ข้อสอบ 3 แบบ...ที่เห็นแล้วแทบจะเลิกเรียนหนังสือ
ตอนเด็กๆผมเป็นเด็กที่เรียนหนังสือได้ค่อนข้างห่วยแตก
ผลสอบออกมามักจะได้ที่ท้ายๆเป็นประจำ
ไม่ว่าจะเป็นในชั้นประถมหรือมัธยมก็ตามที

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะผมมีนิสัยเกียจคร้าน
แต่อีกส่วนนึง...ผมคิดว่ามันอาจเป็นเพราะ "ข้อสอบ"

ผมมักมีปัญหาอย่างรุนแรงกับข้อสอบบางประเภท
ซึ่งผมไม่แน่ใจว่ายุคนี้ยังมีข้อสอบประเภทนี้อยู่รึเปล่า?
เป็นข้อสอบแบบที่อยากจะขยำกระดาษทิ้งคาห้องให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

อนึ่ง, สังคมเราทุกวันนี้
มักชอบบอกแต่ปัญหา แต่ไม่เห็นบอกทางแก้
ยังไงก็แล้วแต่ ผมไม่อยากเป็นคนแบบนั้น
จึงแอบเขียนทางแก้มาให้ด้วยครับ

เผื่อบังเอิญมีคุณครูที่ไหนหลงทางเข้ามาอ่าน
แล้วเกิดเห็นใจนักเรียนขี้เกียจๆแบบผม
จะได้เอาไปแก้ไขให้คนขี้เกียจรุ่นหลัง
ได้มีความสุขในการทำข้อสอบกับเขาบ้าง ^^

เอาล่ะ, เรามาลองวิเคราะห์ดูกันครับ
ว่าข้อสอบที่ผมว่า...มันน่าเหนื่อยหน่ายเพียงใด


----------------------------------------------------
1.ข้อสอบที่มีตัวละครชื่อ นาย ก., นาย ข. และ นาย ค.
----------------------------------------------------
บางทีโจทย์มา... นาย ก. มีเงินหนึ่งร้อยบาท
นาย ข. ยืมไปแปดสิบ นาง ค. คืนมาสามสิบ
แบ่งให้ นาย ง. หกสิบ แล้ว นาย จ. ก็เข้ามาอีก...
โอ๊ยยยยยย!! อะไรวะเนี่ย!! งงไปหมดแล้ว!!

คือผมไม่เข้าใจว่าทำไมเขาไม่ตั้งชื่อให้มันไกลๆกันไปเลย
อย่างเช่น ไอ้ปื้ด นายอัครชัย เจ๊ไฝ อะไรก็ว่าไป
ให้เราได้จินตนการหน้าตาตัวละครได้หน่อย

โอเค, ไอ้ปื้ดคงตัวดำๆไว้หนวดไว้เครา
นายอัครชัยนี่ท่าทางภูมิฐานน่าดู ใส่สูทผูกไทแน่ๆ
เจ๊ไฝนี่แม่ค้าเขียงหมูในตลาดบางแคชัวร์

ทีนี้เราก็จะไม่สับสน สามารถสร้างตัวละครในหัว
และผูกเรื่องนำไปสู่คำตอบได้สำเร็จ
ทั้งๆที่ตัวเลขมันอาจจะคิดได้แบบง้ายง่าย
แต่มันติดกะไอ้แค่ "ชื่อตัวละคร" นี่แหละ บอกเลยยยย


------------------------------
2.ข้อสอบ 120 ข้อ 30 คะแนน
------------------------------
ส่วนมากข้อสอบแนวนี้มักจะเป็นวิชาสังคม
หรืออะไรก็ตามที่ต้องมีโจทย์ยาวๆ
อ่านโจทย์ข้อนึงก็เกือบ 5 นาทีแล้ว

คำนวณดูแล้วก็โคตรจะไม่คุ้มเลย
อุตส่าห์อ่านๆๆ คิด วิเคราะห์ แยกแยะ
ตึกตรองจนเส้นเลือดในสมองแทบแตก
แต่ได้ 0.25 คะแนนต่อ 1 ข้อ!! ไรว้าาาาาา!!

