็ได้กินอาหารที่เตรียมไว้ให้มันอย่างพิเศษ ตัวเราก็เช่นกัน เมื่อเราวางเป้าหมายไว้แล้วเราก็พยายามสุดความสามารถ ไม่ย่อท้อ แล้วสุดท้ายแล้วโอกาศจะมาถึงเราเอง

ผมว่าผู้อ่านคงเดาได้นะครับว่ามูลสุนัขคือคนจำวพวกไหน

เมื่อเสร็จสิ้นภาระกิจให้อาหารปลาเสร็จแล้วผมก็คิดว่าการใช้ชีวิตอย่างเต่าก็ไม่เลวนะครับ :)
SHARE
Writer
CloudStory
Developer
Having a curiosity, The little boy decide to find out the answer.

Comments