บันทึก การแข่งขันในวันยุวกวี ๑
เช้าของวันพฤหัสบดีที่ ๔ กันยายน
ความกังวลได้เข้ามาจับจองในทุกห้องหัวใจของข้าพเจ้า
หลากหลายอารมณ์และความรู้สึก
อีกทั้งความคิดนึกได้ผสมปนกันมั่วไปหมด
หลายครั้งที่พยายามข่มความรู้สึกเอาไว้
และบอกกับใจตัวเองว่าอย่ากลัว... อย่ายอมแพ้

ภาพแรกในสายตาของข้าพเจ้าเต็มไปด้วยเด็กนักเรียนมากมาย
ทั้งหญิงชายในชุดคุ้นตาและที่ไม่เคยเห็น
และไม่ว่าข้าพเจ้าจะมองไปยังทางหนใด...
ก็มีแต่กลิ่นไอของความกระหายชัยชนะเต็มทั่วทุกพื้นที่
กระนั้นบางส่วนในมุมเล็กๆ ก็ยังมีเศษแห่งความหวังอยู่

เมื่อถึงเวลาการแข่งขัน
ความรู้สึกของข้าพเจ้าขณะนั้น มันเหมือนกับการอยู่ท่ามกลางสนามรบ
ปลายปากกาของคนในสนาม มันไม่ได้ต่างอะไรไปจากคมดาบเลยสักนิด...
จินตนาการและความคิดเปรียบเสมือนเพลงประกอบสงคราม...
เนื้อความในบทกลอนต่างก็ซ่อนอาวุธเอาไว้ด้วยกันทั้งสิ้น...
ความหวังของเด็กสี่คน ณ ขณะนั้น คงไม่มีใครได้ยิน...
นอกจากคนที่เหลืออีกสิบคนบนอัฒจรรย์

กระทู้แรกผ่านไป... ภายในเวลาแปดนาที
ใจของข้าพเจ้าเต้นระรัว เพราะความกลัวว่าจะเขียนไม่ทัน
เมื่อเสียงกริ่งดังจึงอาลัยให้กับ ความว่างเปล่า

กระทู้ที่สองผ่านไป... ภายในเวลาแปดนาที
เด็กสี่คนต่างกอดคอกันไกวดาบ ! จนเกือบได้บาดแผล !!
เมื่อเสียงกริ่งดังจึงอาลัยให้กับ ดอกหญ้าในแจกัน

กระทู้ที่สามผ่านไป... ภายในเวลาแปดนาที
ถึงจะสมหวังได้หัวข้อที่พอจะตีมันแตก
เมื่อเสียงกริ่งดังจึงอาลัยให้กับ ล้อโลกที่หยุดหมุน

การวางปากกา ก็ไม่ต่างอะไรกับการวางดาบพักรบ
ศึกย่อยได้จบสิ้้นลงในเวลาก่อนเที่ยง
ทหารหาญจึงพากันไปรับเสบียงเพื่อเลี้ยงตนให้มีกำลังในศึกรอบต่อไป
แต่ข้าพเจ้ากลับไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรมากไปกว่าการรอลุ้นฟังผล
ระคนแต่งแต้มเติม เสียงกู่จาก ปู่ ย่า จนมาลงท้ายที่บรรพชน

เวลาแห่งความระทึกใกล้เข้ามา....
ทุกนาที ทุกวินาที ทุกเสี้ยววินาที มันบีบสั่นหัวใจให้ยิ่งระรัวหนักขึ้นเรื่อยมา
แล้วเราก็ได้รู้กันว่า..........................
ศึกที่ผ่านมา เรายังไม่ตาย !!!!!

ลูกหลานพญานาคสิบแปดคนไม่มีใครเลย ที่จะไม่ดีใจ
แต่มันช่างคล้ายกับการที่รู้ว่าจะต้องกลับไปรบอีกครั้ง...
เด็กสี่คนกลับอ้อยอิ่งจนลืมว่า ถึงเวลารบ !


ใช่... ศึกต่อไปกำลังจะเริ่มขึ้น !!
SHARE
Writer
Jinda369
Light writer
All for one

Comments