เด็กสมัยนี้ ไม่ทำงานประจำกันแล้วเหรอ?
สมัยลาออกจากงานประจำ ช่วงที่ห้าง CDC เปิดใหม่ๆ ฉันเคยขายของตลาดนัด ทำสนุกๆ เป็นคนชอบเดินตลาด ซื้อของกระจุ๊กกระจิ๊กที่สำเพ็งอยู่เป็นประจำ และตอนนั้นมีงานรับสอนดนตรีไปด้วย เลยได้ขายสินค้าลายดนตรี

งานขายแบกะดินนี่ ไม่ง่ายเลย เหนื่อยใช่เล่น หน้าฝนก็ต้องคอยลุ้นเก็บของทุลักทุเลพอควร พอเจ้าของที่เค้าจะขึ้นค่าเช่า เราก็คิดว่าอาจจะไม่คุ้ม เลยเปลี่ยนแผนมาขายออนไลน์

ขายออนไลน์สักพัก หาข้อมูลในเน็ต ศึกษาไปศึกษามา ก็นำเข้าเอง มีต้นทุนที่ราคาถูกลงเยอะ เลยเปลี่ยนมาขายส่ง จนปัจจุบันกลายเป็นอีกงานไม่ประจำที่เป็นรายได้หลัก

ด้วยความที่อยากมีเวลามากขึ้น ฉันเคยเลิกสอนดนตรี ด้วยความที่ฉันยังมีความสุขที่ได้สอน เลิกได้แค่แปบเดียว คิดถึงนักเรียนมาก คิดถึงโมเม้นที่เรากำลังถ่ายทอดวิชา

และมันเป็นรายได้ประจำ ในวันที่ค้าขายไม่ดีด้วย เพราะฉันก็เคยเจ๊งไม่เป็นท่า มีรายได้หลายทางย่อมดีกว่า งานสอนนี่ล่ะที่ยังทำให้มีรายได้สม่ำเสมอ

งานขายของออนไลน์ของฉัน
เป็นงานที่ "ภาคภูมิใจ"
ไม่แพ้ งานสอนดนตรี

เมื่อวันก่อนเจอผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง
เป็นเพื่อนของพ่อ ถามว่า "น้องทำอะไรอยู่คะ"
ฉันได้ตอบกลับไปว่า "ขายของออนไลน์ค่ะ"
ผู้ใหญ่ท่านนี้ทำหน้าผิดหวังเล็กน้อย

"อืมเด็กสมัยนี้ ไม่ทำงานประจำกันแล้วเหรอ"

หลายครั้งที่มีความรู้สึกถูกผู้ใหญ่ตำหนิ ดูถูก โดยเฉพาะคนรุ่นก่อน คิดว่าคนรุ่นใหม่ ไม่ค่อยขยัน ไม่อดทน ไม่ชอบงานออฟฟิส ชอบทำงานง่ายๆ แห่กันไปขายออนไลน์ เป็นบล็อกเกอร์ บ้างก็อยู่บ้านเทรดหุ้น บ้างก็ลงทุนคอนโด

ไม่แปลกใจ หากงานคนยุคนี้อาจขัดใจคนรุ่นก่อน สมัยก่อนที่ข้อจำกัดมากมาย มีตัวเลือกไม่มากนัก คนรุ่นก่อนต้องอดทนทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ

เพราะเรามีประสบการณ์ที่ต่างกัน
จะมาตัดสินว่างานไม่ประจำ ทำได้ง่ายๆ
มันไม่มั่นคง มันไม่มีค่า ก็คงไม่ได้

จากบทความวิเคราะห์ Gen Y ไม่ชอบเข้าออฟฟิส ต้องการประสบความสำเร็จเร็ว มีไลฟ์สไตล์ติดหรู รสนิยมไฮโซ ชอบความอิสระ ไม่ชอบถูกบังคับ ชอบทางลัด สะดวกรวดเร็ว ไฮเทคโนโลยี หางานที่ถูกใจ ใช้ชีวิตสบายๆไปพร้อมๆกับค่าตอบแทนที่สูง

