เวลา .. สำหรับคุณมีค่าแค่ไหน ? (โพสใหม่)
ผมคิดว่า ‘ใครหลายคน’ เคยตั้งคำถามเหล่านี้กับตนเอง แต่จะมีสักกี่คนที่หาคำตอบที่แม้จริงของคำถามได้ เรื่องราวต่อจากนี้เป็นเพียงแนวความคิดหนึ่งจากคนที่ตั้งคำถามถึงคุณค่าของเวลา และพยายามที่จะหาคำตอบจากมัน

ผมจะเริ่มต้นตั้งแต่การที่เราได้ปฏิสนธิขึ้นมาในครรภ์ของมารดา กาลเวลาได้เข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมากในห่วงชีวิตหนึ่งของเรา หรืออาจจะเรียกว่า ‘กาลอนันต์’ เพราะมันไม่เคยสิ้นสุด เราเกิดมากลายเป็นเด็กทารกตัวน้อย ๆ จากทารกก็กลายเป็นวัยเด็ก จากวัยเด็กก็กลายเป็นวัยรุ่น จากวัยรุ่นก็กลายเป็นวัยผู้ใหญ่ จากวัยผู้ใหญ่ก็กลายเป็นวัยชรา ทั้งนี้ทั้งนั้นเหตุการณ์ระหว่างช่วงอายุนั้นมีมากมาย ซึ่งแต่ละบุคคลพบเจอต่างกัน

ผมจะเปรียบ ‘กาลเวลา’ เป็นดั่ง ‘เงา’ ที่คอยติดตามเราตั้งแต่เกิดจนตายกลายเป็นอากาศธาตุไป เรามองเห็นเงาอยู่ทุกวันแต่ก็ไม่เคยมีใครให้ความสำคัญกับมันเลย “หรือเราเห็นมันบ่อยไป .. บ่อยจนเคยชิน” และผมขอถามคำถามคุณข้อหนึ่ง “คุณเคยหันกลับไปมองเงาของคุณบ้างหรือเปล่า ? ถ้าเคยบ่อยแค่ไหน ?” แต่คำตอบส่วนใหญ่คงจะเป็นแทบจะไม่เลยด้วยซ้ำ (ซึ่งเรื่องการให้ความสำคัญกับสิ่งรอบตัวนี้ยังเอาไปปรับใช้กับเรื่องอื่น ๆ ได้อีกเช่นกัน) ทั้งที่เงาอยู่กับตัวเราเสมอ “มนุษย์เรานั้นมักจะเห็นคุณค่าของสิ่งหนึ่งก็ต่อเมื่อจะเสียมันไป” มันยังเป็นคำพูดที่ใช้ได้เสมอทุกยุคสมัย แต่เมื่อผ่านไประยะเวลาหนึ่งเราก็จะลืมมันอีกครั้ง

สำหรับคำถามที่ถามว่า “เวลามีค่าแค่ไหน?” ผมคงไม่สามารถอธิบายจนหมดได้ เพราะเราแต่ละคนล้วนให้ความหมายถึงคุณค่าของเวลาที่คล้ายคลึงกันแต่ก็แตกต่างกันด้วยเช่นกัน สำหรับผมเวลามีค่าอย่างยิ่ง เพราะมันเข้ามามีบทบาทอย่างมากในชีวิตของผม เช่น การเติบโต,การเรียนรู้สิ่งรอบตัว,การเรียนในระดับชั้นต่าง ๆ เป็นต้น

ผมจะยกตัวอย่างให้ดูเล็กน้อย Ex.ลองนึกถึงตอนที่คุณทำกิจกรรมอย่างหนึ่งอยู่ อาทิ ตกปลา เรียน ทำรายงานโครงงาน อ่านหนังสือ คุณมักจะพบว่าเวลามักเดินช้าเสมอซึ่งที่จริงก็เป็นผลมาจากการสั่งการของสมองนั้นแหละครับ ซึ่งจะอธิบายคร่าว ๆ ได้ดังนี้ “หากคุณมีความสุข เวลามักจะเดินไปอย่างรวดเร็ว และเช่นหันหากคุณมีความทุกข์เวลาจะเดินไปอย่างเชื่องช้า”

เวลาเป็นสิ่งหนึ่งเมื่อสูญเสียไปแล้วคุณจะไม่มีวันเรียกมันกลับคืนมาได้ คุณจะไม่มีทางเปลี่ยนแปลงได้ ฉะนั้นเวลาจะมีค่าแค่ไหนก็อยู่ที่ตัวคุณ จะให้มันเป็นเพียงเงาที่คอยตามคุณทุกเช้าค่ำแต่คุณไม่เคยคิดที่จะสังเกตเห็น หรือจะให้มันเป็นดั่งเครื่องรางที่คอยย้ำเตือนถึงช่วงเวลาต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาและผ่านเลยไปในชีวิตของคุณ

"Long is the night to the wakeful.
Long is the Yojana to the weary.
Long is Sangsara to the foolish.
Who know not the true doctrine."


- มนุษย์อิสระ (อนิระ)
แก้ไขเสร็จสิ้น 9 มกราคม พ.ศ.2558 เวลา 19:12 น.
(โพสใหม่เมื่อ 24 กุมพาพันธ์ พ.ศ.2558 เวลา 22: 51 น.)
SHARE
Writer
Oshay
freewheel
เป็นเพียงมนุษย์อิสระที่ต้องการถ่ายทอดเรื่องราวที่่พบเจอผ่านปลายนิ้วที่สัมผัสคีย์บอร์ดและปากกา

Comments