07:เมื่อผมได้ไป A Trip to Jeremyville
เมื่อวันก่อน เพื่อนผมได้พาผมไปงานนิทรรศการศิลปะที่ Central World
เนื่องจากผมก็ว่างและไม่มีอะไรทำ จึงตามเพื่อนผมไป

สำหรับผม เมื่อพูดถึงงานนิทรรศการศิลปะ
ผมมันจะนึกถึง ลานกว้างๆ จัดแสดงผลงานมากมาย
แต่พอได้ไปถึงจริงๆแล้ว กลับกลายเป็นว่ามันเล็กมาก เรียกได้ว่าแค่คุณกวาดสายตามองครั้งเดียวก็ทั่วงานแล้ว

งานนิทรรศการศิลปะที่ว่านี่คือ A Trip to Jeremyville

งานนี่จัดอยู่ตรงทางเชื่อมเล็กๆ ระหว่างโซนที่เป็นห้างสรรพสินค้ากับโซนของออฟฟิต
ซึ่งสองข้างทางนั้นเป็นผนังที่เต็มไปด้วยผลงานของนาย Jeremy ศิลปินระดับโลก สัญชาติอเมริกัน
ฝั่งนึงเป็นรูปวาดขนาดใหญ่ ซึ่งก็คือรูปของเมือง Jelemyville นั่นเอง
อีกฝั่งเป็นรูปเดี่ยวในกรอบรูปเรียงกันมากมาย
ซึ่งส่วนนี้เองที่ทำให้ผมสนใจงานของเขา

สำหรับผมแล้ว ความวิเศษของ Jeremyville คงเป็นตัวการ์ตูนต่างๆที่เหมือนกับว่ามันหลุดมาจากจินตนาการที่เลยระดับมนุษย์ธรรมดาอย่างเราจะคิดออกมาได้
แต่มันก็ไม่ได้ยากเกินที่มนุษย์ธรรมดาอย่างเราจะเข้าใจเช่นกัน

รูปแต่ละรูปที่เขาวาดสามารถสื่อถึงเราได้ง่าย พร้อมทั้งตัวการ์ตูนที่น่าประทับใจหลายตัว
ทำให้เป็นที่จดจำได้ดี

รูปแรกที่ผมสังเกตและทำให้ผมชื่นชอบผลงานเขาเนี่ยคือรูป
Imagine your future Then make it real
ซึ่งเป็นรูป ปริซึมที่ รับแสงสีขาว และกระจายออกเป็นสีรุ้งต่างๆ
(ลิงค์รูป https://www.pinterest.com/sweetframboise/jeremyville/ )

พอเรามองดูรูปนี้แล้วผมรู้สึกว่าอยากทำอะไรซักอย่าง ให้เป็นจริง อยากทำตามความฝันของตัวเองเหมือนกับนายปริซึม(นามสมมุติ)ที่รับแสงสีขาว ที่เรามองไม่เห็นเข้าไปแล้วแปลงแสงสีขาวนั้น ให้เป็นเฉดสีต่างๆที่เราสามารถมองเห็นได้
มันเหมือนกับความฝันที่มีแค่เราเท่านั้นที่มองเห็นมันและการที่เราจะให้คนอื่นเห็นได้นั้น
มีทางเดียวก็คือตัวเราเองต้องเป็นคนทำความฝันนั้นให้เป็นจริง
เพื่อให้คนอื่นได้เห็นความฝันที่เราสร้างขึ้นมา

รูปที่สองคือรูป Don't get lost online
( ลิงค์รูป http://jeremyville.com/collections/prints-csas/products/dont-get-lost-online )
รูปที่แสดงในงานนั้นจะมีสีนายถั่วมีขา(นามสมมุติ) เดินเข้าไปโลกของเว็บไซต์แล้วอาจจะไม่ได้กลับออกมาอีกเลย

คำว่า Don't get lost online นั้นไม่ใช่คำที่แปลกใหม่อะไรหรอกครับ แต่พอได้เห็นรูปประกอบแล้วเนี่ยมันทำให้ผมคิดอะไรบางอย่างได้

คำว่า Get lost online เนี่ยไม่ใช่ว่าเราหาอะไรซักอย่างไม่เจอแล้วหลงทางนะครับ แต่เป็นการที่เราหลงไปกับโลกออนไลน์ต่างๆเช่นพวก facebook, twitter , youtube

เคยไหมครับเวลาที่เราทำงานอะไรซักอย่างอยู่แล้วอาการที่เราคิดว่า "ควรได้เวลาพักผ่อน"ก็มาถึง เราก็จัดเลยครับ ถ่อยห่างออกจากงาน แล้วเปิดเว็บไซต์ต่างๆ
เล่นFacebook ซักแปปละกัน...
เช็ค Twitter นิดหน่อย...
ดูคลิปใน Youtube ซักนิด...
เห้ยๆ มี Notification Facebook เด้งเช็คแปปนึง...
รูปตัวอีกที สมาธิในการทำงานเราก็หายไป เหลือแต่สมาธิไว้ท่องโลกออนไลน์
นี้แหละครับ อาการของ Get lost online
เพราะฉะนั้น Don't get lost online นะครับ

