เขาคือใคร ?
วันก่อนเรามีโอกาสได้ดูภาพยนตร์สมัยสิบกว่าปีที่แล้ว เรื่อง Amelie ที่ตัวเอกถูกเลี้ยงมาด้วยความกังวลจนเกินพอดีของแม่และห่วงใยจนเกินพอดีของพ่อ
ทำให้วัยเด็กชีวิตของเธอไม่สดใสอย่างที่ควรจะเป็น เเละส่งผลให้เมื่ออามิลี่โตขึ้น เธอจึงอยากเห็นคนรอบข้างทุกคนมีความสุข
โชคดีที่เธอไม่ได้เอาปมความ ไม่สุข ในวัยเด็กมาทำให้คนอื่น ไม่สุข ด้วย
ถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่ทำให้เราประทับใจได้เรื่องหนึ่ง
จะว่าไปแล้วอามิลี่แอบคล้ายเราในบางเรื่องตรงที่โตมากับความขี้กังวลของผู้ใหญ่ ชินกับการถูกห้ามนู่นนี่นั่น จนบางครั้งก็ไม่ทำอะไรที่คิดว่านอกเหนือสิ่งที่ใครๆต้องการ
หรือความกังวลของผู้ใหญ่ว่าเราจะน้อยใจที่เราอาจจะไม่ได้สมบูรณ์พร้อมเหมือนคนอื่น เลยทำให้เราพยายามสร้างอะไรๆให้เรารู้สึกว่าเราดีกว่าคนอื่น
ให้ตั้งใจเรียนมากกว่าคนอื่น ทำตัวอยู่ในกฎระเบียบมากกว่าคนอื่น
ไม่ค่อยเเหกกฎอะไรมาก เข้าใจว่าอยากให้เป็นเด็กดีในสายตาคนอื่นๆ ....

จึงมักได้ยินที่บ้านสอนว่า "ทำแบบนี้ไม่ดี อายเขา"
หรือ
"ถ้าทำแบบนี้ เขาจะมองว่าเธอเป็นคนไม่ดี"

'เขา' ในที่นี้คือใครก็ไม่รู้
เเต่ที่รู้ 'เขา' ก็ทำให้เรารู้สึกว่า เรากำลังถูกจับตามองนะ
ห้ามทำอะไรผิดนะ ต้องเป็นเด็กดี ห้ามแหกกฏนะ
พอโตมาเราก็กลายเป็นคนคิดมาก คิดแม่งทุกอย่าง แบบนี้จะถูกมั้้ย ดีมั้ย ใครจะว่ายังไงบ้าง ใครเห็นด้วยกับการกระทำของเรามั้ย
เเม้ว่าเสียงส่วนใหญ่เกินครึ่งจะเห็นด้วยกับการกระทำบางอย่าง เเต่ถ้ามันยังไม่เกือบร้อย เราก็ไม่ทำ
เพราะยังกลัวว่า เขาอาจจะอยู่ในเสียงส่วนน้อยนั้น เเละเราอาจจะทำผิด เราอาจจะทำไม่ดี
เพราะบางทีเราติดภาพว่า 'เขา' จะมองเราอยู่
ถ้าเราผิดนิดเดียว หรือ ถ้าเราพลาดล่ะ 'เขา' ที่มองเราอยู่นั้นก็คงสมเพชเวทนาไม่น้อย กลายเป็นความรู้สึกไม่ดีต่อตัวเองเข้าไปอีก
จริงๆเเล้ววิธีการสอนเเบบนี้ถือว่าเป็นวิธีการที่ไม่ได้ใช้ความรุนเเรงด้านการใช้กำลัง
เราโตมากับไม้เรียวที่โรงเรียนเท่านั้น ที่บ้านเราไม่เคยทุบตี หรือเเตะต้องร่างกาย เเต่จะใช้วิธีพูดที่ทำให้รู้สึกกลัว กังวล คิดว่าเราทำผิดมาก เเละไม่ทำอีก
ในบางพฤติกรรมเราว่ามันก็ดีนะ โตมาเป็นคนอย่างที่เห็นได้ก็เพราะการสอนแบบนี้
จริงอยู่ที่เราไม่ได้จดจำเป็นภาพความรุนเเรงจากการถูกเฆี่ยนตี
แต่มันก็กลายเป็นชุดความคิดอันหนึ่งที่ครอบหัวเราไว้จนไม่กล้าตัดสินใจกับอะไรหลายๆอย่าง เพียงเพราะกลัวความผิดพลาด กลัวความผิดหวัง
เคยมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งบอกกับเราว่า
"ที่จริงเธอพร้อมแล้ว ตัดสินใจได้เเล้ว เเต่เเค่ขาดความมั่นใจ"
ลึกๆในใจมันบอกว่า นั่นสิ เรากลัวอะไรอยู่
ทำไมเรากลายเป็นคนไม่กล้าตัดสินใจอะไรสักอย่างล่ะ ?
ภาวะกล้าคิด กล้าเสี่ยง กล้าตัดสินใจเกิดกับเราเเค่เรื่องงานเท่านั้น ละงานนั้นต้องเป็นงานเดี่ยวด้วย เพราะผลตกแก่เราล้วนๆ
เราพร้อมรับผิดชอบตัวเอง ไม่มีเขาต้องมาร่วมเดือดร้อนหากเกิดวามผิดพลาด