ในเมื่อโลกพัฒนาเร็วมากขึ้น ข้อมูลเยอะขึ้น ความรู้แชร์อย่างรวดเร็วทางอินเตอร์เน็ต มีวิชาที่ไม่มีสอนในโรงเรียน มันมีวิธีหาเงินมากมาย มันคือยุคที่มีทางเลือกที่มากขึ้น โลกที่เชื่อมถึงกัน ทำให้คนมีโอกาสเยอะขึ้น

เป็นยุคที่หาอิสรภาพในการทำงานได้มากกว่าสมัยก่อน

ความรวดเร็วจนเคยชิน การอยู่อย่างสะดวกสบายกว่าสมัยก่อน มันก็เป็นกับดักชีวิต ต้องยอมรับเหมือนกันว่าความอดทนอดกลั้น การระมัดระวัง การใช้จ่ายอย่างรอบคอบ สู้คนยุคเก่าไม่ได้เลย

เทคโนโลยียุคใหม่ ทำให้คน Gen Y ติดหรู ไฮโซ มีรสนิยมที่ดีขึ้น โลกที่พัฒนาทุกๆด้าน ฉันมองว่ายุคนี้ มีผลงานดีๆมากมาย สินค้าแฟชั่นและบริการที่มาจากการแข่งขัน เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ มือถือ แท็บเล็ต เทคโนโลยีใหม่ มันทำให้ชีวิตคล่องตัว มีอิสระ ทำอะไรได้ง่ายขึ้น ช่วยประหยัดเวลาไปอีกเยอะ

แต่หากไฮโซ Low income! กินดี อยู่ดี มีหนี้ มันก็จะทำให้ยากจน ข้อเสียจากการได้ข้อมูลเยอะๆ จนอาจทำให้คนยุคนี้แข่งขันกับเพื่อนในโซเชียล เดี๋ยวนี้เห็นอะไรคุ้ม ก็ซื้อได้ผ่านออนไลน์ โปรโมชั่นลดกระหน่ำ คูปองเสริมสวย แพ็คเกจท่องเที่ยว รีวิวร้านอาหาร รีวิวเที่ยวต่างประเทศ บวกกับผ่อน0% มันกระตุกต่อมความอยากได้อยากมี

มีอีกเทรนด์ใหม่ที่น่าสนใจ คนสมัยนี้มีไลฟ์สไตล์แบบ "สมดุล" มากขึ้น เพราะมีอิสระมากขึ้น มีเวลาให้ครอบครัว มีเวลาดูแลตัวเอง มีเวลาออกกำลังกาย มีเวลาพักผ่อน มีกิจกรรมงานอดิเรก

คนประเภทนี้ ไม่ใช่สโลว์ไลฟ์ (ศัพท์ใหม่ความหมายจากพี่โน้ส อุดม) เด็กๆที่เพิ่งจบใหม่ ชิคๆชิลๆไปวันๆ แล้วเน้นเที่ยว เน้นพักผ่อน แบบนั้นมันไม่สมดุลแน่ๆ

อยากมีไลฟ์สไตล์แบบสมดุล ต้องเรียงลำดับความสำคัญในชีวิตเป็น รู้จังหวะของชีวิตได้ดี ว่าตอนไหนควรทำอะไรก่อน ตอนไหนต้องWork hard ตอนไหนต้องพักผ่อน

เมื่อโลกพัฒนาไปไกล แต่ก็มีคน Gen Y หลายคนที่พัฒนาไปไกลเช่นกัน คนยุคนี้กระตือรือร้นมากขึ้น หารายได้หลายทาง รู้จักออมในวิธีต่างๆ หากพวกเค้าจะออกแบบกำหนดไลฟ์สไตล์เป้าหมายด้วยตัวเอง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ยุคที่แต่ละคนมีความฝัน และ คน Gen Y เป็นกลุ่มที่กล้าทำตามฝันมากขึ้น