แล้วเป็นอะไรไม่รู้นะครับ
ข้อสอบแนวนี้มักจะสอบกันช่วงบ่าย
ซึ่งมันคือหลังจากที่เรากินข้าวมาอิ่มๆนั่นเอง

จำได้ว่ามีอยู่ครั้งนึง
ผมทำไปได้ไม่ถึงครึ่งทางก็ชักจะเริ่มง่วงๆ
เผลองีบไปนานเท่าไหร่ไม่รู้
สะดุ้งตื่น รีบยกนาฬิกาข้อมือมาดู
ชิบหาย!! เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมง!!

ตอนนั้นมันท้อครับ ไหนๆ ก็ไหน เอาวะ!!
ผมปิดโจทย์ จับกระดาษคำตอบให้เหมาะมือ
กระหน่ำมั่วแหลกโดยไร้หลักการใดๆทั้งสิ้น!!
พอมาดูอีกที อ้าว...กากบาทเลยไปข้อที่ 130 กว่าๆแล้ว
รีบเอาลิควิดลบแทบไม่ทัน ฮ่าๆๆ

อันนี้ผมเสนอให้ตอนนักเรียนเดินเข้าห้องสอบ
มีข้อสอบ 2 แบบให้เลือกไปเลยครับ!!
แบบแรกถ้าอยากอนุรักษ์ไว้ก็ได้ ทำซะ 120 ข้อ 30 คะแนน
แบบที่สองคือ 30 ข้อ 30 คะแนน ข้อละ 1 คะแนนแฟร์ๆไปเลย
หรือถ้าเนื้อหามันเยอะจัดก็แบบที่สาม ข้อเขียนเลยครับ!!
สัก 5 ข้อเน้นๆกันไปเลย
คือโลกในชีวิตจริงไม่น่าจะมีใครมาถามปัญหาเรา 120 ข้อ
ภายใน 1-2 ชั่วโมงหรอก จริงมั้ยครับ

ผมอยากรู้เหมือนกันนะ
ว่าจะมีสักกี่คนกันเชียวที่เลือกทำแบบแรก


------------------------------------------------
3.ข้อสอบที่บอกว่า "จงอ่านเรื่องต่อไปนี้แล้วตอบ"
------------------------------------------------
ร้ายกาจมากครับสำหรับข้อสอบแบบนี้
เป็นข้อสอบที่ "กลั่นแกล้ง" คนขี้เกียจโดยเฉพาะ

บางทีให้เรื่องมายาวเฟื้อย
คนเขียนก็เขียนไม่สนุก ไม่ชวนให้น่าติดตามสักนิด
อ่านเป็นสิบนาทีกว่าจะจบ แล้วให้ตอบ 10 คำถามให้ได้

คือถ้ามันเป็นแบบ "120 ข้อ 30 คะแนน"
คนขี้เกียจอย่างผมจะท้อชัวร์ๆอยู่แล้ว

แต่นี่ไม่ใช่ มันยั่วครับมันยั่ว
ก็พอเราอ่านคำถามที่ 1 เสร็จ
เราจะรู้สึกว่า "เฮ้ย คุ้นๆว่ะ แต่มันตอบอะไรว้าาาา"
สุดท้ายก็ต้องย้อนกลับไปอ่านเนื้อเรื่องให้เสียเวลาอยู่ดี
พอได้คำตอบก็ตอบไป

อ่านคำถามที่ 2
"เอ้า คุ้นๆอีกละ แต่จำไม่ได้แฮะ"
ก็ต้องพลิกกลับไปอ่านเนื้อเรื่องอีกรอบจนได้

แล้วก็ทำอยู่อย่างนี้เป็นสิบเที่ยว!!
คือทำมันทุกคำถามเลย!!
จะตอบแบบไม่พลิกไปอ่าน ก็รู้สึกไม่ชัวร์ กลัวผิด
และไอ้ความ "คุ้นๆ" นี่มันกระตุ้นให้ต้องย้อนกลับไปอ่านจังเลย!!

สรุปทำข้อสอบวิชานั้นเสร็จ เหนื่อยแทบขาดใจ
อ่านเป็นสิบรอบจนเนื้อเรื่องฝังติดแน่นในหัวเรียบร้อย
สอบวิชาต่อมา เนื้อเรื่องวิชาที่แล้วก็ยังไม่จางหายไป
ตามมาหลอกหลอน ไม่มีสมาธิอีก
พังครับ!! พังลูกเดียว!!