แต่ถ้าเป็นงานกลุ่ม หรืองานที่ต้องเกี่ยวข้องกับใครๆ ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม
เรากลับไม่ค่อยกล้าตัดสินใจ เฝ้าถามความเห็นทุกคนก่อนจึงลงมือ
เเต่พอเวลาจวนตัวที่ต้องตัดสินใจคนเดียว...ก็ไม่กล้าอยู่ดี

เรารู้ตัวว่า หลายครั้งเราขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง
หลายครั้งที่เราปล่อยให้โอกาสหลุดมือไป
เพียงเพราะกลัวว่า ถ้าเราทำไม่ได้ ถ้าเราพลาด 'เขา' จะต้องหัวเราะเยาะเรา เราต้องเเพ้
เราต้องพลาดไม่ได้ เขามองเราอยู่ ทำแบบนี้มันผิดมาก เดี๋ยวเขาสมน้ำหน้านะ
คิดแบบนี้โคตรเหนื่อยเลยนะเอาจริงๆ ...

พอถึงจุดๆหนึ่ง เราลองมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า "เขานี่มันใครวะ ?" ถ้ามีจริงนี่แสดงว่าเขาขยันที่จะตามติดชีวิตเรายิ่งกว่ากล้องวงจรปิดในรายการเรียลลิตี้เสียอีกนะ
ละทำไมเราต้องกลัวเขามอง เราต้องกลัวเขาเหยียบย่ำ หรือเขาอยู่ในใจเราตลอดเวลา ?

แสดงว่า 'เขา' เป็นเเค่ภาพในใจที่เราสร้างขึ้น เเล้วเราก็มโนเองว่า เขา คือคนที่เราพบเจอ อาจจะเป็นคนข้างบ้าน คนในหมู่บ้าน ญาติ หรือใครก็ไม่รู้
เมื่อคำถามเเรกผุดขึ้นมาแล้ว คำถามที่สองก็ตามมาติดๆ "แล้วเขามีอิทธิพลต่อความคิด ชีวิตเราตั้งเเต่ตอนไหน ?"
และ "เขาคิดอย่างที่เราคิดจริงๆหรือ ? "
ต้องยอมรับว่า คำถามเเรกก็ตอบไม่ได้ว่า 'เขา' เป็นใคร เพราะไม่ได้มีหน้าใครลอยมาในมโนความคิดเลย
เหมือนเป็นเเค่ภาพในใจ หรือกรอบที่เราสร้างหรือถูกสร้างเพื่อไม่ให้ทำในสิ่งที่เห็นควรว่าไม่เหมาะก็เท่านั้น

ส่วนคำตอบสำหรับคำถามที่สอง >> น่าจะตั้งเเต่เราเริ่มมีความรู้สึกอาย อายเป็น หรือมันมาพร้อมกับความรู้สึกกลัวเมื่อรู้ว่าทำผิด เช่น กลัวที่บ้านจะรู้ว่าเราหนีไปเล่นน้ำที่เเม่น้ำมา
หรือกลัวที่บ้านไม่พอใจเมื่อรู้ว่าทำตัวไม่ตรงกับความคาดหวังของคนที่้บ้าน ?

และคำถามสุดท้ายที่ว่า เขาคิดอย่างที่เรามโนไว้จริงๆหรือ ? >> มันก็มองได้หลายแบบ เขาอาจจะคิดอย่างที่เราคิดจริงๆ / เขาอาจจะคิดตรงข้ามกับสิ่งที่เราคิด
หรือ เขาอาจไม่ได้มองมาที่เราเลยด้วยซ้ำ
_____
'เขา' ที่ว่านั้นอาจไม่ได้มีอยู่จริงๆก็ได้ ....
SHARE
Writer
Kimhunt
นักฝึกเขียน
passion ในชีวิตตอนนี้หลงเหลือแค่ passion fruit เท่านั้น

Comments