จากงานวิจัยอันโหดร้าย ของพอล ฮาร์วีย์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องคน Gen Y จากมหาวิทยาลัยนิวแฮมเชียร์ บอกไว้ว่า
คน Gen Y ไม่ค่อยมีความสุข!
เป็นพวกที่คาดหวังอะไรเกินจริง
รับไมไ่ด้กับคอมเมนต์ถึงตัวเองในแง่ลบ
มองตัวเองในมุมมองที่สูง
ไม่พอใจผลตอบแทนที่ได้รับ
ไม่มีความสามารถและความพยายามมากพอ
ที่จะไปให้ถึงระดับที่หวังไว้

อ่านแล้วก็ทำให้ต้องฉุกคิด ก่อนที่จะลาออกจากงานประจำ เลือกเดินทำตามฝัน อาจจะต้องถามใจตัวเองว่า "ฝันใหญ่" ไปไหม? สำรวจมือของเรา "ความสามารถ" มีพอแล้วหรือยัง?

ฉันเชื่อว่าคนสมัยนี้สามารถทำอะไรหลายๆอย่างได้พร้อมๆกัน สำหรับบางคนทางเลือกอาจมีไม่มากนัก เพราะข้อจำกัดแต่ละคนไม่เท่ากัน หากต้องทำงานประจำเพื่อดำรงชีวิต ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเลิกฝัน

หากต้องทำงานประจำ ก็ยังสามารถทำสิ่งที่ตัวเองรักได้ ยังสามารถเล่นดนตรี ยังร้องเพลงได้ ยังเขียนหนังสือได้ ยังทำขนมได้ ทำในสิ่งที่เป็นความสุขพร้อมกันได้เช่นกัน

บางครั้งทำตามฝัน
มีความสุขในสิ่งที่ทำ
อาจไม่ต้องการ "ความโด่งดัง"
และไม่จำเป็นต้องได้รับ "การยอมรับ"
จาก "คนอื่น"

เผลอๆความสุขที่กำลังทำ
อาจจะดัง......จนฝันกลายเป็นจริง
SHARE

Comments

WalkingTrail
4 years ago
ประโยคในหัวโผล่ขึ้นมาเกรียนทันทีเลยหลังจากอ่านประโยคนั้น

"ผู้ใหญ่สมัยก่อน ตัดสินเด็กทั้งยุคจากเด็กคนเดียวเหรอครับ" ? ^^"

ดีแล้วครับที่คุณไม่เกรียนเหมือนผม แหะๆ ^^'
Reply
Paperdoll
4 years ago
ไม่ได้เล่าว่าก่อนหน้านี้ว่าหลานคุณป้าก็หันมาเทดรดหุ้นด้วยค่ะ ^^
WalkingTrail
4 years ago
ผมว่าคุณป้าอาจจะหงุดหงิดกับหลาน มาลงกับคุณแทน ^^'
Bushy
4 years ago
นั่นสิครับ ผมว่าผู้ใหญ่ยุคนี้กำลังตัดสิน Gen Y เร็วเกินไป มองภาพใกล้คือเห็นเฉพาะปัจจุบัน หากมองว่า 5-10 ปีข้างหน้า Gen Y จะเติบโตเป็นอะไร... คงจะได้มุมมองที่กว้างมากขึ้นมากๆ

ขอบคุณสำหรับเรื่องดีๆ ครับ
Reply
Paperdoll
4 years ago
เห็นด้วยค่ะ :)
BeeeK
4 years ago
ผู้ใหญ่สมัยนี้. (เด็กสมัยก่อน) ก็คงโดนพูดประมาณนี้มาเหมือนกันน่ะ ผมว่า :)
Reply