อาม่ากับสมาร์ทโฟน
ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้ามาถึง 4G
สิ่งที่เพิ่มตามไปก็คือ 'อายุ'

อาม่าเราพึ่งใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเมื่อไม่กี่ปีมานี้
แต่ก็เริ่มจากโทรศัพท์แบบ Bar
พอค่ายมือถือต่าง ๆ เริ่มพัฒนาสัญญาณ 3G 4G
ซิมเริ่มต้องเปลี่ยน มือถือหลาย ๆ รุ่น เริ่มหายไป

ถึงวันที่อาม่าเปลี่ยนโทรศัพท์มาเป็น Smartphone จอ แบบ Touchscreen
งานเข้าบรรดาลูกหลาน ช่วยกันสอนอาม่าใช้
ด้วยความที่จอมันรับสัมผัสได้ไวมาก บวกกับอาม่าอ่านภาษาไทยไม่ออก... งานมาล้ะ

บ้านเราเป็นคนใจร้อน เรายืนมองลูก ๆ ทั้งหลายของอาม่าช่วยกันรุมสอนอาม่าใช้ ด้วยความใจเย็นแล้วก็ อดยิ้มไม่ได้
อาม่าเองจากที่เคยหงุดหงิดง่าย ๆ
กลับเปิดใจ ตั้งใจเรียนรู้ ไม่ใจร้อนแบบทุกที
มันเป็นภาพที่อบอุ่นมาก ๆ

พอถึงจุดที่อี้ ๆ ทำไม่เป็น เราที่เป็นหลาน ก็เลยมาทำให้ แล้วก็สอนอาม่าต่อ
อืมม... ต้องใจเย็นมาก ๆ เลยนะ 55555555
หวนนึกถึงตอนเราเด็ก ๆ อาม่า อี้ๆ และป๊าม๊า ก็คอยสอนเรามาจนโต ตั้งแต่การใช้ชีวิตยันเรื่องครอบครัว ชีวิตคู่ (ที่ตอนนี้ก็ยังไม่มีอ่านะ)
เค้าสอนเด็กงอแงมาได้ตั้งนาน ตั้งแต่สมองโล่ง ๆ ไม่มีอะไรบรรจุอยู่เลย สอนให้เดิน ให้กิน ให้อยู่ในสังคม ยากกว่าสอนใช้โทรศัพท์เยอะมาก! แล้วพอมาวันนี้ วันที่อายุของอาม่า มากขึ้นพร้อมการพัฒนาของเทคโนโลยี อาม่าเริ่มตามเทคโนโลยีไม่ทัน วันที่เราทำอะไรหลายอย่างได้มากกว่าเค้า ถึงเวลาเราต้องมาสอนเค้าใช้ เพื่อให้ปรับตัวอยู่ในสังคมปัจจุบันได้ ให้เค้าไม่เหงา ให้เค้าติดต่อกับลูกหลานได้
เราต้องรับสาย และโทรหาอาม่าบ่อยขึ้น
เพราะเค้าอยากลองเล่น :p
เห็นอี้ๆ และหม่าม๊า ไปรุมสอนอาม่าอยู่บ่อย ๆ
เห็นกี่ทีก็ซึ้งใจ :)
จากที่จะใจร้อน หงุดหงิด กลับกลายเป็นรู้สึกขำแทน ฮ่าาา

เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เราทำเป็นในชีวิตประจำวัน
มันอาจเป็นเรื่องยากมาก ๆ สำหรับใครหลาย ๆ คน
การสอนให้เค้าทำได้ มันสร้างความสุขให้ทั้งเราและเค้ามากจริง ๆ นะจนถึงทุกวันนี้ อาม่าสอนเราถักนิตติ้ง เราก็ยังทำไม่ได้ซักที!


SHARE

Comments

fangrio
5 years ago
เขียนดี อ่านง่าย ไม่ยาวเกิน ชอบ :)
Reply
ppangz
5 years ago
ขอบคุณค่าาา บล๊อคเกอร์มาชมงี้ เขินเลยยย ><
Capttitanic
4 years ago
เป็นบทความที่ให้แง่คิดที่ดีมากเลยค่ะ
Reply