เรื่อง 'พิเศษ-วิเศษ'
วันนี้พานานาไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ แถวบางกะปิ
พรุ่งนี้เราก็จะกลับขอนแก่นกันแล้ว
หลังจากพามาอยู่ยาวกับป่าป๊าแปดวัน

ในสนามเด็กเล่น เด็กๆกำลังจะกลับบ้าน
คุณแม่คนหนึ่งจูงแขนลูกชายเข้ามา
ในมือเด็กน้อยกำไดโนเสาร์ตัวเล็กๆไว้แน่น

'ใครลืมไดโนเสาร์สีเขียวไว้รึเปล่าคะ?'
คุณแม่ท่านนั้นถาม

เด็กคนหนึ่งออกตัวรับว่าเขาลืม
แต่เด็กน้อยที่กำไดโนเสาร์อยู่
มองดูไดโนเสาร์และกำแน่นขึ้นอีก

'เอาคืนให้น้องนะลูก น้องจะพาไดโนเสาร์กลับบ้านแล้ว'
เด็กชายมองไดโนเสาร์สีเขียว
แล้วขว้างออกไป โดยไม่พูดอะไรซักคำ

เด็กชายเจ้าของไดโนเสาร์วิ่งไปเก็บ
พร้อมๆกับที่เด็กที่ขว้างไปกระพริบตาปริบๆ
แล้วอยู่ๆก็นอนลง นิ่งสักสองวินาที
ก็ถีบขาไปมา สีหน้าเรียบเฉย
ตาปริบๆเหมือนเดิม และไม่ได้ส่งเสียงอะไรเลยสักนิดเดียว
ถีบขาสีห้าทีเลยนอนนิ่ง

เราจึงเข้าใจว่าเขาคือเด็กพิเศษ

คุณแม่พยายามบอกกล่าวเหตุผลที่ต้องคืนและพยายามบอกให้ลุกขึ้น แต่เด็กน้อยยังนิ่ง

ฉันจึงนั่งลงกับพื้นข้างๆเขา
แล้วชี้ไปที่ลายเสื้อของเขา

'แองรี้เบิร์ดสีแดง แองกรี้เบิร์ดสีฟ้า แองกรี้เบิร์ดสีส้ม'

เด็กชายลุกขึ้นมองหน้า
'นั่นเสียงอะไร?' น้องถาม

'เสียงเราคุยกันไง'

'ไม่ใช่'

จึงได้ยินเสียงจั๊กจั่น

'เสียงจั๊กจั่น เมื่อได้ยินเสียงร้อง หมายถึงใกล้ค่ำแล้วต้องกลับบ้าน เด็กก็ต้องกลับบ้าน ไดโนเสาร์ก็ต้องกลับบ้าน'

'บ้านอยู่ในน้ำโน่นนน'

กำลังคุยกันอยู่ นานาก็เดินเตาะแตะมาหา เด็กชายก็มองพร้อมกับฟาดฝ่ามือใส่ในทันทีอย่างหนักแน่น

ไม่ทันสังเกตหน้าแม่ของน้องเขาหรอก
เราดูลูกเรา หน้าตาเฉยๆไม่ร้องไห้ ไม่แสดงท่าทีอะไรเลย แค่มองหน้าเด็กชายคนนั้นตาใสๆ

แม่เขาขอโทษและบอกให้น้องขอโทษ

น้องพุ่งมือจะตีอีกแต่เราจับมือไว้ ค่อยๆพามือเขามาจับแขนนานา

'อยากทักทายน้อง ก็ต้องสัมผัสกันเบาเบาแบบนี้นะ'

'อุ้ยยยยย' เสียงแม่ของน้องร้องออกมา ฉายแววแบบว่าวันเดอร์ฟูลมากๆ

เลยหันไปเห็นหน้าเปี่ยมยิ้ม สายตาปลื้มปริ่ม น้ำตาคลอนิดๆ ของแม่เขา

'ขอบคุณมากนะคะ น้องเป็นครูรึเปล่าคะ ถ้ามีคนแบบนี้เยอะๆก็คนดี'

เราก็แอบอึ้งนิดๆ ว่า เห้ย เราทำแค่นี้เขาดีใจขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย แค่ลูบตัวน้องเขา บอกและทำตัวอย่างให้น้องดูว่าสัมผัสทักทายควรทำยังไง ก็แค่นั้น

แม่น้องบอกว่า คนที่ไม่กลัว และมองเห็นจริงๆว่าเขาต้องการอะไร เข้าใจว่าเขาไม่ได้อยากทำร้าย นี่หาได้ยาก คนส่วนมากก็พยายามเลี่ยงๆไป มองว่าน่ากลัวและรุนแรง มองแค่การกระทำ ไม่ได้มองไปที่เจตนาและช่วยเหลือ

เราก็เลยแอบยิ้ม ที่เราได้เคยเรียนรู้มากับกลุ่มผู้ปกครอง ครู อาจารย์หลายๆ ท่าน ก็หล่อหลอมมาอยู่ในเนื้อในตัวเราอยู่บ้างนะเนี่ย

แต่คุณอย่าคิดว่าเราทำแค่นี้น้องจะเข้าใจนะคะ เราก็โดนตบหน้า แต่เราก็ทำและพูดแบบเดิม

อีกชอตที่อึ้งกันเบาเบาคือ กำลังจะแยกย้าย ก็เอ่ยคำร่ำลา นานาก็โผล่มาอีก

'อุ๊กกก!!'
นานาโดนเตะ แต่นางยืนเช้ยยเฉย
มองหน้าน้องเค้าปริบๆเหมือนเดิม
เราก็อึ้ง แม่น้องก็อึ้ง
แต่เมื่อเห็นนานาทำท่าทางอย่างนั้น
เลยเข้าใจว่า เขาไม่ได้เจตนาร้ายหรอก
แค่อยากหยอก

คือนานาจะไวกับกระแสพลังลบมาก ความหงุดหงิด ความเครียด ความวุ่นวาย ความไม่ชอบใจ ถ้ามีใครที่มีกระแสพลังพวกนี้พลุ่งพล่านอยู่ นางจะงอแง เหวี่ยงวีน แต่นี่ไม่เลย อยากเข้าหาด้วยซ้ำ

'เท้าอยู่คู่ดิน ไม่บินใส่คน'
(คำพูดนี้นึกได้ก็พูดไปเลย 555)

น้องก็เข้าใจนะ เอาเท้าเหยียบย้ำๆที่พื้น พูดว่า ดินๆๆๆ

แม่น้องอวยพรเราใหญ่เลย ดูเหมือนวันนี้เราจะเป็นเรื่องหนึ่งในความสุขของเขา

'สายตาน้องที่มอง ไม่หวาดกลัว แต่ก็ไม่ได้สงสารหรือเวทนา น้องแค่มองธรรมดาและยิ้มให้ พี่ชอบมากเลย'

แอบดีใจเหมือนกันนะเนี่ย ^_^

อันที่จริงเจอคุณพ่อคุณแม่แบบนี้ เรามีแต่ชื่นชมค่ะ (ไม่รวมคุณพ่อคุณแม่ที่เลี้ยงและปฎิบัติกับเด็กพิเศษเหมือนสัตว์นะคะ อันนั้นไม่ชอบค่ะ)
SHARE
Writer
passwayofwind
เป็ดสวยๆ
ป้าคนนึง หน้ามันๆ ดำๆ เตี้ยๆ มีกุมารสองตัวป้วนเปี้ยนอยู่รอบกาย

Comments