จะเป็นหน้าผาหรือเป็นแค่กำแพง.. อยู่ที่ใจล้วนๆ
"หน้าผา" เป็นอุปสรรคที่ใหญ่เกินกว่าจะปีนข้ามไปได้ง่ายๆดั่งเช่น "กำแพง"

ปีนขึ้นไปก็ตกลงมา ปีนกี่ครั้งๆก็ตกลงมาเหมือนมันสูงจนไม่สามารถมองยอดหน้าผาได้ด้วยตาเปล่าๆ
เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ก็ไม่แปลกที่เราจะเกิดความรู้สึกเหนื่อย ท้อ อ่อนล้า พอแล้ว ไม่ไหวแล้ว และอื่นๆ อีกนานับประการที่ถาโถมใส่เราจนทำให้เราไม่อยากลุกขึ้นมาปีนหน้าผานั้นอีก

ผมก็เป็นอีกคนที่เคยมีความรู้สึกแบบนี้มาก่อน คิดว่าทำไมปัญหาทั้งหมดมันมักจะถาโถมใส่เราในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ทำไมมันหนักจนทำให้เราไม่มีแรงที่จะแม้แต่ "หายใจ"

ช่วงปลายเดือนธันวาคมจนถึงต้นเดือนมกราคมของเด็กมอ 6 ส่วนใหญ่เป็นช่วงที่พูดได้เต็มปากว่า "เครียด สุดๆ" อ่านหนังสือกันเป็นตั้งๆ เพียงเพื่อเตรียมสอบ Gat Pat, O-NET, Final Test และสอบตรงของบางมหาวิทยาลัย

สิ่งที่ทำให้ผมลำบากใจมากที่สุดตั้งแต่เกิดมาอยู่ในช่วงนี้ครับ

ผมต้องตัดสินใจเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง "Gat Pat ครั้งที่ 1" และ "แข่งหุ่นยนต์ระดับนานาชาติ"
เมื่อทั้งสองอย่างนั้นสามารถกำหนดชะตาชีวิตผมเลยก็ว่าได้
ถ้าผมสอบ Gat Pat แล้ว "คะแนนดีมาก" ผมก็สามารถนำคะแนนไปยื่นเพื่อให้มหาวิทยาลัยพิจรณารับผมเข้าศึกษาต่อได้
ถ้าผมแข่งหุ่นยนต์ระดับนานาชาติ แล้ว "ชนะ" ผมก็สามารถนำผลงานนี้ไปยื่นเพื่อให้มหาวิทยาลัยพิจรณารับผมเข้าศึกษาต่อได้เช่นกัน

ผมใช้เวลาร่วมเดือนเพื่อตัดสินใจเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ก่อนที่ผมจะไม่ได้ทั้งสองอย่าง
มีทั้งเพื่อนที่อยากให้ผมสอบ Gat Pat เพราะ "แกเอาชนะไม่ได้หรอก นั่นมันระดับนานาชาตินะเว้ย"
มีทั้งครูที่ผลักดันให้ผมไปแข่งหุ่นยนต์ เพราะ "เธอเป็นความหวังของโรงเรียน ของลำพูน ของประเทศไทยแล้วนะ โอกาสไปต่างประเทศมีเยอะแยะ โตมาค่อยไปก็ได้ แต่โอกาสที่จะไปต่างประเทศในฐานะตัวแทนของประเทศไทย ไม่รู้ในชีวิตนี้จะมีอีกหรือเปล่า"

ทั้งๆที่ในขณะนั้น ใครๆก็คิดว่า "Gat Pat สิ เธอเอาชนะคนทั้งโลกไม่ได้หรอก แข่งกันแค่ในประเทศก็พอ"

ทุกๆเสียงถูกตะโกนพร้อมๆกัน กรอกหูผมวันแล้ววันเล่า เดินไปทางไหนก็เจอแต่คำถามเดิมๆ "แกจะเลือกอะไร?"

แต่ในที่สุดผมตัดสินใจไม่สมัครสอบ Gat Pat และใช้เวลาว่างทุกๆนาทีทุ่มเทให้กับเพื่อนตัวจิ๋วของผมที่ทุกคนเรียกมันว่า "หุ่นยนต์"

ทั้งๆที่การเรียนคือทุกสิ่งทุกอย่างที่ทั้งพ่อและแม่ผมอยากให้ผมมีมากที่สุด
ทั้งๆที่การสอบ Gat Pat คือการสอบที่กำหนดชะตาชีวิตของผม
แต่ผมพูดได้เต็มปากว่า "ผมทิ้งการเรียน" เพียงเพราะผมอยากทำในสิ่งที่ผม "รัก"

กี่หยาดเหงื่อที่ไหลออกมา
กี่น้ำตาที่ร้องไห้
กี่วินาทีที่หมดไป

ผมยกให้.. "หุ่นยนต์" ทั้งหมด

เพียงแค่การตัดสินใจแค่นั้นสำหรับเด็กมอปลายอายุ 18 ปีอย่างผม
ผมถือว่ามันเป็น "หน้าผา" ที่ไม่รู้ว่าชาตินี้จะได้เห็นยอดของมันหรือเปล่า

และการตัดสินใจของผม ทำให้ผมต้องแบกรับตำแหน่งกัปตันทีมและตัวอักษร "THAILAND" ไว้กลางหลังตลอดเวลาที่ออกจากประเทศไป

ผมเอาชนะประเทศยักษ์ใหญ่อย่าง "อเมริกา"
ผมเอาชนะจ้าวแห่งเทคโนโลยีอย่าง "เจแปน"
ผมเอาชนะดินแดนแห่งวิศวคอมฯอย่าง "อินเดีย"
และอีกกว่า 50 ประเทศที่ผมยืนอยู่สูงกว่าพวกเขาในวันนั้นได้

ผลการแข่งขันคือผมได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ในการแข่งขัน WRO2014 ณ เมืองโซชิ ประเทษรัสเซีย..
และมีสิทธิ์เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชื่อดังโดยไม่ต้องสอบ

ตอนนี้.. ผมก็พูดได้เต็มปากอีกแล้วว่า "ผมมองเห็นและปีนข้าม "ยอดหน้าผา" นี้ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ" :)
SHARE
Writer
benzrire
scholar
CKK110 - GC2 - KMUTTgear56 - CPE@KMUTT

Comments

Pippo
4 years ago
สุดยอดมากครับ!!! อ่านแล้วปลื้มใจแทน T T
Reply
benzrire
4 years ago
ขอบคุณนะครับ T T
Maerc
4 years ago
ถ้าเป็นเราตอนนั้นเราคงไม่กล้าเสี่ยงแบบเธอแน่ T T
Reply
benzrire
4 years ago
จริงๆ ตอนนั้นผมเกือบใช้หลักสถิติแล้วล่ะครับ
เพราะถูกกดดันมากเกิน จนอยากใช้คณิตศาสตร์ตัดสิน ฮ่าๆ
farmonline
4 years ago
สุดยอดมากๆครับ ฝ่าแรงกดดันมาได้ เป็นแบบอย่างที่ดีครับ
Reply
Sira_13
4 years ago
สุดยอดเลย เลือกในสิ่งที่รัก :)
Reply
sorawit
4 years ago
สุดยอดมากครับ
Reply