โจทย์ประเภทนี้ทางแก้คือ
ไปจ้างนักเขียนที่เขียนสนุกๆมาเลยครับ
จะเป็น พี่เอ๋ นิ้วกลม,พี่บอย วิสูตร,เบ๊นซ์ ธนชาติ
หรือจะเป็นพี่ๆน้องๆใน Storylog นี้ก็ได้ครับ
ที่นี้แหละ อ่านรอบเดียวรับรองจำได้ชัวร์ ^^
SHARE
Written in this book
เฮ้ย อย่าดิ
ผมจำได้ว่ามันเป็นวันจันทร์ ที่ผมเพิ่งตัดผมทรงนักเรียนหัวเกรียนมาใหม่ๆ ผมเป็นเด็กหงอที่มักถูกแกล้งอยู่บ่อยๆ และครั้งนี้ก็ไม่รอด... เพื่อนหัวโจกเดินเข้ามาเบิ๊ดกะโหลกเกรียนอย่างจัง จนมันดังแป๊ะ! จังหวะนั้นผมโมโหสุดขีด จึงโต้ตอบมันด้วยการพูดเสียงจ๋อยๆ ว่า... เฮ้ย อย่าดิ
Writer
NickyPP
writer
มีเรื่องมาเล่าให้ฟัง facebook.com/nickyppth

Comments

agreatpigeon
4 years ago
เกลียดข้อสอบแบบที่3เหมือนกัน!! ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่จัดคำถามกับเนื้อเรื่องอยู่หน้าเดียวกัน ต้องพลิกไปมางงหนักกว่าเดิม
Reply
agreatpigeon
4 years ago
โหดสุด นี่ข้อสอบแกท-แพทรึเปล่า? #ข้อสอบในตำนาน --"
NickyPP
4 years ago
โชคดีที่ผมเป็นเด็กพาณิชย์ครับ ขอยืนไว้อาลัยให้เด็กมหาลัย 1 นาทีครับ
agreatpigeon
4 years ago
จำได้ว่าครั้งแรกที่สอบนั่งงงอยู่เกือบ2ชม. ร้องไห้หนักๆ
kruajeng
4 years ago
3 ข้อนี้ยังเด็กๆ ไปครับ ผมเคยเจอนี่มหาโหด จงออกข้อสอบเองถามตอบ 60 ข้อ 60 คะแนน มหาวิทยาลัยครับ (ถามตอบแบบโง่ๆได้คะแนนโง่ๆด้วยครับ) ท้ายข้อสอบมีเขียนกดดันจากอาจารย์ด้วยว่า ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน เหมือนจะได้ F เบาเบาครับ
Reply
NickyPP
4 years ago
ผมว่าอันนี้ก็เป็นปัญหาใหญ่นะครับ มันคือการเอาใจอาจารย์ล้วนๆครับ ใครจะไปรู้ว่าคำถามแบบไหนโง่หรือฉลาดในสายตาอาจารย์ ถ้าต้องเอาใจกันแบบนี้ วิ่งไปซื้อเป๊ปซี่ให้ยังง่ายกว่า 555
kruajeng
4 years ago
มันจบไปแล้วครับ
Sada
4 years ago
อยากรู้จัง ข้อสอบที่ดีในอุดมคติที่ถูกใจจะเป็นอย่างไร แล้วถ้าทั่วประเทศ ทั้งประถม มัธยม มหาลัย ราชภัฏ ราชมงคล รวมมอเอกชน เอาข้อสอบที่ว่าไปใช้ ... ผลสุดท้ายประเทศไทยจะเต็มไปด้วยคนแบบไหน
Reply
alojola
4 years ago
เมื่อเริ่มอ่านแต่ละบทความทุกครั้ง :D ยิ้มหัวเราะทุกครั้งที่อ่าน 55555 ขอบคุณมากๆค่ะ รีโมตใช้งานได้ช่องนึงแล้วค่ะ ถ้าอยากฮา ต้องเปิดอ่าน 5555555
Reply