วันที่ไม่ทันแม้ตำคำว่าขอโทษ #พ่อ
เรื่องนี้เกิดขึ้นกับเด็กน้อยคนนึงที่ไม่ว่าผ่านไปนานสักกี่สิบปีก็ยังจำฝั่งใจ

ตั้งแต่เล็กภาพที่เด็กน้อยเห็นผู้ชายคนนึงเงียบๆ นิ่ง ไม่ค่อยพูด มีเพียงรอยยิ้มที่เขาเห็นเป็นประจำ ภาพของผู้ชายที่ไม่ว่าจะทำอะไรเขาจะค่อยๆทำเงียบฟังเพลงไปเรื่อยๆของเขาคนเดียวเหนื่อยเมื่อไรก็พัก หายเหนื่อยลุกไปทำต่อไม่เคยบ่นสักคำว่าเหนื่อยทั้งๆที่ทำงานตากแดดตัวดำร้อนแสนร้อน เขาเนี้ยแหละผู้ชายที่เหมาะสมกับคำว่าพ่อ. ลูกหิวให้ลูกกินก่อน. ลูกไม่อยากล้างจานสักผ้า พ่อทำให้หมด. ลูกอยากกินอะไรพ่อซื้อให้ได้. "แต่พ่อมีเงินน้อยขอพ่อซื้อให้น้อยแต่พ่อจะซื้อให้บ่อยๆนะ". ลูกอยากเรียนอะไรพ่อยิ้มดีใจคอยถามคนข้างบ้านว่าลูกอยากเรียนที่นี่ดีไหม. พ่อผู้ตามใจลูกทุกอย่าง. มีเหตุการณ์นึงที่เด็กน้อยจำได้ดี.
"วันนั้นฝนตก มีพ่อเป็นห่วงเด็กน้อยมาก เขาจึงไปเอาร่มคันใหญ่มากางให้ด้วยความที่กลัวเด็กน้อยจะเปียกฝน แต่เด็กน้อยงอลไม่อยากไป ร.ร. เด็กน้อยจึงเอาร่มคันเล็กมากางยืนอยู่ข้าง พ่อก็ยืนตากฝนรอไม่ได้ยืนอยู่ในร่มคันใหญ่ที่กาง ไม่มีการดุการว่าการตีแต่อย่างใดรอจนกว่าเด็กน้อยจะขึ้นรถนักเรียน รถนักเรียนมาเขาก็เฝ้ามองเด็กน้อยด้วยสายตาที่เป็นห่วงว่าฝนจะเปียกลูกไหม. ลูกจะไม่สบายหรือเปล่า แล้วเก็บร่มกางสายฝนเข้าบ้านไป. เด็กน้อยก็ได้เพียงแค่มองเช่นกัน"
หลังจากนั้นไม่นานก็อยู่ในห้องมีเสียงเครื่องดังติ๊ด ติ๊ดช้าลง ช้าลงอยู่ตลอดเวลา. เด็กน้อยได้แต่เรียก "พ่อ" เรียกซ้ำไปซ้ำมพร้อมทั้งน้ำตา. แต่พ่อมีเพียงแค่หยดน้ำตาไหลออกมาจากตา แล้วค่อยๆหลับตาลงจากไป
ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้เด็กน้อยก็ยังไม่มีโอกาสขอโทษ แม้แค่คำเดียวก็ไม่ทันเวลา. คำบอกลาสักคำก็ไม่มีอ้อมกอดก็ไม่มี ไม่ทันเวลาจริง


#สำหรับใครบางคนคำว่าสายเกินไปอาจจะไม่มีแต่สำหรับเด็กน้อยคนนึงคำว่าในวันที่สายเกินไปมันมีจริงและฝั่งลึกอยู่ในใจ
SHARE

Comments