รูปที่สามคือ Monsters are online
(ลิงค์รูป http://jeremyville.com/collections/prints-csas/products/monsters-are-online)
เป็นรูปของปีศาจตัวหนึ่งกำลังท่องไปตามอินเตอร์เน็ต

Monsters are online อาจจะแปลว่ามีคนไม่ดีค่อยที่จะหาผลประโยชน์จากโลกออนไลน์ ซึ่งเราไม่รู้เลยว่าหลังหน้าจอของคนที่เราพิมพ์คุยด้วยอยู่นั้นเป็นใครมาจากไหน
ซึ่งในจำนวนคนมากมายที่ออนไลน์อยู่นั้น มีทั้งดีและไม่ดีปนกันไป เราต้องระวังตัวให้มากจะได้ไม่ตกเป็นผู้โชคร้าย

แต่สำหรับผมแล้ว คำว่า Monsters are online นั้น Monsters เนี่ยไม่ใช่ใครอื่นหรอกครับ
แต่เป็นสิ่งยั่วยวนต่างๆในอินเตอร์เน็ตที่เราเจอในชีวิตประจำวันต่างหาก
เราเห็นภาพของเพื่อนไปเที่ยวแล้ว...เราอิจฉา
เราเห็นภาพของเพื่อนได้กระเป๋า,นาฬิกาข้อมือหรือsmartphoneรุ่นใหม่ .... เราอยากได้ตาม
เราเห็นข้อความที่เพื่อนโพสต์พูดประโยคเท่ๆหรือต่อว่าใครซักคน....คนนั้นคือเรารึเปล่า
เราโพสต์รูปแบบนี้แล้วไลค์เยอะจัง ... ทำไมรูปนี้ไม่มีไลค์เลย เราถูกลืมรึเปล่า
เราก็เกิดคำถามมากมายจากโลกออนไลน์.... เพื่อนหมายถึงเรารึเปล่า เพื่อนอวดเรารึเปล่า เยาะเย้ยเรารึเปล่า เราอิจฉาเขาจริงทำไมเราไม่มีบ้าง....
จากที่จิตใจเราปกติ เรากลายเป็นทุกข์...
หลังจากที่เราท่องไปในโลกอินเตอร์เน็ต จิตใจเราเริ่มเป็นทุกข์หนักซักพักเราก็หลงเข้าไปในโลกอินเตอร์เน็ต
เรา Get lost online...
เราหลงเข้าไปนานขึ้นลึกขึ้น เพื่อหวังว่าเราจะกลับมามีความสุขอีกครั้ง
Monsters are online...
ปีศาจเหล่านี้จะทำให้เราเป็นทุกข์บนโลกออนไลน์ ไม่เป็นสุข ไม่ว่าเราจะพยายามหาความสุขจากโลกออนไลน์มากเท่าไหร่ก็ตาม เราก็ไม่มีวันจะสุขได้

เพราะ ปีศาจพวกนี้ไม่ได้อยู่หลังหน้าจอ แต่มันอยู่ในจิตใจของเรา

If you get lost online, you can't imagine your future and make it real.
ถ้าเราหลงทางเข้าไปในโลกออนไลน์แล้วโดนปีศาจเล่นงานเราตลอดทาง จนเราไม่สามารถกลับออกมาได้อีก เราก็จะไม่มีวันที่จะทำให้ความฝันเราเป็นจริงได้

ยังมีภาพอื่นๆน่าสนใจอีกเยอะครับ หากสนใจก็สามารถไปดูได้ที่Central world หรือเว็บไซต์ของนาย Jeremy ( http://blog.jeremyville.com/ )

สุดท้ายนี้ Jeremyville ไม่ใช่แค่เมืองของในจินตนาการของ Jeremy เพียงเท่านั้น
แต่ยังเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยจินตนาการของคนหลายๆคนไว้ด้วยกัน
เช่นเดียวกันกับ Trip to Jeremyville อันนี้
ซึ่งเป็น Trip ที่ผมได้ไปสัมผัสมา
ขอบคุณที่เดินทางไปใน A Trip to jeremyville ของผม
และหวังว่าคุณจะแบ่งปันสิ่งที่คุณได้ไปพบใน A Trip to Jeremyville ของคุณ

:D
SHARE
Written in this book
Life of CloudStory
เรื่องราวของต่างๆที่ผมเอง ได้ประสบพบเจอ อาจจะเป็นความคิดในหัวของผม หรือเป็นสิ่งที่ผมอยากจะแบ่งปันให้คนอื่นได้อ่านกัน ติดตามกันได้นะครับ :D
Writer
CloudStory
Developer
Having a curiosity, The little boy decide to find out the answer.

Comments