โค้งสุดท้ายไม่แหกโค้ง
"เหลือเวลานิดเดียว หนังสือกองเท่าภูเขา ให้เอาของวิเศษโดเรม่อนมาช่วย ก็ไม่มีทางอ่านทัน"
"อ่านไม่ทัน โง่ก็โง่ สอบไปก็ตก ไม่สอบแม่งละ"
...อ้าวเฮ๊ยยย

คำพูดเหล่านี้ เราได้ยินมาบ่อยจนไม่รู้จะบ่อยยังไง (เชื่อว่าเป็นประสบการณ์ร่วมกับใครหลายๆ คน) หรือเป็นไปได้ว่า คุณๆ ที่อ่านเรื่องราวนี้อยู่ ก็อาจเคยพูด (ฮั่นแน่!)

ที่เราเขียนเรื่องนี้เป็นประเดิมพื้นที่แห่งนี้
ก็เพราะเราค้างคาใจ และอยากพูดอะไรบางอย่าง...มานานมากแล้ว

เราอยากบอกคนเหล่านั้น (ที่เคยคิดเช่นนั้น พูดเช่นนั้น) เหลือเกินว่า
ต่อให้เหลือเวลาน้อยแค่ไหน สิ่งที่พวกคุณต้องทำก็คือ...ใช้ทุกวินาทีให้คุ้มค่า
ไม่มีเวลามานั่งเสียใจกับเวลาที่ผ่านไป ไม่ต้องมัวโทษตัวเองว่าทำไมเหลวไหล
ทำไมไม่เริ่มอ่านเร็วกว่านี้ ทำไมไม่รักดี ทำไม ทำไม ทำไม...

ต่อให้เหลือเวลาแค่ 15 วันสำหรับการอ่านหนังสือสอบหฤโหด
ยกตัวอย่างจากประสบการณ์ตรงเลยละกัน
'เนติบัณฑิตไทย'

อ่านไม่ผิดหรอก ย้ำให้อีกทีเลยก็ได้ 'เนติบัณฑิตไทย'
และเราก็พูดไม่ผิดด้วยว่า ต่อให้เหลือเวลาแค่ 15 วัน
หรือแม้กระทั่ง 10 วัน
หรืออาจจะ 7 วัน
คุณก็ต้องสู้ ต้องวิ่ง วิ่งให้สุดแรง
โค้งสุดท้ายนี่แหละ ที่จะเป็นโค้งดึงศักยภาพในตัวคุณออกมา
แค่เพียงคุณยอมเหนื่อย แค่เพียงคุณเข้มแข็ง
แค่คุณไม่ย่อท้อ ไม่ยอมแพ้ (โดยเฉพะาแพ้ใจตัวเองน่ะ...ใจคุณนี่แหละ ตัวดีเลย)
ถ้าคุณมีลูกฮึดมากพอ จะไม่มีคำว่าทำไม่ได้

เราไม่ได้นั่งเทียนเขียนเชียร์ให้คุณทำอะไรเพ้อฝันบ้าๆ บอๆ นะ
เราทำมาแล้ว และมันเป็นจริง มีคำอธิบายที่เป็นเหตุเป็นผล
เราแค่อยากแชร์ อยากกระซิบบอกเพื่อนเหล่านั้น
ว่าอะไรคือความลับที่แท้จริง
อะไรคือสิ่งที่ทำให้เราสามารถสอบผ่านได้ ทั้งที่อ่านหนังสือแค่ไม่กี่วัน

อย่า!...อย่าคิดว่าระดับสมองของคนเราไม่เท่ากัน
อย่าเอาเรื่อง IQ อย่าเอาความเทพไม่เทพมาเอี่ยว
มันไม่เกี่ยวเลย ไม่เลยสักนิด

เราแค่จะบอกว่า ความลับคือ...การเชื่อมั่น
มีข้อแม้ว่า ต้องเชื่อจริงๆ เชื่อจากขั้วหัวใจเลย
ว่าคุณทำได้

แล้วไงต่อ?

เอ๊า แล้วก็ลงมือซะสิ อ่านหนังสือสิ อ่านเข้าไป อ่านจนปวดหัวก็ต้องอ่าน
อ่านไม่รู้เรื่อง อ่านแล้วจำไม่ได้ก็ต้องอ่าน
อ่านแล้วเบลอ อ่านจนเส้นเลือดฝอยในตาแตกก็ต้องอ่าน
(อาจารย์จรัญ ภักดีธนากุล เคยอ่านหนังสือเยอะมากๆ จนเส้นเลือดฝอยในตาแตกมาแล้วจริงๆ แต่เชื่อเถอะ มันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักหรอก เคสอย่างนี้น่ะ)

เพราะอะไรเราถึงบอกให้คุณเชื่อมั่น
และต้องเป็นเชื่อจริงๆ (จะบอกว่าหลอกตัวเองก็ไม่ได้ด้วยนะ เพราะสมองของเรา ฉลาดเกินกว่าจะหลอกมันได้ง่ายๆ อยู่แล้วล่ะ)
อันนั้นเป็นเรื่องที่คุณต้องจัดการเอง ทำยังไงจะมีความมั่นใจอย่างนั้นได้ นั่นเป็นปัญหาที่เราจะมาพูดถึงทีหลัง (ตอนนี้คุณช่วยตัวเอง ทำความเข้าใจกับตัวเองไปก่อนนะ)

