วัยรุ่น ฮิปเตอร์ ชีวิต กับการดัดจริต สโลว์ไลฟ์
จากวาทกรรมของชายสุดเท่ โน้ต อุดม ที่กล่าวถึงการใช้ ชีวิตดัดจริตสโลว์ไลฟ์ ไว้อย่างชัดเจน

หลังจากอ่านเรื่องราวที่คุณโน้ตกล่าวถึงจบ ผมก็มีความคิดแปล่งๆขึ้นมาในหัว
มันไม่ใช่ไม่เห็นด้วยไปทั้งหมด มีบางอย่างที่เห็นด้วยและชื่นชม แต่

บางทีการใช้ชีวิตแบบดำเนินไปช้าๆซึ่งอุดมไปด้วยความสุข มันก็ไม่ได้แย่อะไรขนาดนั้น มันเหมือนการก้าวไปอย่างช้าๆ แต่ใส่ใจกับสิ่งรอบตัวมากขึ้น พิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างใส่ใจ
และมีความสุขกับอะไรเล็กๆรอบตัว
มันเป็นปัจจัยง่ายๆที่ช่วยในการผลักดันตัวเราให้เกิดพลังงานสร้างสรรค์โดยไม่รู้ตัว แทนที่จะทำอะไรหลายอย่างพร้อมกันจนมั่วไปหมด ทำให้ไม่เกิดความคิดใหม่ๆมาต่อยอดงานที่ทำอยู่

อย่างประโยคนี้ที่ ลีโอ บาบัวต้า นักเขียนชื่อดังกล่าวไว้ "ความสุขง่ายๆและรื่นรมย์กับทุกอย่างที่พบเจอ เรื่องนี้เชื่อมโยงกับการมีสติกับปัจจุบัน แต่เป็นก้าวที่พัฒนาไปไกลขึ้น ไม่ว่าคุณจะทำอะไร ขอให้ทำด้วยความสุขและความเต็มใจ แม้แต่การล้างจาน ก็สามารถหาความรื่นรมย์ได้ เพียงเปลี่ยนมุมมองซะใหม่ จงเป็นน้ำครึ่งแก้วเสมอ"

หลายๆครั้งที่พบเห็นตัวอย่างเด็กจบใหม่ไฟแรง ทำงานออฟฟิศ ขยัน ทำทุกอย่าง ทำงานหนัก แต่ก็เป็นได้แค่ลูกน้องเค้า ทำงานงกๆไปวันๆ ไม่เจริญเติบโตในหน้าที่การงานซักที หาเงินให้คนที่อยู่บนห่วงโซ่ซะมากกว่า

ในความคิดเห็นของผม คนเราไม่ได้จำเป็นจะต้องกอบโกยเงินทองซะขนาดนั้น มองโลกให้ชัดก่อน แล้วค่อยๆก้าวไปสู่จุดที่ถูกต้อง จุดที่เราถนัด จุดที่เรามีสุข และจุดจุดนั้นน่าจะพาตัวเราไปได้ไกล ไกลกว่าการตั้งหน้าตั้งตาทำงานจนลืมความสุขที่หมุนอยู่รอบตัวเรา ถ้ากาแฟแก้วละร้อยมันทำให้คุณมีความสุข และคุณเป็นคนหาเงินก้อนนั้นมา ผมว่ามันก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไร มันก็เงินของคุณ

ถ้าลองมองย้อนกลับไป ร้านที่นิมมานของคุณโน้ตไม่ได้ขายฮิปเตอร์เหล่านี้หรือ
บัตรเดี่ยวคุณโน้ตซื้อกาแฟแก้วละร้อยได้ 30 40 แก้วแน่ะ

แล้วก็ฝากบอกเพื่อนรักคุณโน้ตด้วยว่า เลิกยัดเยียดความหวังที่มากับน้ำผสมน้ำตาลสักที ชาวบ้านเค้าทำงานหนักๆไม่ควรจะมาเสียเงินเพื่อซื้ออะไรแบบนี้กินวันละ สามสี่ขวด

ผมไม่รู้ว่าความคิดผมถูกหรือเปล่า
แต่มันก็เป็นการมอง ชีวิต สโลว์ไลฟ์ในแง่มุมของผม
SHARE
Writer
paochaiya
student
living solid thing

Comments