อธิบายง่ายๆ ง่ายที่สุดเลยนะ
เมื่อเราเชื่อในสิ่งใดสิ่งหนึ่งจริงๆ แล้ว สมองของเรา จะจัดการทุกอย่างเพื่อให้มันเป็นไปตามนั้น
คุณอ่านไม่ผิดหรอก สมองของเรานี่แหละ ตัวต้นทางที่จะกำหนดทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกการกระทำ

เมื่อคุณบอกตัวเองว่า ต้องสอบผ่าน ฉันต้องสอบผ่าน
สมองอัจฉริยะของคุณก็จะหาหนทางที่จะให้มันเป็นไปตามนั้น
มันจะทำให้คุณเกิดความเครียด เพื่อกระตุ้นให้มีการลงมือทำ
ให้คุณอ่านหนังสือ ให้คุณนอนไม่หลับ (ก็ไฟมันจะเผาก้นแล้ว นอนไปไม่ร้อนเรอะ)
เหมือนที่นักวิจัยบอกคุณว่า ให้ตั้งเป้าไว้ว่าเทอมนี้จะเอาเกรด 4
จากนั้นสมองของคุณจะทำทุกอย่างเพื่อให้คุณเกิดการกระทำให้เป็นไปตามนั้น
คุณจะเกิดความพยายาม
เกิดการดึงเอาพลังงานซ่อนเร้นออกมาใช้
และนี่เอง ซึ่งจะทำให้คุณประหลาดใจในศักยภาพซ่อนเร้นของตัวเอง
คุณอาจจะอ่านหนังสือได้ในอัตราเร็วชั่วโมงละ 90 หน้า วันละ 8 ชั่วโมง
ไม่ต้องสงสัย เราหมายถึงหนังสือคำอธิบายกฎหมายวิชาต่างๆ ไอ้ที่หนาๆ 4-500 หน้านั่นแหละ

เราไม่ได้พูดลอยๆ ไม่ได้อ้างผลการวิจัยอะไรเทือกนั้นมากมายหรอกนะ
เราเขียนถึงเพราะเคยอ่านเจอมา
แต่สิ่งที่ตั้งใจจะบอกเล่า คือประสบการณ์ของตัวเองต่างหาก
เรายืนยันได้ว่า มันเกิดขึ้นได้จริงๆ
และแน่นอนว่า มันไม่เกิดกับเราคนเดียวหรอกน่า
การอ่านหนังสือกฎหมายหนาๆ วันละเล่ม เพราะสถานการณ์บีบบังคับ
การอ่านด้วยความเร็วชั่วโมงละ 100 หน้า
การอ่านโดยเอาชนะอาการไมเกรน การปวดหัวปวดตา
(คือมันปวดจนหาย หายแล้วปวดใหม่ จนเราชินและไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของมันเลย เพราะมัวจดจ่ออยู่กับการอ่าน อ่าน และอ่านเท่านั้น ไม่มีเวลาให้การคิดเสียดายอะไร ไม่มีเวลาให้ลังเล แค่วิ่งไปให้สุดแรง)

เราผ่านมาได้ 3 ขา ด้วยวิธีการเดียวกัน ด้วยไฟเผาก้น ด้วยการวิ่งสุดแรงในโค้งสุดท้ายนี่แหละ
เชื่อเถอะว่า สกิลการอ่านหนังสือของคุณจะเลเวลอัพแบบก้าวกระโดด
จนแม้กระทั่งตัวคุณเองยังต้องตกใจ

เขียนมายืดยาว...แค่จะบอกว่า ต่อให้โค้งมันสั้น องศามันแคบ สูงชัน หักศอกแค่ไหน
คุณไม่มีเวลากลัว ไม่มีเวลาลังเลแล้ว
นอกจากต้องดับเครื่องวิ่งให้สุดแรง
ไม่ต้องกลัวแหกโค้งหรอก
คุณไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่

อย่าลืมนะ ข้อแม้สำคัญ...
เชื่อจริงๆ ว่าทำได้
และลงมือทำอย่างเต็มที่ อย่ายอมแพ้ ไม่ว่าโค้งนั้นจะน่ากลัวสักเพียงใดก็ตาม

อ้อ อันนี้ไม่นับการตอบคำถามที่ว่า แล้วทำไมไม่อ่านแต่เนิ่นๆ
ทำไมไม่วางแผน ทำไมไม่อย่างนั้นอย่างนี้
เรารู้และเข้าใจดีว่า ทุกคนมีลักษณะนิสัย มีเงื่อนไขในชีวิตเป็นของตัวเอง
ผ่านแล้วผ่านไป เก็บไว้เป็นบทเรียน
เหลือแค่ไหน ทำให้เต็มที่ในสิ่งที่เหลืออยู่
น้ำหกไปแล้ว อย่ามัวอาลัย
คิดไว้แค่ว่า ทำยังไงจึงจะใช้น้ำที่เหลือให้เกิดประโยชน์สูงสุด...

บทความนี้เราขอมอบแด่เพื่อนผู้กำลังเผชิญชะตากรรมโค้งสุดท้ายทุกคน
ิวิ่งค่ะวิ่ง วิ่งๆๆๆ


:)
SHARE
Writer
Jaoa
Enjoy learning
ชีวิตยืนหยัดอยู่ได้บนความเข้มแข็งและอ่อนโยน

Comments